อ.ธรณ์ ปาดน้ำตา รำลึกถึง ศรายุทธ ตันเถียร วีรบุรุษทางทะเลที่อยู่บนฟ้า อดีตหัวหน้าอุทยานฯเกาะพีพี

25.04.25 | 21:19 น.

อ.ธรณ์ ปาดน้ำตา รำลึกถึง ศรายุทธ ตันเถียร วีรบุรุษบนฟ้า อดีตหัวหน้าอุทยานฯเกาะพีพี

ในช่วงเวลาที่สังคมไทย เกิดดราม่าเรื่องของคนอนุรักษ์ทะเลอยู่นั้น

วันที่ 25เมษายน ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล ได้โพสต์เฟซบุ๊ก รำรึกถึง นาย“ศรายุทธ ตันเถียร” อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ผู้ซึ่งทุ่มเทให้กับงานอนุรักษ์ บริหารจัดการเกาะพีพี 

โดยมีเนื้อหาดังนี้

นี่คือเรื่องของผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของวงการอุทยานแห่งชาติเมืองไทยไปตลอดกาล #บุรุษผู้ทวงเงินคืนชาติพันล้านบาท

Advertisement

ย้อนกลับไปในปีงบประมาณ 2558 กรมอุทยานฯ เก็บเงินรายได้ค่าธรรมเนียมจากอุทยาน 147 แห่งทั่วประเทศ ได้ทั้งหมด 896 ล้านบาท

เดือนกรกฎาคม ปีนั้น เป็นช่วงที่หัวหน้าอุทยานคนหนึ่ง ถูกย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ในอุทยานทางทะเลที่ได้ชื่อว่าโหดหินที่สุด มีปัญหาทุกอย่างรุมเร้า ไม่มีกำลังคน มีเรือยาง 1 ลำ มีทุ่นจอดเรือ 8 ลูก มีเรือขออนุญาตในระบบเพียง 90 ลำ

และเป็นอุทยานที่เก็บเงินรายได้เพียงน้อยนิด เมื่อเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวมหาศาลที่เห็นอยู่ด้วยสายตา จนกลายเป็นข้อเรียกร้องจากเพื่อนธรณ์ บอกว่าถึงเวลาปฏิรูปอุทยานแห่งชาติทางทะเล

ในวันนั้น ทุกคนคาดหวังกับเขาให้มาแก้ปัญหา แต่ไม่มีใครคาดฝันว่า จะมีวันนี้

หัวหน้าหนึ่งคนกับลูกน้องเพียงไม่กี่คนบนเรือยาง สามารถเก็บเงินรายได้จากอุทยานแห่งเดียว ได้มากกว่าเงินรายได้รวมของอุทยานทั้งประเทศในปี 58

1 ปี 9 เดือนของการปฏิบัติหน้าที่ สถิติใหม่เกิดขึ้น และมันจะคงอยู่ไปชั่วกาล

ในช่วงเวลาค่อนศตวรรษที่มีการจัดตั้งอุทยานในเมืองไทย นี่คือหัวหน้าอุทยานคนแรกที่สามารถเก็บเงินรายได้ 978 ล้านบาท

และผลจากการกระทำ ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมไปทั่ว ตัวเลขเงินรายได้อุทยานทั่วประเทศพุ่งกระฉูด
จาก 896 ล้านบาท (ปี 58) กลายเป็น 1,982 ล้านบาท (ปี 59) และ 1,053 ล้านบาท ในเวลาเพียง 5 เดือนของปี 60 (ตุลา-กุมภา)

เป็นไปได้ว่า ในปีงบประมาณ 60 กรมอุทยานจะมีเงินรายได้มากกว่า 2,400 ล้านบาท
ลองคิดถึงปีต่อไป ต่อๆ ไป…

คำพูดปวดใจที่สุดที่คนรักธรรมชาติได้ยินได้ฟัง เมื่อเห็นป่าในเขตอุทยานถูกทำลาย ทะเลพัง ด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่า “ไม่มีงบประมาณ”
มันจะไม่มีอีกต่อไป !
เน้นย้ำ มันจะไม่มีอีกแล้ว !

เพราะด้วยเงินรายได้มหาศาล และเป็นเงินที่จัดการโดยกรมอุทยานทั้งหมด ไม่ต้องส่งเข้าคลัง หมายความว่ากรมอุทยานมีอิสระในการใช้เงินเพื่อดูแลอุทยานทุกแห่ง

กรมอุทยานกลายเป็นหน่วยงานราชการด้านการอนุรักษ์ ที่มีเงินในการบริหารจัดการ มากที่สุดในประเทศไทย !

จะเป็นท่านใดมาเป็นอธิบดี จะเป็นเจ้าหน้าที่คนไหนมาเป็นหัวหน้าอุทยาน คำตอบเดิมๆ ที่ได้ยินมากว่า 50 ปี จะจบลงในวันนี้

เมื่อมีเงินแล้ว ต่อจากนี้ คือความสามารถสถานเดียว

ย้อนกลับมาที่พีพี เงินรายได้ที่เข้ามา ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างเหลือเชื่อ

จากเรือยาง 1 ลำ กลายเป็นเรือตรวจ 14 ลำ

จากทุ่น 8 ทุ่น กลายเป็น 200 ทุ่น (พรุ่งนี้จะมีพิธีวางทุ่นโดยท่านอธิบดีกรมอุทยาน จำนวนมากกว่า 150 ทุ่นที่หมู่เกาะพีพี ถือเป็นการวางทุ่นครั้งใหญ่ที่สุดในอุทยานของไทย)

ระบบการจัดการใหม่ที่ทำให้มีเรือเข้าระบบจาก 90 ลำ กลายเป็นกว่า 1,900 ลำ

การจับกุมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจับสัตว์น้ำผิดกฎหมาย ผู้ประกอบการทำผิดกฎ นักท่องเที่ยวทำร้ายธรรมชาติ ฯลฯ จำนวนสถิติพุ่งจนเกือบถึง 1 พันครั้ง

นั่นคือคำตอบ เงินรายได้อุทยานนำไปทำอะไร ?

และไม่ใช่เพียงแค่พีพี ยังหมายถึงอุทยานจากเหนือจรดใต้ เกือบ 150 แห่งทั่วประเทศ เงินรายได้สามารถจัดสรรปันส่วนไปถ้วนทั่ว

วันหนึ่งข้างหน้า หากคุณเห็นรถตรวจการณ์คันใหม่กำลังวิ่งเข้าไปตรวจป่า เห็นเจ้าหน้าที่มีหน้าตายิ้มแย้มขึ้น มีวิทยุและอุปกรณ์ใหม่

วันใดที่คุณเห็นเรือตรวจการณ์อุทยานวิ่งผ่าน วันไหนที่คุณคล้องทุ่นจอดเรืออันใหม่โดยไม่ต้องทิ้งสมอเหมือนเคย

ขอให้คุณคิดถึงเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2558
หัวหน้าอุทยานคนหนึ่ง ก้าวเท้าลงมาเหยียบเกาะพีพีเป็นครั้งแรก
จากนั้นเขาเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์การอนุรักษ์ธรรมชาติของไทย
กระทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด แม้ในฝันยังต้องอุทาน มันเป็นไปไม่ได้ !
บุรุษผู้เก็บเงินรายได้ให้อุทยานพันล้านบาท
เงินอันเป็น “ต้นทุน” ของการพิทักษ์สมบัติของชาติ
คนที่ทำให้เรื่องตลก…เป็นจริง !

ขอเอ่ยนามเขาสักครั้ง เขาชื่อ “ศรายุทธ ตันเถียร”
และคนในนามสกุล “ตันเถียร” ภาคภูมิใจกับเขาผู้นี้
ปัจจุบัน หัวหน้าอ้อมจากไปอยู่บนสวรรค์แล้ว
ทว่า สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา