เฉลิมชัย แจงดราม่าค่าเข้าอุทยาน เตรียมใช้อี-ทิกเก็ต ป้องทุจริตเก็บเงิน เพิ่มสวัสดิการจนท.ถึงล้านบาท

26.04.25 | 12:36 น.

เฉลิมชัย แจงดราม่าทุจริต เงินค่าเข้าอุทยาน มีหลักการใช้ ไม่เอาเป็นทรัพย์สินส่วนตัว เผยเดือนหน้าลงนามใช้ระบบอี-ทิกเก็ต ป้องทุจริตเก็บเงิน คาดรายได้สะพัดกว่า 4-5 พันล้าน พร้อมปรับเพิ่มสวัสดิการเสียชีวิต บาดเจ็บ ทุพพลภาพสูงถึงล้านบาท

เมื่อวันที่ 26 เมษายน ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ หลักสี่ พรรคประชาธิปัตย์จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 เพื่อรับรองรายงานการประชุม และเลือกโฆษกพรรค และคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยมี นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ตนเข้าไปเป็น รมว.ทส. และนายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรค และ รมช.สาธารณสุข ได้ 7 เดือน ทำตามหน้าที่ ช่วยเหลือประชาชน ในส่วนตัว เมื่อเข้าไปที่ ทส. วันแรกให้นโยบายกับข้าราชการว่า ความล่าช้าคือความอยุติธรรม พี่น้องประชาชนจำนวนมากเดือดร้อน สูญเสีย จากระบบราชการที่ล่าช้า ตนจึงกำหนดนโยบายขับเคลื่อน เช่น การขอพื้นที่การใช้เขตป่าทั้งหมด เรื่องสาธารณูปโภค น้ำ ไฟ ถนน สั่งการว่าต้องทำให้เร็วเสร็จตามกรอบระยะเวลา เพื่อไม่ให้งบประมาณตกหล่น

นายเฉลิมชัยกล่าวต่อว่า เรื่องกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืชนั้น ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามา ตนให้ความสำคัญกับกรมนี้มากเป็นลำดับต้นๆ เพราะเป็นกันชนระหว่างประชาชนกับภาครัฐ และต้องร่วมกับกรมป่าไม้ในการจัดสรรที่ดินทำกินให้ประชาชน ทั้งนี้ ตั้งแต่ตนเข้ามาเป็นรัฐมนตรี งานคืบหน้าที่สุด โดยกรมอุทยานสามารถจัดเก็บรายได้ปี 2568 ประมาณการไว้ที่ 2,200 ล้านบาท ส่วนปีที่แล้วเก็บได้ 1,600-1,700 ล้านบาท ที่ผ่านมามีคนที่รู้บ้างไม่รู้บ้างเอามาพูดซึ่งตนไม่ได้ตอบโต้

“แต่ขอชี้แจงว่าการจัดเก็บรายได้นั้นมีหลักเกณฑ์ในการใช้เงิน อย่าง 2,200 ล้านบาทนั้น จะใช้ได้ 600 กว่าล้านบาท นอกจากนั้นก็จะไปเป็นสวัสดิการส่งคืนอุทยาน นำไปปรับปรุง ซื้ออะไรต่างๆ” นายเฉลิมชัยกล่าว

Advertisement

นายเฉลิมชัยกล่าวต่อว่า โดยเฉพาะกรณีระบบตั๋วเข้าอุทธยานที่บอกว่ามีการทุจริตนั้น 7 เดือนที่ตนเข้าไปเป็น รมว.ทส.เดือนหน้ามีการลงนามในเรื่องของการใช้ E-Ticket และ E-Service ซึ่งจะเป็นระบบป้องกันการทุจริตที่ดีที่สุด ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้มา 38 ล้านบาท กรมอุทยานให้มาอีกจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้ อาจจะไม่ถูกใจเจ้าหน้าที่ แต่ย้ำว่าเงินรายได้ที่จะทำมาปรับปรุงใช้กับอุทยานทั้ง 150 แห่ง คาดน่าจะมีรายรับเข้ามาราวๆ 4-5 พันล้านบาท ส่วนนี้ก็จะนำดูแลสวัสดิการ ปรับปรุงยกระดับอุทยานทั้งหมด ไม่มีใครที่จะไปโกงกินหรอก สำหรับตนก็ไม่มีแน่นอน มีแต่คิดจะยกระดับอุทยานทุกที่ให้รองรับนักท่องเที่ยว และต่อสู้กับภาคส่วนอื่นๆ ได้อย่างไร

นายเฉลิมัยกล่าวอีกว่า วันนี้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานมีเป็นหมื่นคน เสียชีวิต บาดเจ็บ ทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่ แต่ได้รับการชดเชยตามระเบียบ เช่น เสียชีวิตได้ 5 แสนบาท ทุพพลภาพ 5 แสนบาท อัมพาต 3 แสน แต่เดือนหน้าประกาศกรมฯ เพิ่มสวัสดิการเสียชีวิตจาก 5 แสนบาท เพิ่มเป็น 1 ล้านบาท ทุพพลภาพ สูญเสียแขน ขา จาก 3 แสนบาท เพิ่มเป็น 1 ล้านบาท บาดเจ็บสาหัส โดยมีเอกสารรับรองทางการแพทย์ ก็เพิ่มจาก 1.5 แสนบาท เป็น 5 แสนบาท และทุกอุทยานต้องมีอารยสถาปัตย์สำหรับผู้พิการ และหลังจากนี้นักท่องเที่ยวไม่ว่าคนไทยหรือต่างชาติเมื่อเข้ามาเที่ยวอุทยาน จะได้รับการประกันภัย

ทั้งนี้ อุทยานที่ทำรายได้มากที่สุดคืออุทยานทางทะเล โดยเฉพาะอันดามัน จึงจำเป็นต้องมีเรือไว้ตรวจการ ซึ่งเมื่อตนเข้ามา เพิ่งจะมีการรับมอบเรือมา 1 ลำ ที่มีการทำสัญญาก่อนที่ตนจะเข้ามา แต่ตกใจกับงบซื้อเรือ สูงถึง 26 ล้านบาท แต่เข้าใจ อีกทั้งยังมีคำแนะนำจากหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบว่า ควรต้องมีการตรวจสอบสวัสดิภาพเรือที่มีอายุกว่าสิบปี ทั้งนี้ ก็เพื่อสวัสดิภาพของคนทำงาน

“ยืนยันว่า เงินรายได้ของอุทยานจะเอามายกระดับ พัฒนา ไม่ได้เอามาเป็นทรัพย์ของตนเอง ผมไม่ทำชั่ว ไม่เลว ไม่ทุจริตคอร์รัปชั่น แต่บางครั้งเป็นกระแสสังคมเอาไปพูด ซึ่งผมไม่โต้เถียง แต่ชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชน และสมาชิกพรรคเข้าใจว่าตนเข้าไปแล้วทำงานแบบไหน” นายเฉลิมชัยกล่าว