เมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ สถาบันบำราศนราดูร นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยถึงกรณีการตรวจเยี่ยมโรงพยาบาล (รพ.) บึงกาฬ ที่พบปัญหาแพทย์ฝึกหัด หรือ หมออินเทิร์น ลาออกจำนวนมาก เมื่อวันที่ 29 เมษายน ที่ผ่านมา ว่า ตามแผนแก้ปัญหาของกระทรวงสาธารณสุขคือการประกาศพื้นที่พิเศษ เพื่อเพิ่มสวัสดิการที่เป็นเหมือนรางวัลให้กับหมออินเทิร์นที่มาทำงานในพื้นที่พิเศษ เช่น การลดจำนวนปีที่ต้องทำงานจาก 3 เป็น 2 ปี ก็มีสิทธิไปเรียนต่อเป็นแพทย์เฉพาะทางได้ การเพิ่มเงินค่าตอบแทน เป็นต้น ขณะเดียวกัน หากแพทย์ในพื้นที่ไม่เพียงพอ ก็สามารถเปิดรับแพทย์ที่เรียนจบมหาวิทยาลัยเอกชน มาเป็นแพทย์อินเทิร์นในพื้นที่พิเศษได้ ซึ่งปัจจุบันมีแพทย์จากม.เอกชน มีความต้องการเข้าสู่ระบบราชการเยอะ ทั้งนี้ ตามที่ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ประชุมหารือไปแล้ว ก็ได้มีการประกาศพื้นที่พิเศษโดยกระทรวงสาธารสุข คือ จ.บึงกาฬ จ.แม่งฮ่องสอน และ 4 อำเภอชายแดน จ.ตาก
เมื่อถามว่ามีพื้นที่อื่นที่จะประกาศเป็นพื้นที่พิเศษด้วยหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า แม่ฮ่องสอน และ 4 อำเภอในจ.ตาก มี อ.ท่าสองยาง อ.แม่ระมาด อ.อุ้มผาง และอ.พบพระ ก็ดำเนินการเช่นกัน
ผู้สื่อข่าวถามกรณีหลังประชุมครม.สัญจรได้เดินทางไปยังรพ.บึงกาฬ เพื่อรับฟังบุคลากร มีปัญหาอะไรที่ต้องเร่งแก้ไขหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เป็นการให้กำลังใจ ซึ่งก็มีส่วนอื่นๆด้วย อย่างพยาบาล ขณะนี้ปลัดสธ.กำลังดูว่าอะไรยังไม่ได้ทำ หากเพิ่มเติมได้จะทำให้ แต่ที่ต้องการกันมากที่สุดคือ (ร่าง) พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ระเบียบข้าราชการสาธารณสุข พ.ศ… หรือร่างกฎหมายแยกกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ออกจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) เพราะจะทำให้กระทรวงสาธารณสุขสามารถบริหารจัดการได้อย่างคล่องตัว และแก้ปัญหาบุคลากรได้ แต่ประเด็นคือ เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่อำนาจของกระทรวงฯเพียงอย่างเดียว เพราะต้องมีฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้ามาพิจารณาด้วย
เมื่อถามว่าในฐานะรมว.สาธารณสุข จะเข้าไปช่วยเร่งรัดร่างพ.ร.บ.ก.สธ.ด้วยหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เราเร่งรัดตามกำลังของเราแล้ว ก็ต้องรอขั้นตอนจากนี้
ถามถึงกรณีการพูดคุยกับบุคลากรรพ.บึงกาฬ อาจเหมือนคุยเฉพาะผู้บริหาร ไม่ได้พูดคุยกับบุคลากร นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การพูดคุยเป็นขั้นตอน เมื่อมีเวลาเราก็ไปคุยกับคนทำงาน แต่หากเวลาไม่มากก็ต้องให้เกียรติชั้นบังคับบัญชา หากเป็นเช่นนั้นตนคงไม่ต้องไป แต่นี่ตนไปเองย่อมได้พูดคุยกับบุคลากรคนทำงาน การไปครั้งนี้ถือว่า “เรามีใจให้กัน มีความห่วงใยกัน” ซึ่งอยากให้เขาสะท้อนภาพออกมา และตนก็มีเพื่อนเป็นสส.ในพื้นที่มารับฟังตลอด อะไรช่วยได้ ทำได้เราก็ทำ

