ส.ก.ราชเทวี ทวงคืบหน้า ‘ห้องเรียนปลอดฝุ่น’ ขอบคุณรองผู้ว่าฯ ปรับเงินเดือนอาสาดูแลเด็ก
เมื่อวันที่ 30 เมษายน เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ประธานสภากรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นประธานการประชุม สภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สอง (ครั้งที่ 4) พ.ศ. 2568 โดยมีผู้บริหารกทม. นำโดย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกทม. พร้อมด้วยสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ทั้ง 50 เขต ตลอดจนข้าราชการกทม. เข้าร่วม
โดยวันนี้มีวาระการประชุมที่น่าสนใจหลายญัตติ หนึ่งในนั้นคือ กระทู้ถามสดของ นายเอกกวิน โชคประสพรวย ส.ก.เขตราชเทวี ซึ่งสอบถามไปยังผู้ว่าฯ เรื่อง ความคืบหน้าการดำเนินการห้องเรียนปลอดฝุ่นของศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนกรุงเทพมหานคร

นายเอกกวินกล่าวว่า หลังจากที่ตนได้แถลงเรื่องห้องปลอดฝุ่น สามารถใช้งบสำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ต่อมาวันที่ 6 มีนาคม 2568 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ประชุมเพื่อให้กรุงเทพมหานครและสำนักงานเขตต่างๆ เร่งจัดทำโครงการใช้งบประมาณของหลักประกันสุขภาพเพื่อทำห้องปลอดฝุ่น
“จนถึงวันนี้ เป็นระยะเวลาเดือนกว่า เกือบสองเดือน จึงขอสอบถามฝ่ายบริหาร ถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งโครงการห้องปลอดฝุ่นของสำนักงานเขต 50 เขต รวมแล้วศูนย์เด็ก 264 ศูนย์ มีเขตไหนบ้างแล้ว ที่ตั้งงบ สปสช.ซื้อเครื่องกรองอากาศและเครื่องปรับอากาศ” นายเอกกวินกล่าว
ด้าน นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การทำห้องปลอดฝุ่น ก็เป็นนโยบายที่พยายามทำอยู่ โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือ โรงเรียนในสังกัดอยู่ภายใต้อำนาจที่ กทม. ดูแล ได้ผ่านงบประมาณปี 2568 เรียบร้อยแล้ว และอยู่ในขั้นตอนของการก่อสร้าง
ส่วนที่ นายเอกกวินสอบถามนั้น เป็น ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ซึ่งอยู่ภายใต้ของการกระจายอำนาจให้ชุมชนที่ดูแล โดยทาง กทม. จัดทำงบประมาณมาตลอด ซึ่งทั้งหมดมี 264 ศูนย์ 867 ห้อง จะมีการดำเนินการห้องปลอดฝุ่น 3 รูปแบบ รูปแบบที่หนึ่ง ห้องระบบปิดไม่มีเครื่องปรับอากาศและเครื่องกรองอากาศทั้งหมด 536 ห้อง, รูปแบบที่สอง ห้องปิดมีเครื่องฟอกอากาศทั้งหมด 374 ห้อง, รูปแบบที่สาม ห้องปิดมีเครื่องปรับอากาศ 303 ห้อง

“ตอนนี้พยายามหาทางออกให้กับชุมชน เพราะไม่สามารถตั้งงบของราชการได้ จึงมีการหารือกับทาง สปสช. และปลดล็อก เรื่องงบประมาณทางกองทุนฯ
โดยเมื่อก่อนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจะของบประมาณในนามกลุ่มประชาชน ซึ่งจะมีข้อจำกัดการจัดซื้อครุภัณฑ์ในวงเงินไม่เกิน 20,000 บาท แต่ปัจจุบันทางศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน มีอำนาจในการขอวงเงินได้มากกว่า 20,000 บาท โดยมีการแก้หลักเกณฑ์ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์จนถึงต้นมีนาคม ที่ศูนย์ฯ สามารถของบประมาณได้” นายศานนท์กล่าว และว่า
หลังจากนั้น ยังมีการประชุมแนวดิ่งขอให้ทางศูนย์เด็กเล็กทำความเข้าใจเรื่องการของบประมาณ ซึ่งทาง กทม. ได้ทำตัวอย่างโครงการให้กับทางศูนย์เด็กเล็กเป็นผู้ขอเอง เพราะฉะนั้น ครุภัณฑ์ทั้งหมดจะไม่ตกเป็นของเขต แต่เป็นของศูนย์เด็กเล็กเอง
นายศานนท์กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีความคืบหน้าทั้งหมด 150 ศูนย์ ที่ประสงค์จะของบประมาณ และตอนนี้ดำเนินการแล้วจำนวน 97 ศูนย์ ได้ไปแล้วหนึ่งศูนย์ ก็คือศูนย์เด็กพัฒนาสมหวัง เขตบึงกุ่ม อยู่ในขั้นตอนจัดหา
นายเอกกวิน กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากให้ฝ่ายบริหารเฝ้าติดตาม โดยเฉพาะรองผู้ว่าฯ ที่กำกับดูแลเรื่องนี้ เพราะมีบางเขต ก็ยังไม่ได้ขยับ หลังจากที่มีการประชุมแนวดิ่งไป และงบประมาณ สปสช. ก็ต้องรอในระยะเวลาหลายเดือน จึงอยากให้ฝ่ายบริหารติดตาม และขอบคุณฝ่ายบริหารที่ได้ปรับค่าเงินเดือนอาสาผู้ดูแลเด็กเพิ่มขึ้น



