แรงงานเก็บผลไม้ฟินแลนด์บุกยื่นหนังสือ ‘พิพัฒน์’ เร่งเยียวยาปมถูกหลอกไปค้ามนุษย์

1.05.25 | 14:56 น.

แรงงานเก็บผลไม้ฟินแลนด์บุกยื่นหนังสือ ‘พิพัฒน์’ เร่งเยียวยาปมถูกหลอกไปค้ามนุษย์

วันนี้ (1 พฤษภาคม 2568) ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ตัวแทนสหภาพคนทำงานต่างประเทศแห่งประเทศไทย นำโดย นายไพรสันติ จุ้มอังวะ พร้อมด้วย นางมลิวรรณ วาธนู เข้ายื่นหนังสือถึง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2568

นางมลิวรรณ กล่าวว่า อยากให้กระทรวงแรงงานออกมาเร่งช่วยเหลือเงินเยียวยาให้กับแรงงานไทยที่ไปเก็บเบอร์รีป่า และผลไม้ที่ประเทศฟินแลนด์และสวีเดน เพราะเรียกร้องเรื่องนี้มากว่า 10 ปี แต่ยังไม่มีหน่วยงานใดออกมาช่วยเหลือจริง

“เราอยากให้ทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นเงินกองทุน เงินเยียวยา หน่วยงานที่ช่วยเหลือเรื่องการค้ามนุษย์ เข้ามาช่วยเหลือเพราะพวกเราถูกค้าแรงงานทาส โดนหลอกลวงทุกอย่าง ตั้งแต่เมืองไทยจนไปถึงฟินแลนด์ จนกลับมาไทย มาเรียกร้อง ยื่นเอกสารทุกหน่วยงาน แต่ยังไม่มีหน่วยงานที่เข้าช่วยเหลือเป็นจริงเป็นจัง เหมือนเป็นแรงงานเบอร์รีเลือด จนกระทั่งตั้งเป็นสหภาพคนทำงานต่างประเทศแห่งประเทศไทย จนมาเรียกร้องขนาดนี้ ก็ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ แรงงานที่เดินทางไปใน 2 ประเทศดังกล่าว เป็นการทำงานผ่านกรมการจัดหางาน (กกจ.) มีสัญญาจ้าง มีการอบรม มีประกันรายได้ ชั่วโมงละ 9 ยูโร เดือนละ 1,500 ยูโร คิดเป็นเงินไทยประมาณ 55,000 บาทต่อเดือน เป็นงานเก็บผลไม้ในฟาร์มเท่านั้นตามสัญญาจ้าง แต่พอไปถึงประเทศฟินแลนด์หรือสวีเดน ไม่ได้เป็นไปตามสัญญาจ้าง สวีเดนเงินรายเดือน เดือนละ 800 ปอนด์ แต่ไปทำแล้วก็เจ็บ ไม่ได้เงินกลับมาเมืองไทย มาเรียกร้องตามสัญญาจ้างที่ประกันรายได้ก็ไม่ได้ ก็ถือว่าหลอกลวง ตั้งแต่เริ่มสัญญาจ้าง ทั้งๆ ที่อบรมผ่าน กกจ. ที่เป็นคนยื่นสัญญาจ้างให้กับแรงงานด้วย” นางมลิวรรณ กล่าว

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามถึงลักษณะงานและความเป็นอยู่ของแรงงาน นางมลิวรรณ กล่าวว่า ค่าอยู่ ค่ากิน ไม่เป็นไปตามสัญญาจ้าง หลอกลวงทุกอย่าง ถูกยึดพาสปอร์ต เจ็บไข้ได้ป่วยก็ไม่ดูแล แม้กระทั่งสัญญาจ้าง คือ สัญญาหลอกๆ กลายเป็นว่า เอาแรงงานไทยไปค้ามนุษย์ ค้าแรงงานทาส กลายเป็นที่มาของเบอร์รีเลือดในสวีเดนและฟินแลนด์

นางมลิวรรณ กล่าวว่า ขอให้ช่วยเหลือเยียวยาเร่งด่วนที่สุด เพราะไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่เกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว เรียกร้องมากว่า 10 ปี หลายบริษัท ไม่ใช่แค่บริษัทเดียว

“โยนความผิดให้แรงงาน พอเรียกร้อง ก็ดูถูกว่าเป็นคนอีสาน ก็อยากจะบอกว่า คนอีสานเขาก็มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ เราผ่านการอบรมจาก กกจ. แรงงานก็เชื่อมั่นถึงได้ไป ขอฝากไปถึงอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่พูดว่า แรงงานผู้เสียหายแค่ 30 คน ขอการันตีเลยว่า มีแรงงานผู้เสียหายกว่า 1,000 คน เสียหายเป็นเงินไทยกว่าหมื่นล้านบาท แล้วขอท่านมาลงพื้นที่ มาดูแลจริงๆ บ้าง อย่ามองแต่ภาพลวงตา บริษัทก็พูดจัดฉากให้ดูดี แต่ความเป็นจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น ออกมาดู ออกมาช่วยเหลือแรงงาน กกจ.หรือกระทรวงแรงงานต้องรับผิดชอบ” นางมลิวรรณ กล่าวและว่า กรณีที่ไปทำงาน พบว่า ถูกหักเงินไปเป็นดอกเบี้ย ร้อยละ 3 ซึ่งตามสัญญาก่อนไปไม่มีดอกเบี้ย

ด้าน นายไพรสันติ กล่าวว่า สวีเดน หรือ ฟินแลนด์จับกุมนายจ้างในคดีค้ามนุษย์ไปแล้ว แต่ไทยไม่ยอมดำเนินการ บริษัทที่ส่งแรงงานของไทย กลับมาต่อสู้คดีความที่ไทย แต่แรงงานไม่มีโอกาสชนะ เพราะฝั่งนั้นเป็นถึงผู้พิพากษาหรือทนายความ ไม่ว่าจะเป็นกรณีของตน ที่มีผู้พิพากษาแขวงอุดรธานี มีความเกี่ยวข้องกับการส่งออกแรงงาน

“เรื่องเงินอยากจ่ายก็จ่าย ไม่อยากจ่ายก็ไม่จ่าย จนปีที่ผ่านมา บริษัทที่ฟินแลนด์ถูกจับกุมในข้อหาค้ามนุษย์ แต่เรามาเรียกร้องในประเทศไทย กลับถูกปัดตก ไม่ว่าจะเป็นสหวิชาชีพจากชัยภูมิ ก็ไม่ยอมรับว่าเป็นคดีค้ามนุษย์ ทั้งที่เป็นบริษัทเดียวกัน คนบริหารคนเดียวกัน แต่ทำไมถูกปัดตก พอเกิดปัญหา แต่ละปีก็เปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่ ผู้บริหารคนเดิม รัฐบาลไทย กระทรวงแรงงาน หรือ กกจ.รู้ดี แต่ไม่ยอมแก้ไขปัญหานี้ ให้คนเดิมๆ ทำผิดซ้ำๆ ยุบแค่บริษัทเฉยๆ” นายไพรสันติ กล่าว