พบเพิ่มชิ้นส่วนมนุษย์ 41 รายการ ใต้ซากตึกสตง. ผอ.สปภ.กทม. ชี้กู้ซากเสร็จ พ.ค.นี้
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 2 พฤษภาคม ที่กองอำนวยการร่วม สน.บางซื่อ ห้างสรรพสินค้า เจเจมอลล์ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (ผอ.สปภ.กทม.) แถลงความคืบหน้าในปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายและการตรวจพิสูจน์ยืนยันตัวตนผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ถล่ม ว่า
จากปฏิบัติการเปิดพื้นที่ในจุดบันไดหนีไฟ โซน D ที่คาดว่าเป็นพื้นที่ที่มีผู้ประสบภัยอยู่กันเยอะ ตลอดทั้งวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา พบร่างผู้เสียชีวิตและชิ้นส่วนอวัยวะมนุษย์ทั้งหมด 41 รายการ ในจำนวนนี้ เป็นร่างผู้เสียชีวิตตามที่แพทย์ยืนยันเบื้องต้น 13 ร่าง และรายการชิ้นส่วนมนุษย์ขนาดใหญ่ที่แพทย์ยังไม่ยืนยันอีก 2 รายการ ที่เหลือเป็นชิ้นส่วนอวัยวะชิ้นเล็กๆ
นายสุริยชัยกล่าวอีกว่า ในส่วนการเปิดพื้นที่ในในโซน D2 ที่เชื่อมกับโซน C และในส่วนทางเชื่อมอาคารสำนักงาน สตง.กับอาคารจอดรถ โซน C ตอนนี้ยังลงไม่ถึงชั้นใต้ดินของอาคาร ซึ่งมีความสูงจากพื้นที่ถึงชั้นดินด้านบน 4 เมตร ส่วนทางเดินชั้น 3 ของซากอาคารสำนัก สตง.อยู่ลึกลงไปใต้ชั้นผิวดิน 2-3 เมตร ทีมกู้ภัยยังลงไปไม่ถึง แต่วันนี้เราได้มีการเพิ่มเครื่องจักรกลหนักและทีมงานกู้ภัยขุดรื้อสิ่งกีดขวางเพื่อให้เข้าไปถึงจุดนั้น เมื่อเข้าไปถึงได้คาดว่าน่าจะพบผู้ประสบภัยที่สูญหายหลายคน นอกจากนี้ วันนี้จะมีการเปิดพื้นที่โถงหน้าลิฟต์เพิ่มบริเวณโซน A-D หากเป็นไปตามแผนในคืนนี้น่าจะพบร่างผู้ประสบภัยเพิ่มขึ้น
“จากแผ่นพื้นที่อาคารที่ยุบตัวลงไป การปฏิบัติการค้นหาในขณะนี้อยู่บริเวณชั้น 4-5 ของอาคารสำนักงานเดิม และร่างผู้ประสบภัยที่พบทั้งหมดเมื่อวานนี้ (วันที่ 1 พ.ค.) เป็นร่างของพนักงานบริษัท เอสเอ คอนสตรัคชั่น 2008 จำกัด ตามฐานข้อมูลที่ได้รับว่าพนักงานกลุ่มนี้ทำงานอยู่บริเวณชั้น 3-4 ก่อนจะเกิดเหตุอาคารถล่ม ซึ่งตรงตามที่ทีมผู้เชี่ยวชาญได้วิเคราะห์ก่อนหน้านี้” นายสุริยชัยกล่าว
ผอ.สปภ.กทม.ยืนยันว่า จำนวนผู้ประสบภัยตอนนี้ยังยืนตามจำนวนที่พนักงานตำรวจสอบสวนเสร็จแล้วว่ามี 103 คน และดูจากยอดการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์จากสถาบันนิติเวชว่ามีจำนวนเท่าไหร่ที่หาเจอ สุดท้ายแล้ว แม้จะมีการตามหาผู้ประสบภัยจนครบ 103 คนแล้วก็ตาม เราก็จะดำเนินการเปิดพื้นที่ซากอาคาร สตง.ให้เปิดทั้งหมด เพื่อความละเอียด เผื่อว่าอาจจะมีผู้ที่ยังติดค้าง หรือตกค้างการแจ้งยอดผู้ประสบภัยมาก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยซากอาคาร สตง.จะเสร็จภายในสิ้นเดือน พ.ค.นี้ แน่นอน จากนั้น ผอ.เขตจตุจักร ในฐานะผู้บัญชาเหตุการณ์ฯ จะประกาศคืนพื้นที่ให้กับทางโครงการก่อสร้างฯ และผู้ประกอบการโดยรอบต่อไป
“ตอนนี้จะยังไม่มีการปรับยอดผู้ประสบภัยเพิ่มจนกว่าจะได้การรับการยืนยันข้อมูลอย่างเป็นทางการจากพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการสอบสวนหาจำนวนผู้ประสบภัยที่ถูกต้อง” นายสุริยชัยระบุ
สำหรับการสนับสนุนทีมพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และทีมวิศวกรกรมโยธาธิการและผังเมืองในการเก็บหลักฐานโครงสร้างอาคารในชั้นใต้ดินนั้น ผอ.สปภ.กทม.กล่าวว่า เรื่องนี้ ฝ่ายปฏิการค้นหาและกู้ภัยได้กันพื้นที่ให้ทีมพนักงานสอบสวนเข้าไปเก็บหลักฐานได้สะดวกแล้ว แต่ไม่ทราบว่าจะเก็บหลักฐานอะไรไปได้มากน้อยแค่ไหน
ต่อมาเวลา 11.00 น. บรรยากาศภายในบริเวณพื้นที่เกิดเหตุอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ถล่ม เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน โดย พ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผกก.สน.บางซื่อ พร้อมด้วยกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI), กรมโยธาธิการและผังเมือง, เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ตำรวจ และพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ ร่วมกันลงพื้นที่เข้าเก็บพยานหลักฐาน ทั้งจากเสาปูนของอาคาร, ปล่องลิฟต์ และผนังลิฟต์ โดยเก็บจากการเจาะคอริ่งปูน และเหล็ก เพื่อนำไปตรวจสอบ โดยขณะเจ้าหน้าที่เข้าเก็บหลักฐาน ในส่วนของเจ้าหน้าที่ ปภ.จะทำการรื้อถอนโซนบริเวณใกล้เคียงควบคู่กันไปด้วย
ต่อมาเวลา 11.30 น. สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ รายงานผลการปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ผู้เสียชีวิตและสูญหายกรณีอาคาร สตง.ถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหวว่า นับตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค.2568 จนถึงเวลา 17.00 น. วันที่ 1 พ.ค.2568 สถาบันนิติเวชวิทยา ได้รับร่างผู้เสียชีวิตและชิ้นส่วนอวัยวะมนุษย์ที่เข้าระบบการตรวจพิสูจน์ทั้งหมด เป็นร่างผู้เสียชีวิตสมบูรณ์ 68 ราย เป็นชิ้นส่วนอวัยวะ 237 ชิ้น สามารถตรวจพิสูจน์ยืนยันข้อมูลผู้เสียชีวิตได้แล้ว 74 ราย ในจำนวนนี้เป็นร่างสมบูรณ์ 68 ราย และเป็นชิ้นส่วนอวัยวะที่ตรวจพิสูจน์แล้วตรงกันเป็นผู้เสียชีวิต 6 ราย ในส่วนการเก็บข้อมูล DNA จากญาติผู้สูญหายเพื่อยืนยันอัตลักษณ์บุคคล สามารถจัดเก็บแล้ว 99 ราย และไปเปรียบเทียบพิสูจน์ยืนยันอัตลักษณ์บุคคลผู้เสียชีวิตได้ 58 ราย และสามามารถส่งมอบร่างให้ญาติรับไปบำเพ็ญกุศลได้แล้ว 43 ราย
ด้าน พ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผกก.สน.บางซื่อ เปิดเผยว่า ตอนนี้มีผู้มาแจ้งความว่ามีผู้สูญหายจากเหตุตึก สตง.ถล่มเพิ่มเติมอีก 4 ราย เป็นบุคคลสัญชาติไทย 2 ราย และ สัญชาติเมียนมา 2 ราย ทั้งหมดอยู่ระหว่างการสอบสวนว่าเป็นบุคคลสูญหายในเหตุการณ์ตึก สตง.ถล่มจริงหรือไม่ ต่อมาได้รับการยืนยันเบื้องต้นว่ามีการพบศพชาวเมียนมาซึ่งเป็น 1 ใน 4 รายที่มีการแจ้งความไว้ในซากตึก สตง. อย่างไรก็ตาม ต้องการการสรุปผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
ต่อมาเวลา 13.00 น. บรรยากาศภายในบริเวณอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ถล่ม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกันลงพื้นที่สังเกตการณ์ เข้าการเก็บพยานหลักฐานเพิ่มเติมโดยการเจาะคอริ่งปูนบริเวณผนังลิฟต์ ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่มีการแก้ไขแบบ โดยมี พ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผกก.สน.บางซื่อ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI), กรมโยธาธิการและผังเมือง และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เพื่อรวบรวมพยานฐานลงสำนวนคดี
นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัย USAR และหน่วยกู้ภัยทีมค้นหา และทีมเครื่องจักรหนักยังคงปฎิบัติงานอย่างต่อเนื่องทุกโซน ท่ามกลางบรรยากาศเมฆครึ้มเล็กน้อย














