ผู้ช่วยรมต.สธ. เผย รพ.เอกชน รู้แต่แรก ให้เลือดเหยื่อปูนพระราม 2 ผิด เล็งให้แพทยสภาสอบ
เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยเพิ่มเติมถึงกรณีที่มีการรายงานข่าวว่าโรงพยาบาล (รพ.) ที่ทำการรักษาผู้บาดเจ็บจากเหตุปูนหล่นทับ บริเวณถนนพระราม 2 ให้เลือดผิดหมู่ในระหว่างทำการรักษาต่อมาผู้บาดเจ็บเสียชีวิต ว่า ข้อเท็จจริงของเรื่องนี้เกิดขึ้นจากเหตุปูนหล่นใส่ผู้เสียชีวิตที่ถนนพระราม 2 ซึ่งมีการส่งตัวไปยัง รพ. เอกชนแห่งหนึ่ง ผู้บาดเจ็บเข้ารักษาด้วยอาการตับฉีก เลือดไหลไม่หยุด จำเป็นต้องให้เลือดด่วน โดยปกติต้องใช้เลือดกรุ๊ปโอ แต่ทาง รพ. มีหมู่เลือดโอไม่พอ แพทย์จึงทำการตรวจทางห้องปฏิบัติการ (แล็บ) เพื่อหาหมู่เลือดของผู้บาดเจ็บ แต่ในขณะนั้น ผลแล็บระบุกรุ๊ปเลือดเอ และผู้บาดเจ็บจำเป็นต้องเร่งทำการผ่าตัด แพทย์จึงให้เลือดบางส่วนเพื่อผ่าตัด แต่มาทราบผลภายหลังว่าผู้บาดเจ็บเลืดกรุ๊ปบี แต่เลือดที่ได้เป็นกรุ๊ปเอ
นายกองตรี ธนกฤต กล่าวว่า เมื่อรพ.ทราบว่า มีการให้เลือดผิด ทาง รพ.เอกชนแห่งแรกนี้จึงได้ส่งตัวผู้บาดเจ็บไปยัง รพ.สมุทรสาคร พร้อมกับประวัติการรักษา ดังนั้น ยืนยันได้ว่า รพ. เอกชนแห่งแรกรู้ตั้งแต่ก่อนส่งตัวว่าให้เลือดผิดหมู่
“ผมได้ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สมุทรสาคร ตรวจสอบเรื่องนี้ จึงได้รับทราบว่าเป็นเรื่องจริง อย่างไรก็ตามเชื่อว่า รพ. เอกชนแห่งแรกก็ไม่ได้มีความตั้งใจจะให้เลือดผิดหมู่ แต่อาจจะเป็นเพราะผลแล็บคลาดเคลื่อน” นายกองตรี ธนกฤต กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทาง สธ.สามารถเข้าไปให้ความช่วยเหลืออย่างไรได้หรือไม่ นายกองตรี ธนกฤต กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ป่วยได้เสียชีวิตแล้ว อันดับแรกญาติต้องไปดำเนินคดีเรื่องที่มีปูนหล่นมาใส่ผู้เสียชีวิต จากนั้นญาติต้องมาไล่เรียงเรื่องของการรักษา ที่มีการให้เลือดผิดหมู่ ต้องไปดูว่า เป็นสาเหตุที่ทำให้อาการหนักขึ้นจนเสียชีวิตหรือไม่ ซึ่งอาจจะต้องให้ทางแพทยสภาเข้ามาดูเรื่องมาตรฐานวิชาชีพประกอบกันไปด้วย
ทั้งยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมเป็นไทม์ไลน์ของการรักษาพยาบาล ดังนี้
29 เมย 68
8.25 น ผู้ป่วยมาห้องฉุกเฉิน อัลตร้าซาวด์พบเลือดออกมากในช่องท้อง
9.00 น. – วางแผนผ่าตัด เลือดกรุ๊ปโอไม่เพียงพอ จึงสั่งให้เป็นกรุ๊ปเลือดที่เข้ากันได้ทดแทน
– นักเทคนิคการแพทย์ ตรวจ screening test ตรวจพบผู้ป่วยมีเลือดกรุ๊ป A Positive (A+)
9.40 น. – นำผู้ป่วยเข้าผ่าตัด พบตับฉีกขาดขนาดใหญ่ 3-4 ซม. จำนวน 4 แห่ง ลักษณะเปื่อยยุ่ย
11.50 น. – ออกจากห้องผ่าตัด
– ห้องแลปแจ้งรายงานของเม็ดเลือดแดงของผู้ป่วยกับเลือดที่บริจาคแสดงถึงความเข้ากันไม่ได้
– นักเทคนิคการแพทย์ ตรวจ screening test ครั้งที่ 2 พบว่าเป็น B positive (B+)
12.00 น. ประสาน รพ สมุทรสาคร เพื่อส่งต่อผู้ป่วย
14.00 น. ส่งตัวผู้ป่วยไป รพ สมุทรสาคร

