อุทยาน ยัน ไม่เคยใช้แรงงานเด็กชาวมอแกน ชี้จ้างผู้ใหญ่ทำงานวันละ 5ชม. มีอาหารเลี้ยง

4.05.25 | 20:04 น.

อุทยาน ยัน ไม่เคยใช้แรงงานเด็กชาวมอแกน ชี้ผู้ใหญ่วันละ 200-250 บาท ทำงานวันละ 5ชม. ชี้ไม่ได้บังคับให้ผู้ชายถอดเสื้อถ่ายรูปกับนทท. แต่เป็นวิถี ทำงานเสร็จจะถอดเสื้อ

จากการเสนอข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ (Facebook) โดยใช้ชื่อว่า “ทราย – Merman” เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 โดยมีการนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ โดยเฉพาะการใช้แรงงานเด็กชาวมอแกน

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า ได้สอบถามไปยัง นายเกรียงไกร เพาะเจริญ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ โดยนายเกรียงไกร ชี้แจงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

1.ประเด็นการอยู่อาศัยของพี่น้องชาวไทยมอแกน บริเวณอ่าวบอนใหญ่ เกาะสุรินทร์ใต้ ซึ่งในอดีตพี่น้องชาวไทยมอแกนจะใช้ชีวิตอยู่บนเรือกะบางเป็นหลัก ในช่วงฤดูมรสุมจะขึ้นมาอาศัยตามเกาะต่างๆ โดยการทำที่อยู่อาศัยเป็นเพิงพักชั่วคราว ต่อมาหลังเกิดเหตุการณ์สึนามิส่งผลกระทบต่อพี่น้องชาวไทยมอแกนเป็นอย่างมาก ทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์จึงได้ขอความร่วมมือให้มาอยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง บริเวณอ่าวบอนใหญ่ เกาะสุรินทร์ใต้ เพื่อที่จะได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยในปัจจุบันมีหน่วยงานราชการที่คอยสนับสนุน ดูแลคุณภาพชีวิต การศึกษา ให้แก่พี่น้องชาวไทยมอแกน มีศูนย์การเรียนรู้ชาวไทยมอแกน (หลักสูตร กศน.) ครูประจำ 4 อัตรา และศูนย์สาธารณสุขมูลฐาน มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำ 1 อัตรา ตลอดทั้งปี

Advertisement

2.การใช้แรงงานเด็ก ทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ มีการจ้างแรงงานพี่น้องชาวไทยมอแกน
ซึ่งทั้งหมดจะเป็นแรงงานผู้ใหญ่ ในอัตราค่าจ้างวันละ 200-250 บาท โดยเริ่มทำงานเวลาประมาณ 09.00-14.00 น. แต่ละวันจะทำงานประมาณ 5 ชั่วโมง ได้มีการจัดอาหารเช้า กลางวัน เลี้ยงทุกวัน และในแต่ละวันพี่น้องชาวไทยมอแกนที่ทำงานกับอุทยานฯ จะนำอาหารกลับไปฝากครอบครัว โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มแต่อย่างใด สำหรับการจ้างของบริษัททัวร์ อัตราค่าจ้าง 8,000-12,000 บาท ไม่รวมค่าทิปที่ได้จากนักท่องเที่ยว ส่วนประเด็นการจ้าง/ ใช้แรงงานเด็ก โดยจากการที่ผู้โพสต์นำเสนอออกสื่อเป็นการเข้าใจที่คลาดเคลื่อน กล่าวคือ น้องๆเด็กๆเหล่านั้นจะมากับพ่อ แม่ หรือญาติที่ทำงานกับทางอุทยานฯ หรือทำงานกับบริษัททัวร์ โดยทางอุทยานฯจะเลี้ยงอาหารทั้งมื้อเช้า เที่ยง ตลอดทุกวันที่มา และในส่วนของบริษัททัวร์ น้องๆ เด็กๆ ที่มากับพ่อ หรือญาติ ส่วนใหญ่จะเป็นคนขับเรือหางยาวพานักท่องเที่ยวไปเล่นน้ำ น้องๆก็จะตามมาเล่นน้ำ ซึ่งไม่ได้ตามมาเป็นประจำทุกวัน โดยทางบริษัททัวร์ยืนยันว่าไม่มีการจ้าง/ใช้แรงงานเด็ก แต่อย่างใด

3.ประเด็นการไม่ช่วยเหลือเคลื่อนย้ายผู้เสียชีวิต ทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ได้ประสานกับนายตะวัน กล้าทะเล ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านมอแกน และมีฐานะเป็นญาติกับผู้เสียชีวิต โดยนายตะวันแจ้งว่า หลังตนทราบข่าวการเสียชีวิต ตนได้นำเรือหางยาวส่วนตัวขึ้นฝั่งเพื่อที่จะไปเคลื่อนย้ายผู้เสียชีวิตและทำเอกสารต่างๆ ไม่ได้มาติดต่อทางอุทยานฯเพื่อขอความช่วยเหลือแต่อย่างใด ตนฯมองว่าสามารถที่จะดำเนินการเคลื่อนย้ายผู้เสียชีวิตได้ด้วยตนเอง

4. ประเด็นการให้เด็กผู้ชายถอดเสื้อเพื่อที่จะถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยวผู้หญิง ทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ได้ตรวจสอบกับบริษัททัวร์ โดยทางบริษัททัวร์ให้การยืนยันว่าไม่เคยมีการบังคับ หรือใช้งานให้เด็กผู้ชายถอดเสื้อถ่ายรูป และตั้งแต่ที่มีการทำทัวร์ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ไม่เคยมีพฤติกรรมให้เด็กผู้ชายถอดเสื้อถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยวผู้หญิง ซึ่งโดยวิถีชีวิตของผู้ชายชาวไทยมอแกนที่ขับเรือหางยาว หรือพานักท่องเที่ยวเล่นน้ำ หลังจากทำงานเสร็จก็จะถอดเสื้อเป็นประจำ แต่ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อที่จะถ่ายภาพกับนักท่องเที่ยวและไม่ได้ถูกบังคับให้มีการถอดเสื้อแต่อย่างใด