จัดไปแล้ว72แยก! กทม.ดึงเทคโนโลยี เปลี่ยนไฟจราจรอัตโนมือ ใช้กล้องวัดปริมาณ ปล่อยรถตามความหนาแน่น – ผู้ว่าฯ มีแผนปีหน้าอีก200แยก
เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารสำนักการจราจรและขนส่ง ลงพื้นที่บริเวณถนนสุขุมวิท 101/1 ส่องระบบสัญญานไฟจราจรอัตโนมัติ Adaptive Control หรือการปรับสัญญาณไฟตามปริมาณการจราจร
นายชัชชาติ ผู้ว่าฯ กล่าวว่า ปัจจุบันสัญญาณไฟจราจรในกรุงเทพมหานครมีประมาณ 500 แยก ซึ่งเป็นระบบอัตโนมือ คือ ให้ตำรวจเป็นคนกดสัญญาณไฟตามสภาพการจราจรที่เห็น หรือตั้งเวลาไว้
“หากเราเห็นสัญญาณไฟที่เมื่อแดงปุ๊บแล้วมีการนับถอยหลังเลย จะเป็นแบบ ‘ตั้งเวลาไว้’ ไม่ได้ปรับตามสภาพการจราจร ซึ่งแบบนี้บางครั้งรถโล่งแต่ยังเป็นไฟเขียวอยู่ แต่ฝั่งที่เป็นไฟแดงรถติดยาว หรือหากเป็นตำรวจกดเองก็อาจไม่เห็นสภาพการจราจรทั้งหมด”

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า ตอนนี้จึงมีการติดตั้งระบบ Adaptive Control โดยเป็นการใช้กล้องวัดปริมาณจราจร และใช้คอมพิวเตอร์คำนวณว่าจะปล่อยรถอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งขณะนี้ติดตั้งไปแล้ว 72 แยก ตามแนวถนนสุขุมวิท แนวถนนเพชรบุรี แนวถนนพระรามสี่ แนวถนนพหลโยธิน และบริเวณย่านสีลม โดยมีแผนจะติดตั้งเพิ่มอีก 200 แยก ในปีหน้า
ทั้งนี้ จากการนำร่องทดลองใช้ระบบ Adaptive Control พบว่า ในช่วงที่ไม่ใช่ชั่วโมงเร่งด่วนการจราจรดีขึ้นประมาณ 15% ส่วนในชั่วโมงเร่งด่วน อยู่ระหว่างเก็บข้อมูลกับทางตำรวจ อาจมีบางแยกที่รถติดหนักมาก ก็ต้องใช้ตำรวจมากดสัญญาณไฟ ซึ่งต้องดูความเหมาะสมประสานทั้ง 2 ระบบควบคู่กัน
“การปรับสัญญาณไฟตามปริมาณรถ บางครั้งเราบอกล่วงหน้าไม่ได้เพราะเราไม่รู้ว่ารถจะหมดเมื่อไหร่ อาจจะเห็นแค่ 5 วินาทีสุดท้าย แต่ไม่เห็นทั้งช่วง แต่สิ่งสำคัญคือระเบียบวินัยจราจร เทคโนโลยีอะไรฉลาดแค่ไหนก็ช่วยไม่ได้ ถ้าคนไม่ปฏิบัติตามกฎ ไม่มีวินัยจราจร” นายชัชชาติกล่าว


