ษัษฐรัมย์ ยัน ทุนอาชีพ ใช้งบไม่ถึงแสนล้าน ชี้บอร์ดประกันสังคม ยังไม่เคาะเงื่อนไข
จากกรณีที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มอบ “ของขวัญวันแรงงาน” ให้แก่ นายจ้าง และลูกจ้าง ผู้ประกันตนทั่วประเทศ ผ่านโครงการเพิ่มโอกาส เข้าถึงแหล่งเงิน “ทุนอาชีพ” ดอกเบี้ยต่ำ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มลูกจ้างที่ต้องการพัฒนาอาชีพเสริมหรือตั้งต้นธุรกิจ โครงการทุนอาชีพ วงเงินรวม 100,000 ล้านบาทของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) และ 2.กลุ่มนายจ้าง ที่ต้องการสภาพคล่องในโครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงานระยะที่ 3 วงเงิน 20,000 ล้านบาท ให้สามารถ รักษาการจ้างงานนั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 พฤษ๓าคม นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคม ฝ่ายผู้ประกันตน ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้คณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ยังไม่มีการกำหนดรายละเอียดที่ชัดเจนสำหรับโครงการทุนอาชีพ วงเงิน 100,000 ล้านบาท ของกลุ่มลูกจ้าง โดยการหารือในเบื้องต้น มีเพียงแค่ให้ไปศึกษามาตรการเกี่ยวกับสินเชื่อในกลุ่มอาชีพต่างๆ แต่ยังไม่ได้มีการกำหนดรายละเอียด หรือกรอบวงเงินอย่างเป็นทางการ มีเพียงแค่หารือเรื่องสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (soft loan) ของผู้ประกันตน ซึ่งคาดว่าคงไม่ถึง 100,000 แสนล้านบาท แน่นอน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ สปส.จัดเตรียมวงเงินมากถึง 1.2 แสนล้านบาท เพื่อปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้ประกันตนและกลุ่มนายจ้าง นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า คงไม่ใช่ตัวเลขดังกล่าว สปส.ยังไม่ได้มีโครงการใหญ่ขนาดนั้น เนื่องจากตามหลักการแล้ว หากมีโครงการสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับ สปส. จะมีกรอบวงเงินเต็มที่ 50,000-60,000 ล้านบาท รวมทุกโครงการ
“เช่น โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อผู้ประกันตน ระหว่าง สปส. กับ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ก็วงเงินอยู่ในหลักหมื่นล้านบาท แต่ไม่มีโครงการใดจาก สปส.ที่สนับสนุนเงินสูงถึงหลัก 100,000 ล้านบาท เป็นการลงทุนนอกกรอบเชิงยุทธศาสตร์ ประมาณร้อยละ 3.5 ของวงเงินลงทุนทั้งหมด 2.6 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 70,000-80,000 ล้านบาท ซึ่งถูกใช้ไปแล้วบางส่วน โดยคาดว่าคงเหลืออยู่ราว 10,000-20,000 ล้านบาท ทั้งนี้ งบประมาณ 100,000 ล้านบาท เทียบเท่ากับสิทธิประโยชน์ที่จ่ายรายปีทุกรายการ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะมีวงเงินขนาดนั้น” นายษัษฐรัมย์ กล่าว
นายษัษฐรัมย์ กล่าวอีกว่า ส่วนโครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงานของสถานประกอบการ วงเงิน 20,000 ล้านบาท นั้น บอร์ดประกันสังคมได้รับหลักการเบื้องต้นแล้ว คาดว่าจะมีรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับการส่งเสริมการจ้างงานของผู้ประกอบการและสถานประกอบการในเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อช่วยรักษาการจ้างงาน ซึ่งจะเป็นสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ที่ช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับสถานประกอบการ

