กรมน้ำ แจง เรือดูดโคลนที่พิจิตร เตรียมขนย้ายตามแผน พ.ค.นี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเก็บกักน้ำ

6.05.25 | 16:52 น.

กรมน้ำ แจง เรือดูดโคลนที่พิจิตร เตรียมขนย้ายตามแผน พ.ค.นี้ เน้นย้ำใช้งานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเก็บกักน้ำ มุ่งสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน

จากกรณีที่ได้มีการนำเสนอข่าวเรื่องเครื่องจักรของกรมทรัพยากรน้ำ จำนวน 2 ลำ มูลค่า 100 ล้าน ถูกจอดทิ้งไว้ที่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์พิจิตร (มจร.พิจิตร) เนื่องจากติดปัญหา การขนย้ายนั้น

อ่านข่าว

เครื่องจักรนับ 100 ล้านจอดทิ้งไร้ค่า! สนง.ทรัพยากรน้ำ ภาค 9 แจงติดปัญหาขนย้าย

วันที่ 6 พฤษภาคม นายโอภาส ถาวร รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำและโฆษกกรมทรัพยากรน้ำ กล่าวชี้แจงใน ประเด็นดังกล่าวว่า ได้รับทราบข้อมูลจากสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 9 แล้ว โดยเครื่องจักรที่เป็นข่าวนั้น คือ เรือดูดโคลน ซึ่งกรมทรัพยากรน้ำ ได้ส่งมอบเรือดูดโคลนฯ จำนวน 2 ลำ ให้สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 9 เมื่อเดือนกันยายน 2564 โดยได้ส่งเครื่องจักรดังกล่าวเข้าพื้นที่ หนองหันตรา (วิทยาลัยสงฆ์พิจิตร) ต.บ้านบุ่ง อ.เมือง จ.พิจิตร เพื่อดำเนินโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูหนองหันตรา ต.บ้านบุ่ง อ.เมือง จ.พิจิตร ซึ่งเป็นงานดำเนินการเองโดยทำงานร่วมกับชุดเครื่องจักรและอุปกรณ์ของหน่วยงาน เมื่อดำเนินการโครงการแล้วเสร็จจึงได้ขนย้ายเครื่องจักรและอุปกรณ์อื่น ๆ ออกไปก่อน ซึ่งสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 9 มีแผนงานการขนย้ายเพื่อนำเสนอเรือดูดโคลนฯ ไปปฏิบัติงานในพื้นที่ใหม่ในโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูและปรับปรุงหนองฝา ต.วัดจันทร์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ในเดือนพฤษภาคมนี้

Advertisement

“เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมามีการปรับแผนงานการใช้เครื่องจักรดังกล่าว จึงมีช่วงเวลาการจอดรอขนย้ายอยู่ที่วิทยาลัยสงฆ์พิจิตร เพื่อไม่ต้องย้ายเครื่องจักรไปไว้ที่สำนักงานฯ และนำเข้าพื้นที่ดำเนินการ ซึ่งจะต้องย้ายเครื่องจักร 2 ครั้ง โดยการย้ายเครื่องจักรสามารถทำได้ทั้งการนำเครื่องจักรไปทั้งชุดในระยะทางที่ใกล้ หรือการถอดประกอบ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายมากกว่า ดังนั้นเพื่อให้ เกิดการใช้งานที่มีประสิทธิภาพและลดขั้นตอนการขนย้าย จึงต้องกำหนดพื้นที่ปฏิบัติงานให้เหมาะสมกับการใช้งานของเครื่องจักรก่อนขนย้าย โดยขณะนี้ได้เตรียมขนย้ายเพื่อไปดำเนินการที่โครงการหนองฝา จ.พิษณุโลก ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ ” นายโอภาส กล่าว

สำหรับ เรือดูดโคลน จะนำไปใช้งานอยู่เป็นประจำในพื้นที่ต่าง ๆ ของสำนักงานทรัพยากรน้ำทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ที่มักจะประสบปัญหาเรื่องดินโคลนทับถมทำให้เกิดการเก็บกักน้ำได้ไม่เพียงพอและเหมาะสม ส่งผลกระทบต่อการใช้น้ำอุปโภคบริโภคและการทำเกษตรกรรมของประชาชนในพื้นที่ ดังนั้นการใช้เรือดูดโคลนจึงจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการขุดลอกดูดโคลน และดินตะกอนเลนในแหล่งน้ำ เพื่อเพิ่มพื้นที่รับน้ำและระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รวมทั้งเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนสำหรับเก็บกักไว้ใช้ ในช่วงฤดูแล้งอีกด้วย ดังเช่นในพื้นที่ ของสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 3 ใช้ งานเรือดูดโคลน ณ หนองหานกุมภวาปี (ทะเลบัวแดง) จ.อุดรธานี ด้านสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 5 ใช้ งานเรือดูดโคลนในโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเก็บกักน้ำบึงถนนหักใหญ่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา และที่สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 7 ใช้งานเรือดูดโคลนในโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำบึงบ้านโพธิ์ ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง สุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี เป็นต้น