ผู้ติดเชื้อรายที่ 4 เป็นหญิง ถูกมีดบาด สงสัย 2 แห่งต้นตอเชื้อแอนแทรกซ์ เร่งตรวจสอบคาดรู้ผลใน 4 วัน

6.05.25 | 16:53 น.

นพ.สสจ.มุกดาหาร เผยผู้ติดเชื้อรายที่ 4 เป็นหญิง ถูกมีดบาด คาดรู้ต้นตอเชื้อแอนแทรกซ์ใน 4 วัน

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม นพ.ณรงค์ จันทร์แก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) มุกดาหาร เปิดเผยสถานการณ์โรคแอนแทรกซ์ ในพื้นที่ อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร หลังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 1 ราย เป็นผู้หญิงภรรยาของผู้ติดเชื้อก่อนหน้านี้ ล่าสุดมีผู้ติดเชื้อรวมเป็น 4 ราย ว่า สำหรับผู้ป่วยรายใหม่วันนี้ (6 พฤษภาคม 2568) 1 ราย เป็นเคสที่อยู่ในข่ายต้องระวัง และรอผลตรวจเชื้อของวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา ดังนั้น ณ ปัจจุบันไม่มีผู้ป่วยเข้าข่ายที่ต้องระวังแล้ว

นพ.ณรงค์กล่าวว่า จากการติดตามผู้ติดเชื้อทั้ง 4 ราย มีข้อน่าสังเกตว่า ทั้งหมดมีบาดแผลเล็กๆ น้อยๆ ตามมือ ทำให้เชื้อเล็ดลอดเข้าไปในร่างกายได้ง่าย โดยหญิงรายล่าสุด ในระหว่างนำเนื้อวัวไปปรุงประกอบอาหาร ปรากฏว่าถูกมีดบาดมือ จึงคาดว่าเชื้อจะเข้าทางบาดแผลนี้

“ส่วนผู้สัมผัสสิ้นสุดระยะเวลาเฝ้าระวังโรคไปแล้ว 538 ราย เหลืออีก 98 ราย ซึ่งจะพ้นระยะเฝ้าระวังโรคในวันพรุ่งนี้ (7 พฤษภาคม 2568) จึงถือเป็นทิศทางที่ดี เพราะพ้นระยะโรคแล้ว แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และปลัด สธ.ย้ำว่าต้องเฝ้าระวังต่อเนื่องจนครบ 60 วัน ซึ่งจะเน้นให้กลุ่มดังกล่าว สังเกตอาการตนเองว่ามีอาการผิดปกติอะไร และให้แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญทางระบาดวิทยาของกรมควบคุมโรคให้ข้อมูลและยืนยันว่า ระยะเฝ้าระวังโรคทางผิวหนังและทางเดินอาหาร 7 วัน หากพ้นช่วงนี้ถือว่าเพียงพอ และยังไม่มีหลักฐานว่าการติดเชื้อทางเดินหายใจ สูดสปอร์เชื้อแล้วส่งผลให้ติดเชื้อลงปอด ซึ่ง สสจ.มีคิวอาร์โค้ดในไลน์เพื่อให้เช็กลิสต์อาการตนเองและแจ้งเข้ามา โดยอาการที่ต้องสังเกต เช่น มีผื่นมือสีดำๆ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หายใจไม่อิ่ม มีอาการไอ เป็นต้น” นพ.ณรงค์กล่าว

นพ.สสจ.มุกดาหารกล่าวว่า หากพ้นระยะเฝ้าระวัง 98 คน ก็มั่นใจได้มากขึ้น ส่วนจังหวัดข้างเคียง คือ อำนาจเจริญ กาฬสินธุ์ ยังต้องเฝ้าระวังในแง่ของการนำเนื้อจากพื้นที่ อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ไปรับประทาน เนื่องจากอาจนำเนื้อจากงานบุญช่วงวันเดียวกันไปรับประทานด้วย ซึ่งได้มีการประสานติดตามเฝ้าระวังแล้ว

Advertisement

“สำหรับต้นตอของเชื้อก่อโรคแอนแทรกซ์ ณ ขณะนี้ อยู่ระหว่างตรวจสอบจากทั้ง 2 แหล่ง เบื้องต้นจากการป่วยและเสียชีวิต สอบสวนโรคแล้วคาดว่าต้นตอมาจากดินบริเวณโรงเชือดบ้านโคกสว่าง ซึ่งเป็นดินยางพารา ดินสวนยาง และการเชือดชำแหละที่ไม่มีภาชนะอะไรมารองรับ เป็นการเชือดลงดิน เนื้อก็แล่ติดเศษดิน ซึ่งมีความเป็นไปได้จากตรงนี้

ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทีมสอบสวนโรคและปศุสัตว์ได้ลงพื้นที่นำดินจากบริเวณแม่น้ำโขงที่เคยประสบเหตุน้ำท่วม และมีวัวตายลอยมาตามแม่น้ำโขง สันนิษฐานว่าอาจมีเชื้อมาตกตะกอนแถวนั้นด้วยหรือไม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผล คาดว่าไม่เกิน 4 วันจะทราบว่าต้นตอมาจากไหน” นพ.สสจ.มุกดาหารกล่าว