สสปท.เตือน ‘โลกเดือด’ กระทบความปลอดภัยในการทำงาน ชี้กว่า 2,400 ล้านคนทั่วโลกเผชิญร้อน
วันนี้ (7 พฤษภาคม 2568) นายนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) หรือ สสปท. เปิดเผยเนื่องในวันความปลอดภัยแห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันที่ 10 พฤษภาคมของทุกปี ว่า องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) และเวิลด์อีโคโนมิกฟอรั่ม (WEF) รายงานว่า ปี 2568 จะเป็น ปีที่โลกร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลกระทบต่อคนทำงานทั่วโลก ซึ่งองค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ไอแอลโอ (ILO) ระบุว่า ในปี 2567 มีแรงงานมากกว่า 2,400 ล้านคนทั่วโลก ต้องเผชิญกับอากาศร้อนในการทำงานส่งผลกระทบต่อสภาพร่างกายและจิตใจ นอกจากนี้ ภาวะโลกร้อน หรือ โลกเดือด ยังส่งผลกระทบต่อการเกิดภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว ฯลฯ แม้จะไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรง แต่ก็เป็นผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศและสมดุลของโลก

นายนันทชัย กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา มีแรงงานมากกว่า 2.9 ล้านคนทั่วโลก เสียชีวิตจากการทำงาน และอีก 395 ล้านคน ได้รับบาดเจ็บจากการทำงาน โดยเฉพาะแรงงานที่ต้องทำงานบนท้องถนน หรือที่โล่งแจ้ง ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโลกร้อน ซึ่งหากนำมาตรการความปลอดภัยและอาชีวอนามัยมาเป็นเครื่องมือในการป้องกันการบาดเจ็บจากความร้อนที่มากเกินไปในที่ทำงาน จะสามารถประหยัดงบประมาณ หรือเงินลงทุนได้มากถึง 360,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี
“รายงานจาก World Academic Forum ระบุว่า ระยะ 10 ปีต่อจากนี้ งานประมาณ 1,200 ล้านตำแหน่ง หรือร้อยละ 40 ของแรงงานทั่วโลก จะต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่เกิดจากความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม และแรงงานที่ได้รับผลมากที่สุดคือ แรงงานในประเทศกำลังพัฒนาอย่าง ประเทศไทย ที่ต้องทนทำงานภายใต้ความเครียด ทนกับความร้อนจนไม่อาจทำงานได้ ซึ่งอาจจะต้องมีการศึกษาวิจัยและผลักดันมาตรการและแนวทางในการปกป้องแรงงานเหล่านี้ ภายใต้หลักการ Healthy Workplace หรือ สุขภาวะดี ในทุกที่ทำงานเพื่อให้เกิดการทำงานให้ได้ดีในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม” นายนันทชัย กล่าว
นอกจากนี้ ผู้อำนวยการ สสปท. กล่าวว่า ปัญหารการเกิดอุบติเหตุและอุบัติภัยในการทำงานก็เป้นอีกเรื่องหนึ่งที่ สสปท.ให้ความสำคัญ โดยเฉพาะอัคคีภัย ทั้งนี้ อัคคีภัยเป็นอีกภัยพิบัติหนึ่งที่ต้องเฝ้าระวัง ข้อมูลจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม ระบุชัดว่า ในรอบปี 2567 อัคคีภัยเป็นอุบัติภัยที่เกิดบ่อยที่สุดในโรงงานอุตสาหกรรม โดยเกิดขึ้นถึง 107 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 75 ของอุบัติเหตุทั้งหมด โดยในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา (ปี2565-2567) อัคคีภัยในโรงงาน มีอัตราการเกิดเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 8 ปี ตามด้วยอุบัติเหตุสารเคมีรั่วไหลที่เริ่มมีอัตราการเกิดสูงขึ้น ถึง 19 ครั้ง ในปี 2567 คิดเป็นร้อยละ 3 ของการเกิดอุบัติเหตุในโรงงานทั้งหมด
“อีกเรื่องที่ สสปท.กำลังศึกษาอยู่ เพราะเป็นประเด็นที่ทางไอแอลโอให้ความสำคัญ คือ เรื่องของระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยี เช่น หุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่แม้จะส่งผลเชิงบวกต่อความปลอดภัยในสถานที่ทำงานด้วยการลดการสัมผัสกับงานที่เป็นอันตราย แต่ก็ส่งผลกระทบในทางสังคมคือ การเกิดภาวการณ์เลิกจ้างงานสูงขึ้นเช่นเดียวกัน” นายนันทชัย กล่าว

