บอร์ด สปสช.รับข้อเสนอเพิ่มทางเลือกรักษา ‘ผู้ป่วยไทรอยด์เป็นพิษรุนแรง’ ด้วยวิธีกรองพลาสมา

7.05.25 | 15:13 น.

บอร์ด สปสช.รับข้อเสนอเพิ่มทางเลือกรักษา ‘ผู้ป่วยไทรอยด์เป็นพิษรุนแรง’ ด้วยวิธีกรองพลาสมา

วันนี้ (7 พฤษภาคม 2568) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ “สิทธิประโยชน์การรักษาคนไข้ต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไป (Hyperthyroidism) ที่มีภาวะไทรอยด์เป็นพิษรุนแรงด้วยวิธีการกรองพลาสมา (Plasmapheresis)” เพื่อเป็นหนึ่งในทางเลือกการรักษาให้กับผู้ป่วยสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง 30 บาท ซึ่งดำเนินการจากข้อเสนอของสมาคมต่อมไร้ท่อแห่งประเทศไทย

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ในการดำเนินงานการระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มีหลักการสำคัญคือ การดูแลประชาชนที่ไม่มีหลักประกันสุขภาพภาครัฐรองรับ ให้เข้าถึงการรักษาและบริการสาธารณสุขที่จำเป็นได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึง รวมถึงโรคที่มีภาวะซับซ้อนที่ต้องได้รับการรักษาระดับตติยภูมิ โดยพิจารณาควบคู่กับงบประมาณในระบบ

Advertisement

“ซึ่งในวันนี้ บอร์ด สปสช. ได้พิจารณาและเห็นชอบสิทธิประโยชน์การรักษาคนไข้ต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไปที่มีภาวะไทรอยด์เป็นพิษรุนแรง (Thyroid crisis) และไม่ตอบสองต่อการใช้ยารักษาด้วยวิธีการกรองพลาสมา ให้เริ่มดำเนินการในปีงบประมาณ 2568 เบิกจ่ายจากงบผู้ป่วยในตามกลุ่มวินิจฉัยโรคร่วม (Diagnosis Related Groups: DRGs) เนื่องจากมีผลกระทบต่อภาระงบประมาณไม่มาก โดยที่ประชุมได้เห็นชอบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการจ่ายสำหรับบริการแล้ว” นายสมศักดิ์ กล่าวและว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ยังได้มอบสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ประสานสมาคมต่อมไร้ท่อฯ เรื่องแนวทางเวชปฏิบัติการทำวิธีการกรองพลาสมาในการรักษาคนไข้ต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไป และประสาน สธ. เพื่อเตรียมความพร้อมในการให้บริการ

ด้าน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. กล่าวถึงข้อเสนอสิทธิประโยชน์นี้ ว่า สมาคมต่อมไร้ท่อฯ ได้เสนอเพื่อเพิ่มการรักษาให้กับผู้ป่วย โดย สปสช.ได้นำเข้าสู่โครงการพัฒนาชุดสิทธิประโยชน์ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ ยูซีบีพี (UCBP) และจากฐานข้อมูล E-Claim สปสช. ปี 2567 มีผู้ป่วยต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไป จำนวน 33,319 คน มีเพียง 33 คน ที่ต้องรักษาด้วยวิธีการกรองพลาสมา และในจำนวนผู้ป่วยมีภาวะไทรอยด์เป็นพิษรุนแรง 1,719 คน มีเพียง 20 คน ที่ต้องรักษาด้วยวิธีการกรองพลาสมา ซึ่งการรักษาวิธีนี้ จะให้การดูแลเฉพาะผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ คือ ผู้ป่วยไทรอยด์เป็นพิษรุนแรงที่มีข้อห้ามในการใช้ยาต้านไทรอยด์ หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา และเพื่อการเตรียมความพร้อมผู้ป่วยไทรอยด์เป็นพิษรุนแรงก่อนการรักษาด้วยการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ โดยการให้บริการจะต้องดำเนินการภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรม ซึ่งเป็นบริการเฉพาะในโรงพยาบาลตติยภูมิ และโรงพยาบาลเอกชน

“ในส่วนของค่ารักษานั้น จากการคำนวณด้วยค่า DRGs เฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 25,000 บาทต่อราย โดยปีงบฯ 2568 ในช่วงเวลาที่เหลือ คาดว่าจะมีผู้ป่วย 70 ราย และปี 2569 คาดการณ์ผู้ป่วยมี 170 ราย ซึ่งจากข้อมูลนี้สะท้อนถึงภาระงบที่ไม่มาก แต่ทำให้ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องรับการรักษาด้วยวิธีนี้สามารถเข้าถึงได้” นพ.จเด็จ กล่าวและว่า ต่อมไทรอยด์มีหน้าที่ในสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ที่มีความสำคัญต่อการทำงานของอวัยวะทุกส่วน ช่วยให้ร่างกายมีความสมดุล แต่หากต่อมไทรอยด์ทำงานมากจนเกินปกติ สร้างฮอร์โมนไทรอยด์มากกว่าที่ร่างกายต้องการ ก็จะส่งผลเสียต่อสุขภาพที่ร้ายแรงได้ ซึ่งผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการรักษา และเข้าถึงวิธีการรักษาที่จำเป็นในกรณีที่ไม่สามารถรักษาได้ด้วยยา ดังนั้น บอร์ด สปสช. จึงเห็นชอบให้ สปสช. ดำเนินการในเรื่องนี้