เจ้าหน้าที่พบ อุปสรรคในพื้นที่โซน B จุดเกิดเหตุตึก สตง. ถล่ม ชี้พื้นที่จำกัดและเสาทรุดตัว-ยืนยัน 10 พ.ค. ส่งคืนพื้นที่ทันตามกรอบ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 พฤษภาคม ที่กองอำนวยการร่วม สน.บางซื่อ ห้างสรรพสินค้าเจเจมอลล์
มีการประชุมทีมพนักงานสอบสวน ชุดเก็บหลักฐาน ที่ประกอบด้วย พนักงานสอบสวน บก.น.2 ทีมสอบสวนคดีพิเศษ ทีมวิศวกรกรมโยธาธิการและผังเมือง ทีมพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ร่วมกับ พ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผกก.สน.บางซื่อ วางแผนดำเนินเก็บหลักฐานในจุดรากฐานอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ ที่มีการแตกหัก บริเวณชั้นใต้ดิน พร้อมกับคณะผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้าง ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 โดยในการเข้าตรวจสอบวันนี้ ทีมพนักงานสอบสวนได้อนุญาตให้ตัวแทนบริษัท ไมนฮาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด หนึ่งในบริษัทร่วมออกแบบก่อสร้างอาคาร สตง.ร่วมสังเกตการณ์ด้วย
วันเดียวกัน มีรายงานจากคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จริง อาคาร สตง.ถล่ม ว่า ทีมผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านโครงสร้างและวัสดุศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ให้ความสนใจคลิปไลฟ์สดในที่เกิดเหตุอาคาร สตง.ถล่ม ของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อยู่หลายคลิป เนื่องในการไลฟ์สดของนายชัชชาติดังกล่าว ได้เก็บภาพชิ้นส่วนซากอาคารที่สำคัญตอนที่สภาพยังสมบูรณ์ไว้หลายชิ้น ซึ่งมีประโยชน์ต่อการนำมาศึกษาคำนวณประกอบกับผลงานตรวจสอบตัวอย่างชิ้นส่วนหลักฐานทางวิศวกรรม เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการสร้างแบบจำลองเหตุการณ์การถล่มให้มีความแม่นยำและสอดคล้องกับข้อเท็จจริงมากยิ่งขึ้น
ต่อมาในเวลา 10.20 น. นายสุริยชัย ระวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (ผอ.สปภ.กทม.) เปิดเผยว่า ในส่วนของการค้นหาต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ (7 พ.ค.) บริเวณโซน D สามารถเปิดพื้นที่ได้ 1.50 เมตรแล้ว ซึ่งจากการตรวจสอบไม่พบร่างของผู้ประสบภัยส่วนโซน A บริเวณด้านหน้าได้มีการเปิดพื้นที่ แต่ก็ไม่พบร่างผู้ประสบภัยเช่นเดียวกัน ขณะที่โซน B และตัวอาคารยังไม่สามารถขุดลึกลงไปถึงชั้นล่างสุดได้ เนื่องจากพื้นที่ค่อนข้างจำกัด ทั้งทางเข้าและประกอบกับพื้นที่ด้านล่างมีเสาที่ทรุดตัวอยู่ ซึ่งจะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยในกรณีที่ต้องใช้เครื่องจักรหนักเข้าพื้นที่
นอกจากนี้ ช่วงเช้าที่ผ่านมามีการนำสุนัข K9 และเจ้าหน้าที่กู้ภัย ลงพื้นที่เดินเท้าเข้าไปค้นหาร่างผู้ประสบภัยบริเวณโซน B ซึ่งเป็นโซนที่อยู่บริเวณภายนอกตัวอาคารที่พังถล่ม โดยยืนยันว่าขณะปฏิบัติการ มีสัญญาณที่บ่งชี้ว่ามีความเป็นไปได้ที่ร่างผู้ประสบภัยจะติดค้างอยู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเดินหน้าในส่วนนี้ต่อ โดยตั้งแต่เมื่อวานจนถึงขณะนี้ยังไม่พบร่างผู้ประสบภัยเพิ่มเติมเจอเพียงชิ้นส่วน 1 ชิ้น และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาอีก 1 ชิ้น
ส่วนแผนการดำเนินงานต่อจากนี้ที่จะทำควบคู่กันไป คือการเคลียร์บริเวณปล่องลิฟต์ ทั้ง 6 จุด ซึ่งแต่ละจุด จะลึกกว่าระดับชั้นใต้ดินลงไปอีกประมาณ 3 เมตร โดยเจ้าหน้าที่จะยังคงสภาพปล่องลิฟต์ไว้เพื่อเป็นประโยชน์ในการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ ส่วนเศษปูน เหล็กหรือวัสดุก่อสร้าง ที่ติดค้างในปล่อง จะขนย้ายออกทั้งหมด เพื่อค้นหาผู้ติดค้างที่อาจตกลงไปในปล่องขณะที่เกิดการถล่มของอาคารไปในตัวด้วย
โดยจากการประเมินความคืบหน้าภารกิจเบื้องต้นยืนยันว่าการดำเนินการยังอยู่ในกรอบระยะเวลาที่ได้กำหนดไว้ และคาดการณ์ว่าจะสามารถจบภารกิจได้ในวันที่ 10 พฤษภาคมนี้
ส่วนข้อมูลผู้ที่อยู่ระหว่างการติดตามขณะนี้อยู่ที่ 8 ราย เนื่องจากมี 3 รายยืนยันแล้วว่าวันที่เกิดเหตุอยู่ที่บ้านไม่ได้มาทำงาน แต่เป็นญาติที่เข้าใจผิดและมาแจ้งบุคคลสูญหายไว้ ทำให้ตัวเลขของผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมดมีจำนวน 106 ราย จาก 109 ราย เสียชีวิต 89 ราย บาดเจ็บ 9 ราย อยู่ระหว่างติดตามค้นหา 8 ราย
นอกจากนี้ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร เปิดเผยเพิ่มเติมว่า หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ ผู้อำนวยการเขตจตุจักร จะเป็นผู้ยกเลิกประกาศพื้นที่สาธารณภัยในบริเวณพื้นที่โครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ เขตจตุจักร ที่เกิดเหตุพังถล่ม ให้กลายเป็นสถานการณ์ปกติ และจะมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน รับช่วงต่อเพื่อสืบสวนตรวจสอบหาสาเหตุและดำเนินคดีต่อไป

