กทม. ยุตินำ K9 ดมหาชิ้นส่วนมนุษย์ จากซากตึกสตง. ที่นำมากองไว้หลังศาลเยาวชนและครอบครัวกลางในวันนี้ เหตุฝนตกหวั่นฟ้าผ่า แต่จะลุยให้ K9 ค้นหาครั้งสุดท้ายต่อในวันพรุ่งนี้ – คาดค่าซ่อมบ้านเรือนปชช.อยู่ที่ 176 ล้าน ขอบคุณทุกแรงจิตอาสา เผยในภารกิจค้นหาผู้สูญหายตึกถล่ม ไม่มีค่าใช้จ่าย เหตุทุกคนจิตอาสามา
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 12 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร นำโดย รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เปิดพื้นที่บริเวณด้านหลังศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ถนนกำแพงเพชร แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นจุดทิ้งซากอาคารเเละวัสดุก่อสร้างของอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ถล่ม ที่สูงประมาณ 6 เมตร ให้สื่อมวลชนได้เข้าเก็บภาพ พร้อมสาธิตการทำงานของเจ้าหน้าที่และสุนัข K9 เพื่อยืนยันว่าไม่มีชิ้นส่วน หรือร่างของผู้สูญหายจากเหตุการณ์ดังกล่าวหลงเหลืออยู่แล้ว
นายภุชพงศ์ สัญญโชติ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการดับเพลิงและกู้ภัย 3 สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า เรามีการดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงแรกที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมบอกว่าเป็นเรื่องยากที่จะพบผู้รอดชีวิตภายในอาคารที่ถล่มลงมาในลักษณะแพนเค้ก การนำร่างของผู้เสียชีวิตออกจากอาคารจึงเป็นความท้าทายที่ยากมาก ซึ่งความสูงในวันเกิดเหตุ 137 เมตร ลดลงเหลือ 26.8 เมตร ลดลงไป 100 กว่าเมตร เป็นอะไรที่ยากมากในการค้นหา เราพยายามเต็มที่แล้ว เราก็พบร่างเยอะที่สุดเท่าที่ทำได้ คือร่าง 89 ร่าง และยังคงสูญหายอีก 7 ราย ซึ่งเป็นเรื่องของทางนิติวิทยาศาสตร์ที่จะต้องทำการตรวจสอบชิ้นเนื้อ และนำกระดูกไปตรวจหาดีเอ็นเอ เพราะลายนิ้วมือไม่สามารถดำเนินได้ ถ้าหากเจอฟันก็จะสามารถตรวจหาดีเอ็นเอได้ แต่ก็เป็นเรื่องที่ยากมาก เน้นหนักไปที่ทางดีเอ็นเอมากกว่า
เมื่อเรานำร่างผู้สูญหายออกจากอาคารได้ก็จะมีการค้นวัสดุต่างๆ ที่นำมาทิ้งภายในจุดนี้ ซึ่งเป็นพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งจากเดิมที่กองซากเอามาทิ้งไว้มีความสูงอยู่ที่ประมาณ 8 เมตร เราจึงลดทอนความสูงให้ได้เหลือประมาณ 6 เมตร เพราะอาจจะมีเรื่องของดินสไลด์ อาจจะมีผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบ
ส่วนจำนวนเศษซากต่างๆ ที่อยู่ในไซต์งานนั้นเหลือไม่เยอะแล้ว เมื่อเรานำเศษวัสดุต่างๆ มากองไว้ เราจะมีการตรวจสอบโดยสุนัข K9 จะเข้ามาตรวจสอบทุกเช้า-เย็น เพื่อทำการตรวจสอบหาชิ้นส่วนมนุษย์ว่ายังหลงเหลืออยู่หรือไม่
วันนี้จึงจะให้สื่อมวลชนมาดูพื้นที่และการทำงานของเจ้าหน้าที่ แต่เนื่องจากสภาพอากาศในตอนนี้เกิดฟ้าฝน จึงไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ เพราะเราอยู่ในที่โล่ง มีโอกาสฟ้าผ่าสูง และยังไม่ได้เก็บเอาวัสดุที่เป็นสื่อนำวัสดุนำไฟฟ้าออก

รศ.ทวิดาเปิดเผยว่า วันนี้เป็นการปฏิบัติการที่ทำตามปกติ ที่จะให้สุนัข K9 เข้ามาค้นหาในช่วงเช้าและเย็น แต่ในวันนี้สภาพอากาศนั้นไม่เอื้ออำนวย เนื่องจากมีฝนตกหนักและมีฟ้าร้อง อาจจะทำให้เจ้าหน้าที่รวมถึงสุนัขได้รับอันตราย จึงจะสาธิตให้เห็นว่าการทำงานของสุนัข K9 ทำอย่างไรบ้าง และจึงทำการยุติภารกิจในวันนี้
พร้อมบอกว่าในวันพรุ่งนี้ (13 พ.ค.) จะเป็นการค้นหาเป็นครั้งสุดท้ายในเวลา 05.00 น. ในการค้นหาก็เพื่อค้นหาชิ้นส่วนมนุษย์ที่ยังหลงเหลืออยู่ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะไม่มีชิ้นส่วนมนุษย์ติดค้างอยู่ภายในกองซากอาคาร เบื้องต้นได้มีการล้อมรั้วไว้ เพราะข้างในยังเป็นพื้นที่ต้องห้าม และมีวัสดุอุปกรณ์ที่ไม่สามารถให้ใครนำออกไปได้ และจะมีการนำกล้องวงจรปิดมาติดไว้รอบๆ ซึ่งที่ผ่านมาพบชิ้นส่วนมนุษย์เพียงหลัก 10 ชิ้นเท่านั้น
ซึ่งในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ สำนักงานเขตจตุจักรจะคืนพื้นที่ให้กับ สตง. และคาดว่าตำรวจจะเข้ามาอายัดพื้นที่เพื่อดำเนินการต่อในเรื่องของคดีความทันทีเพื่อไม่ให้เกิดช่องว่าง ซึ่งในวันพรุ่งนี้ก็จะมีการประชุมกันกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อหาแนวทางต่อไป
ส่วนค่าใช้จ่ายในการกู้ภัยทั้งหมดนั้นยังไม่สามารถประเมินเป็นตัวเลขทั้งหมดได้ แต่ค่าซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนอยู่ที่ประมาณ 176 ล้านบาท แต่ยังมีค่าน้ำมันต่างๆ ค่าซ่อมบำรุง เครื่องจักร ซึ่งนอกจากนี้ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ยังรับผิดชอบในส่วนของค่าน้ำมันและค่าคนงานที่เข้ามาช่วยเหลือในครั้งนี้
ส่วน กทม.เองยังไม่ได้มีการจ่ายเงินจ้างใครมาในเหตุการณ์นี้ เพราะส่วนใหญ่จะมีคนอาสาสมัครมาช่วย จึงอยากฝากขอบคุณ
ซึ่งขณะนี้ในส่วนของผู้สูญหายเราสามารถประกอบร่างผู้ที่สูญหายจากชิ้นส่วนมนุษย์ได้ 89 ร่าง แต่ยังคงเหลือชิ้นส่วนอีกประมาณ 296 ชิ้นส่วน ซึ่งหลังจากนี้ก็จะเป็นในส่วนของ สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ที่จะดำเนินการต่อไป






