แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ส่งทนายยื่นร้องขอความเป็นธรรมต่อ ‘สมศักดิ์’ ดักหน้าหนังสือแพทยสภาสั่งลงโทษ 3 หมอให้การดูแลทักษิณ
จากกรณีที่คณะกรรมการแพทยสภาได้ประชุมประจำเดือนเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2568 มีวาระพิจารณาคดีจริยธรรมของแพทย์กรณีการพักรักษาตัวของ นายทักษิณ ชินวัตร ที่ชั้น 14 โรงพยาบาล (รพ.) ตำรวจ โดยมีมติลงโทษ 3 แพทย์จาก รพ.ราชทัณฑ์ และ รพ.ตำรวจ โดยเป็นการว่ากล่าวตักเตือน 1 ท่าน ในกรณีประกอบวิชาชีพเวชกรรมไม่ได้มาตรฐาน และพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม 2 ท่าน ในกรณีให้ข้อมูลหรือเอกสารทางการแพทย์อันไม่ตรงกับความเป็นจริง โดยยืนยันว่าไม่ได้มีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชัดเจน ว่ามีภาวะวิกฤตเกิดขึ้น ซึ่งเป็นเหตุที่ทำให้มีการลงโทษ
ล่าสุดเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 13 พฤษภาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้แทน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะสภานายกพิเศษแพทยสภา รับเอกสารคำร้องจาก นายเนติธร หลินหะตระกูล ทนายความส่วนตัวของ พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ที่เดินทางมายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อสภานายกพิเศษแพทยสภา

นายกองตรี ดร.ธนกฤตกล่าวว่า วันนี้ตนเป็นผู้แทน รมว.สาธารณสุข รับเรื่องร้องทุกข์จากกรณีที่แพทยสภามีความเห็นลงโทษบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยโรคของนายทักษิณ โดยเอกสารคำร้องมี 2 หน้า ส่วนเอกสารอื่นๆ ตนยังไม่เห็น แต่หลักๆ เป็นการโต้แย้งกรณีที่อุปนายกแพทยสภา คนที่หนึ่ง ระบุว่า ไม่มีข้อมูลเชิงประจักษ์ว่ามีอาการป่วยวิกฤต โดย พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ระบุถึงประเด็นการรักษาที่มีการวินิจฉัยตามเวชระเบียนที่มีอยู่
นายกองตรี ดร.ธนกฤตกล่าวว่า ดังนั้น การพิจารณาว่าผู้ป่วยวิกฤตหรือไม่ในช่วงเวลานั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปแล้ว ผู้ป่วยอาจอาการดีขึ้นตามลำดับ จึงมองว่าไม่ได้เป็นการพิจารณาจากข้อมูลการวินิจฉัยในช่วงนั้นทั้งหมด จึงมาขอความเป็นธรรม ส่งเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ให้ รมว.สาธารณสุข ในฐานะสภานายกพิเศษฯ นำไปประกอบการพิจารณา อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ท่าน รมว.สาธารณสุขก็ยังไม่ได้รับหนังสือจากทางแพทยสภา แต่ถ้าได้รับวันไหนก็จะมีกรอบเวลาดำเนินการภายใน 15 วัน ตนก็จะเสนอให้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาช่วยพิจารณาข้อมูลต่างๆ แต่เป็นคณะทำงานที่ไม่ได้ตั้งขึ้นตามระเบียบกฎหมาย เป็นการตั้งขึ้นมาส่วนตัว รมว.สาธารณสุขเท่านั้น คาดว่าจะได้เห็นรายชื่อคณะทำงานเร็วๆ นี้
“ผมได้รับการติดต่อมาจากทีมงานของท่าน (พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์) ว่าจะมายื่นเรื่อง ดังนั้น น้องทนายเป็นผู้รับเอกสารมาให้ แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดกับทนายความไว้ แต่เป็นการยื่นหนังสือร้องทุกข์ ลงเลขรับเอกสาร แต่พูดคร่าวๆ ได้ว่าท่านรับทราบจากสื่อว่ามีการลงโทษแพทย์ เชื่อว่าท่านจะทราบเพราะกระบวนการที่จะลงโทษได้ จะต้องมีไต่สวน ที่จะพอรู้ว่าใครจะถูกไต่สวนบ้าง ดังนั้น ไม่ยากที่เจ้าตัวจะพออนุมานได้ว่าน่าจะเป็นท่านที่จะถูกดำเนินการเรื่องนี้
ประเด็นที่ร้องขอความเป็นธรรมมาก็สืบเนื่องจากอุปนายกแพทสภาแจ้งเรื่องข้อมูลเชิงประจักษ์ เรื่องการรักษาท่านนายกทักษิณว่าเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่อย่างไร เป็นสิ่งที่ท่านมีสิทธิอธิบายต่อสภานายกพิเศษฯว่าท่านมีอีกหนึ่งชุดข้อมูล เพื่อใช้ในการพิจารณาว่าท่านจะมีความเห็นชัดเจน ในมุมที่ท่านคิดว่ายังไม่ได้มีการชี้แจ้งต่อแพทยสภาหรือไม่ นั่นเป็นเรื่องที่วันนี้มีการยื่นเรื่องเพิ่มเติม” นายกองตรี ดร.ธนกฤตกล่าว

ด้านนายเนติธรระบุว่า ในฐานะทนายผู้รับมอบอำนาจจาก พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ มายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อสภานายกพิเศษฯ เพื่อให้ทบทวนคำสั่งของแพทยสภา ซึ่งขอชี้แจงรายละเอียดตามหนังสือร้องขอความเป็นธรรม จึงขออนุญาตใช้สิทธิตามกระบวนการขั้นตอน โดยจะไม่ให้ข้อมูลรายละเอียด
เมื่อถามว่า ในตอนนี้ยังไม่มีคำสั่งจากแพทยสภา หรือสภานายกพิเศษฯเรื่องการลงโทษแพทย์ ทำไมจึงมีการยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมก่อน นายเนติธรกล่าวว่า เนื่องจาก พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์เกิดความไม่สบายใจที่ได้ข่าวจากสำนักต่างๆ จึงขอใช้สิทธิร้องขอความเป็นธรรม เพราะข่าวที่ออกไปนั้นกระทบต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์
เมื่อถามว่า การยื่นร้องขอความเป็นธรรมต้องการให้มีการดำเนินการอย่างไร นายเนติธรกล่าวว่า ขอไม่พูดถึงและให้เป็นไปตามขั้นตอนของกระทรวงสาธารณสุขต่อไป
เมื่อถามว่า เป็นการยื่นเอกสารเพิ่มเติมจากที่มีการยื่นต่อแพทยสภาเพื่อทำการสอบสวนข้อเท็จจริงใช่หรือไม่ นายกองตรี ดร.ธนกฤตกล่าวว่า เป็นข้อมูลเพิ่มใหม่ ในฐานะที่ พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์เป็นผู้รับรองการวินิฉัยโรคจากเวชระเบียน ซึ่งช่วงเวลานั้นเป็นการป่วยวิกฤต
ถามย้ำว่า ทำไมข้อมูลที่นำมายื่นใหม่นี้ไม่ถูกยื่นไปพร้อมกับเอกสารที่ส่งให้กับแพทยสภาพิจารณาตั้งแต่ต้น นายกองตรี ดร.ธนกฤตกล่าวว่า ไม่ทราบและทราบพร้อมกับผู้สื่อข่าวในวันนี้

ถามต่อว่า ขั้นตอนหลังจากนี้จะดำเนินการอย่างไร นายกองตรี ดร.ธนกฤตกล่าวว่า เอกสารที่ได้รับวันนี้จะถูกนำไปประกอบการพิจารณาของสภานายกพิเศษฯ ซึ่งจะต้องให้ความเห็นต่อแพทยสภาภายใน 15 วันหลังได้รับหนังสือ ซึ่งในกระบวนการตอบกลับทำได้ 2 ทาง คือเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย เรียกว่าวีโต้ แต่ไม่ว่าจะมีความเห็นอย่างไร ทางแพทยสภาก็ต้องประชุมคณะกรรมการแพทยสภาอีกครั้งเพื่อดูการวินิจฉัยของสภานายกพิเศษฯ กรณีที่มีการโต้แย้ง หรือไม่เห็นด้วยนั้น ก็ต้องทำการโหวตเสียงคณะกรรมการ 2 ใน 3 ว่าจะยึดตามมติเดิมหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ขอให้เป็นกระบวนการต่อไป เพราะตอนนี้ท่าน รมว.สาธารณสุขก็ยังไม่ได้รับหนังสือจากแพทยสภา
เมื่อถามว่า ประชาชนให้ความสนใจในประเด็นนี้อย่างมาก มีการมองว่าเป็นการประวิงเวลาทางการเมือง สธ. จะทำอย่างไรเพื่อให้เกิดความโปร่งใส นายกองตรี ดร.ธนกฤตกล่าวว่า เรื่องนี้มีกรอบเวลาอยู่แล้วว่าถ้าหนังสือจากแพทยสภาถึง รมว.สาธารณสุขในฐานะสภานายกพิเศษฯ เมื่อไหร่ ก็นับไปภายใน 15 วัน เรื่องนี้ประวิงเวลาไม่ได้ มีแต่เราต้องเร่งทำงาน ดังนั้น เรื่องการเมืองตัดไปได้เลย เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยมากกว่า
“โดยหลักการพิจารณา นอกจากมีเรื่องเอกสารแล้วต้องมีการไต่สวนข้อเท็จจริงว่าใครมีส่วนได้เสีย ควรจะต้องได้ชี้แจ้งบ้าง มันก็จะเหมือนเราไปเอากฎหมายปิดปากโดยที่เขาไม่มีโอกาสโต้แย้งเลย มันเป็นความยุติธรรมหรือเปล่า แต่ผมยังไม่ได้เห็นในรายละเอียด” นายกองตรี ดร.ธนกฤตกล่าว

