พิพัฒน์ คุยแรงงานไทยในเกาหลี แนะยกระดับฝีมือ เพิ่มรายได้ ห่วงติดคุกแดนโสมแล้ว 500 คน

15.05.25 | 12:51 น.

พิพัฒน์ พบปะแรงงานไทย 119 คนในเกาหลีใต้ มอบน้ำพริกเผา-หลวงปู่ทวดเพื่อความเป็นสิริมงคล ระบุ นายกรัฐมนตรี ฝากความห่วงใย พร้อมขอความร่วมมือ KLES ผลักดันโอกาสแรงงานไทย

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ที่สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน นางศิริรัตน์ ศรีชาติ อัครราชทูตที่ปรึกษา(ฝ่ายแรงงาน) และคณะผู้บริหาร เดินทางเข้าพบ Mr. Park Jong-pil (นายพัค จง พิล) เลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมความร่วมมือด้านแรงงาน ที่ศูนย์อบรมแรงงานแรกเข้ายอจู มูลนิธิแรงงานนานาชาติ (KLES) จังหวัดคย็องกี พร้อมเยี่ยมเยียนแรงงานไทยที่เข้ารับการอบรม ณ ศูนย์แห่งนี้ จำนวน 119 คน เพื่อให้กำลังใจแรงงานที่เพิ่งเดินทางมาถึงเกาหลี ก่อนเริ่มต้นกระบวนการฝึกอบรมตามระบบ EPS อย่างเป็นทางการ

นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า KLES คือ หน่วยงานภายใต้กระทรวงแรงงานของเกาหลีใต้ มีหน้าที่หลักในการส่งเสริมความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างประเทศ ดูแลการจ้างงานแรงงานต่างชาติภายใต้ระบบ EPS และจัดฝึกอบรมแรงงานต่างชาติที่เพิ่งเดินทางเข้าประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งด้านภาษา วัฒนธรรม กฎหมายแรงงาน และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ก่อนเริ่มทำงานในสถานประกอบการ และเราต้องการให้แรงงานไทยเติบโตจากวีซ่า E-9 ไปสู่ E-7 ซึ่งเป็นแรงงานทักษะที่มีรายได้สูงขึ้น เป็นที่ยอมรับของนายจ้างเกาหลี ขอให้ทุกคนตั้งใจเรียนรู้ภาษา มีความรับผิดชอบ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข การพนัน หรือยาเสพติด เพื่อรักษาชื่อเสียงของแรงงานไทย และกลับบ้านพร้อมเงินเก็บและความภูมิใจ

“น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ฝากความระลึกถึงแรงงานไทยทุกคน ขอให้ใช้โอกาสที่กว่าจะได้มาทำงานครั้งนี้ไม่ง่าย อย่าลืมเป้าหมายมาเพื่อทำมาหากิน สร้างครอบครัว จงตั้งใจทำงาน เก็บออมเงิน ไม่ยุ่งเกี่ยวการพนัน และยาเสพติดซึ่งในเกาหลีใต้มีอัตราโทษรุนแรง ขณะนี้มีแรงงานไทยถูกต้องโทษในเรือนจำเกาหลีใต้แล้วกว่า 500 คน  ที่สำคัญขอให้เก็บเกี่ยวเรียนรู้ภาษาเกาหลี เพื่อยกระดับความสามารถสอบเปลี่ยนวีซ่าเป็นแรงงานมีทักษะฝีมือ เพื่อให้ได้รับตอบแทนสูงขึ้นยกระดับคุณภาพภาพชีวิตที่ดี หากต้องการความช่วยเหลือให้ติดต่อทูตแรงงานในเกาหลี ซึ่งเป็นตัวแทนของกระทรวงแรงงาน” นายพิพัฒน์ กล่าว

Advertisement

ด้าน นายพัค จง พิล กล่าวว่า ขอแสดงความขอบคุณอย่างยิ่งต่อท่านรัฐมนตรีและคณะผู้แทนจากกระทรวงแรงงานของไทย ที่มาเยี่ยมเยือนศูนย์ฝึกอบรมของเราในครั้งนี้ โดยมูลนิธิส่งเสริมความร่วมมือด้านแรงงาน เป็นองค์กรสาธารณะภายใต้กระทรวงการจ้างงานและแรงงานของเกาหลีใต้ โดยมีวิสัยทัศน์คือ ส่งเสริมความสุขระหว่างนายจ้างและลูกจ้างเพื่อทำให้สถานที่ทำงานมีชีวิตชีวา

“ทางศูนย์ฝึกองรมยังดำเนินโครงการอีกหลายอย่าง เช่น การสร้างความสัมพันธ์ด้านแรงงานที่ดี, การสนับสนุนการมีงานทำของผู้สูงอายุ, การช่วยเหลือกลุ่มแรงงานที่เปราะบาง, และความร่วมมือระหว่างประเทศต่างๆ รวมถึงการฝึกอบรมแรงงานภายใต้ระบบอนุญาตจ้างงานแรงงาน” นายพัค จง พิล กล่าว

นายพัค จง พิล กล่าวอีกว่า ปัจจุบันประเทศเกาหลีใต้มีแรงงานต่างชาติจำนวนมากเข้ามาทำงานผ่านระบบอนุญาตการจ้างแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานไทย นับตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปี 2567 รวม 17 ปี มีจำนวนแรงงานไทยทั้งหมด 56,496 คน เดินทางเข้าประเทศและรับการอบรม ณ ศูนย์ยอจู เฉลี่ยปีละ 3,200 คน การมาเยือนในวันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือและความเคารพซึ่งกันและกัน ขณะที่แรงงานไทยคือทรัพยากรที่มีค่า ซึ่งขาดไม่ได้ในภาคอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้ ความพากเพียรและตั้งใจของแรงงานได้สร้างคุณูปการอย่างมากต่อเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ ทางมูลนิธิจึงขอให้คำมั่นว่าจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยให้แรงงานสามารถทำงานได้อย่างปลอดภัย และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในประเทศเกาหลีใต้

ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ ได้มอบของที่ระลึกให้แก่พี่น้องชาวไทยที่เข้าฝึกอบรมที่ศูนย์อบรมแรงงานแรกเข้ายอจูฯ เพื่อเตรียมเริ่มทำงานในอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วเกาหลี อาทิ น้ำพริกเผา และหลวงปู่ทวด คนละ 1 องค์เพื่อเสริมความคุ้มครองและความเป็นสิริมงล

ด้าน นายหัตถชัย รักใหม่ อายุ 28 ปี ชาวจังหวัดลำพูน หนึ่งในแรงงานที่เข้าฝึกอบรมที่ศูนย์อบรมแรงงานแรกเข้ายอจูฯ กล่าวว่า ตนได้เดินทางมาผ่านกรมการจัดหางาน รวมระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 จนถึงเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2568 ซึ่งจะใช้เวลาฝึกอบรมเวลา 3 วัน ก่อนจะแยกย้ายกระจายออกไปตามอุตสาหกรรมต่างๆ ในเกาหลีใต้

“ที่เลือกมาทำงานในระบบผ่านกรมการจัดหางานว่า เพราะความมั่นคงด้านรายได้ และรู้สึกปลอดภัย โดยการมาทำงานถูกกฎหมายจะได้รับสิทธิความคุ้มครองอย่างถูกต้อง ไม่ต้องหลบซ่อน คนรุ่นต่อไปจะได้มาง่าย สร้างภาพที่ดีให้ประเทศ การมาถูกฎหมายไม่ยาก ทำตามขั้นตอน รอไม่ถึงปีก็ได้บินมาทำงาน จึงอยากให้คนไทยที่จะมาทำงานที่นี้เข้ามาอย่างถูกกฎหมาย เพราะจะได้รับสวัสดิการที่ดี” นายหัตถชัย กล่าว