หมอวรงค์ ชี้ สธ.ไม่มีอำนาจรับเรื่องร้องทุกข์ ‘หมอ’ ถูกแพทยสภาคาดโทษ ยันต้องไปร้องศาลปกครอง
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 15 พฤษภาคม ที่ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) กองทัพธรรม นำโดยนายพิชิต ไชยมงคล นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำ พร้อมด้วยมวลชน จำนวนหนึ่ง ชุมนุมและยื่นหนังสือเรียกร้องไม่ให้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แทรกแซงมติของแพทยสภา กรณีสั่งลงโทษ แพทย์ที่อยู่ในกระบวนการส่งตัว และรักษานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ชั้น 14 โรงพยาบาล (รพ.) ตำรวจ จำนวน 3 คน โดยตักเตือน1 คน ในกรณีประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ไม่ได้มาตรฐาน และพักใช้ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม 2 คน ในกรณีให้ข้อมูลและเอกสารทางการแพทย์อันไม่ตรงกับความเป็นจริง โดยมีนายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้รับมอบ ทั้งนี้มีบรรดาแกนนำและผู้นำสลับกันขึ้นเวทีปราศรัยอย่างต่อเนื่อง
นพ.วรงค์ กล่าวว่า ที่เรามายื่นหนังสือกันวันนี้ เรื่องแรกเพื่อไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงมติแพทยสภา กรณีลงโทษแพทย์ 3 คน ประการที่สองอยากให้รมว.สาธารณสุข ยึดความถูกต้อง กรณีการตรวจสอบแพทย์ ทั้งนี้ นายกองตรี ดร.ธนกฤต ได้คุยกับเราคร่าวๆ ว่า ตอนนี้มีแพทย์หลายคนที่เกี่ยวข้อง ทั้งแพทย์จาก รพ.ราชทัณฑ์ และรพ.ตำรวจ รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ มายื่นเรื่องผ่านนายกองตรีดร.ธนกฤต ซึ่งเป็นเหมือนหัวหน้าฝ่ายร้องเรียนของกระทรวงสาธารณสุข สธ.

อย่างไรก็ตาม ตนได้แจ้งกลับไปว่า รมว.สาธารณสุข ไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการรับเรื่องร้องเรียน เกี่ยวกับการตัดสินของแพทยสภา ส่วนแพทย์ หากว่าจะวีโต้ ต้องไปร้องศาลปกครองเอง เราในฐานะประชาชน คปท. และกองทัพธรรมจึงมาวันนี้เพื่อยืนยันสิ่งที่ถูกต้อง ต่อให้แพทย์มีความผิด ไม่รักษาจรรยาบรรณ และพยายามแก้ตัวอย่างไร แต่ใน 2 ปีที่ผ่านมา มันปอกเปลือกการกระทำหมดแล้ว จากการป่วยของนายทักษิณ และนี่เป็นแค่การเริ่มต้นกระบวนการลงโทษเท่านั้น ยังมีอีกหลายเรื่อง และเรายังต้องทำหลายอย่าง เราจึงมายืนยันภารกิจเรา ใครจะจัดฉากร้องต่อ รมว.สาธารณสุขอย่างไร เราไม่สนใจ แต่ในข้อเท็จจริง เรากำลังทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อรักษากระบวนการยุติธรรม
นายพิชิต กล่าวว่า การมาวันนี้ มีข้อเรียกร้อง ดังนี้ 1.ไม่ต้องการให้ รมว.สาธารณสุข ในฐานะสภานายกพิเศษแห่งแพทยสภาใช้อำนาจเข้าไปแทรกแซง หรือ เปลี่ยนข้อเท็จจริงทางการแพทย์ใดๆ ของผลการไต่สวนของแพทยสภา ในกรณีการอ้างว่าป่วยวิกฤตของนายทักษิณ ชินวัตร เนื่องจาก ป่วยวิกฤต หรือ ไม่วิกฤต มาตรฐานการวินิจฉัยของแพทย์ย่อมรู้ดีว่าเป็นเช่นไร และที่สำคัญย่อมมีเวชระเบียนเป็นตัวบ่งชี้ได้ดีอยู่แล้ว รวมทั้งขั้นตอนการดำเนินการของผู้ป่วยวิกฤตตั้งแต่การขนย้าย การรับตัวแรกรับ และการทำการรักษา ตลอด 180 วัน ก็ย่อมมีมาตรฐานในการดำเนินการตามหลักทางการแพทย์เป็นอย่างดี
2.หากรมว.สธ.จะใช้อำนาจสภานายกพิเศษก็ขอให้มีการลงโทษแพทย์ที่รักษานายทักษิณ มองว่า เบาเกินไป ควรลงโทษหนักกว่านี้ด้วยซ้ำ และรัฐมนตรีว่าการสธ. ควรใช้อำนาจในการลงโทษคนที่ทำผิดจรรยาบรรณแพทย์ให้เหมาะสม ให้มากกว่าที่ผ่านมา ทั้งนี้ เนื่องจากไม่เชื่อว่า กรณีที่เกิดขึ้นจะมีเพียงแค่แพทย์ 3 คนเท่านั้น
“อยากให้ยืนตามมติแพทยสภาที่ออกมาวันที่ 8 พฤษภาคม ไม่ควรมีการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริง อยากให้ข้อเท็จจริงประจักษ์ต่อสังคม” นายพิชิต กล่าว

ขณะที่ นายกองตรี ดร.ธนกฤต กล่าวว่า วันนี้ที่ทาง คปท. มายื่นหนังสือ หลักๆ เกิดจากความเห็นที่ไม่เข้าใจ เขาเข้าใจว่า รมว.สาธารณสุข เข้าไปยับยั้ง แทรกแซงกระบวนการของแพทยสภา ตนได้อธิบายเรื่องนี้ไปแล้วว่า กฎหมายระบุว่า รมว.สาธารณสุข ในฐานะสภานายกพิเศษ แพทยสภา มีหน้าที่วินิจฉัยมติของแพทยสภา ถ้าเราไม่ให้ท่านเข้าไปทำหน้าที่ ก็เท่ากับว่าไปขัดขวางไม่ให้ท่านปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของแพทยสภา ส่วนการที่ท่านจะมีความเห็นอย่างไรนั้น ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
นายกองตรี ดร.ธนกฤต กล่าวต่อว่า ส่วนที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี เดินทางมาในวันนี้ ก็เพราะท่านมีความกังวลใจ กรณีที่มีนายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ เข้ามายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม โดยมองว่าเป็นกระบวนทางการเมือง ซึ่งตนยืนยันว่า ตนมีหน้าที่รับเรื่องร้องทุกข์ ก็เหมือนกับที่คณะ คปท. มายื่นในวันนี้ ส่วนกรณีที่มีการขอความเป็นธรรมจากมติของแพทยสภานั้น ขณะนี้ รมว.สาธารณสุข กำลังจะตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองขึ้นมาดูรายละเอียด คาดว่าคณะกรรมการเกือบ 10 คน มีทั้งนักกฎหมาย และอาจมีแพทย์ด้วยเพราะเป็นเรื่องของการรักษาพยาบาล


