‘สมศักดิ์’ ยก 11 คลินิก ให้บริการชาวอุบลฯ ช่วยเข้าถึงบริการสุขภาพทั่วถึงทุกช่วงวัย
วันนี้ (15 พฤษภาคม 2568) ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎ (มรภ.) อุบลราชธานี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานเปิดโครงการบริการทุกช่วงวัยด้วยความห่วงใยจากกระทรวงสาธารณสุข อสม.มั่นคง สาธารณสุขเข้มแข็งเพื่อคนไทยห่างไกล NCDs

โดยมี ว่าที่พ.ต.อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นายเกรียง กัลป์ตินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย น.ส.ธัญธารีย์ สันตพันธุ์ ส.ส.อุบลราชธานี เขต 6 พรรคเพื่อไทย น.ส.กิตติ์ธัญญา วาจาดี ส.ส.อุบลราชธานี เขต 4 พรรคเพื่อไทย นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ส.ส.อุบลราชธานี เขต 1 พรรคเพื่อไทย นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อดีต ส.ส.อุบลราชธานี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัด สธ. นพ.ภูวเดช สุระโคตร นพ.มณเฑียร คณสวัสดิ์ รองปลัด สธ. นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กว่า 1,000 คน เข้าร่วม

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า โครงการบริการทุกช่วงวัย ด้วยความห่วงใยจาก สธ. เกิดขึ้นภายใต้หลักคิด “อสม. มั่นคง สาธารณสุขเข้มแข็ง เพื่อคนไทยห่างไกล NCDS” เป็นการบูรณาการงานด้านการแพทย์ การสาธารณสุข และเครือข่ายภาคประชาชนอย่าง อสม. เข้าด้วยกัน เพื่อให้บริการประชาชนได้อย่างครอบคลุม สอดรับกับความต้องการของประชาชนด้านการดูแลสุขภาพในทุกมิติ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการให้ประชาชนทุกคน เข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ เท่าเทียม ทั่วถึงทุกช่วงวัย ลดระยะเวลารอคอยการรับบริการ และลดค่าใช้จ่าย ตนมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการยกทัพ 11 คลินิก ส่งเสริม คัดกรอง ป้องกัน และรักษา โรคไม่ติดต่อเรื้อรังหรือ NCDs ให้บริการพี่น้องประชาชนชาว จ.อุบลราชธานี ได้แก่ 1.คลินิกโรคอ้วน 2.คลินิก NCDs 3.คลินิกโรคไต 4.คลินิกโรคหลอดเลือดสมอง หลอดเลือดหัวใจ 5.คลินิกต้อกระจก และจอประสาทตา 6.คลินิกคัดกรองมะเร็งปากมดลูก และบริการวัคซีน HPV 7.คลินิกคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ และลำไส้ตรง 8.คลินิกเครื่องช่วยฟัง 9.คลินิกผ่าตัดนิ้วล็อก 10.คลินิกบริการวัคซีนไข้หวัดใหญ่ และ 11.คลินิกสมุนไพร

นายสมศักดิ์ กล่าวถึงความคืบหน้าร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อสม. พ.ศ. …ว่า ต้องขอบคุณ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่นำร่องเกี่ยวกับ พ.ร.บ.อสม.ส่งไปไว้รอที่สภาผู้แทนราษฎรแล้ว ส่วนร่างของกระทรวงอาจยังล่าช้า แม้ผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรียบร้อย และส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบเสร็จ จากนั้นจะส่งเข้าเลขาธิการ ครม. ถ้าโชคดีวันนี้ วันพรุ่งนี้ ก็จะส่งถึงสภาฯ จุดประสงค์ของการทำกฎหมายเพื่อให้ อสม.เกิดความมั่งคง เพราะตั้งแต่เริ่มทำงานการเมือง ก็เห็น อสม.ทำงานแล้ว เมื่อมาทำหน้าที่ตรงนี้ ก็คิดว่าจะทำกฎหมาย เพื่อให้ อสม.เกิดความมั่นคง ซึ่งเพียงแค่เริ่มจัดทำร่างกฎหมาย ก็ทำให้ อสม.มีเครดิต สถาบันการเงินต่างๆ ก็ปล่อยกู้ให้ เพราะไว้วางใจที่รัฐบาลให้ความมั่นคง เดิมทีเดียวให้กู้เพียง 20,000 บาท พอบอกว่าจะทำกฎหมายเขาก็ให้ 50,000 บาท พอกฎหมายฉบับ ส.ส.เข้าไปสภาฯ ก็เพิ่มให้ 100,000 บาท

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนยังสนับสนุนให้มีบัญชีเงินนอกงบประมาณบัญชีเพื่อเฉพาะเจาะจงกิจการที่เกี่ยวกับอสม. ซึ่งเรื่องบัญชีนี่แหละที่ทำให้ล่าช้า จนนายกรัฐมนตรีต้องมาเร่งรัดด้วยตนเอง จนผ่านขั้นตอนของ ครม. ส่วน อสม.ก็ต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อลดงบในการรักษาผู้ป่วย NCDs ซึ่งใช้งบถึง 79,000 ล้านบาท เช่น เบาหวานความดัน ฟอกไต ใช้งบจาก 30 บาทรักษาทุก ที่ซึ่งผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรคเพื่อไทยทำไว้ให้ปีหนึ่งใช้เงินมาก ถ้ารณรงค์เบาหวานอย่างเดียว จะประหยัดงบได้ถึง 2.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งตัวนี้จะช่วยลดเงินได้เร็วที่สุด เมื่อประหยัดได้เงินเหล่านี้ควรกลับเข้าสู่บัญชีนอกงบของ อสม. หรืออาจจะได้นำเงินนี้ไปทำประกันเพิ่มให้ อสม. โดยเน้นย้ำเรื่องการนับคาร์บ เพื่อลดการบริโภคคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาล

จากนั้น นายสมศักดิ์ ได้ถวายชุดคัดกรองสุขภาพเบื้องต้นให้พระสงฆ์ 1 รูป และมอบเครื่องช่วยฟังให้กับผู้สูงอายุ จำนวน 5 เครื่อง ก่อนที่จะเยี่ยมชมบูธนิทรรศกาลทั้ง 10 บูธ และร่วมถ่ายรูปกับ อสม.


