จากสลัมสู่ ‘บ้านสวย น้ำใส’ ความสุข ที่มั่นคงกับชีวิต
จากสถานการณ์อุทกภัยในปี 2554 ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างรุนแรง ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงทรัพย์สินและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน มีครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจำนวนมาก ซึ่งสาเหตุของอุทกภัยในครั้งนั้นนอกเหนือจากปัจจัยทางธรรมชาติและปัจจัยด้านการบริหารจัดการน้ำต่างๆ อาทิ ศักยภาพของการผันน้ำและระบายน้ำ การดูแลของหน่วยงานรับผิดชอบ รูปแบบของผังเมืองที่ไม่สอดคล้องกับภูมิประเทศแล้วนั้น ยังมีเหตุปัจจัยด้านกายภาพอื่นๆ ประกอบกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ เช่น คลองเปรมประชากร คลองลาดพร้าว ทำให้ขนาดคลองแคบลงและกีดขวางทางไหลของน้ำจนเป็นอุปสรรคต่อการไหลไปสู่แหล่งน้ำธรรมชาติใกล้เคียง จากข้อมูลการสำรวจคลองสายหลักในกรุงเทพมหานคร พบว่ามีการก่อสร้างบ้านเรือนรุกล้ำมากถึง 11,039 ครัวเรือน ทำให้ประสิทธิภาพในการระบายน้ำลดน้อยลง


ดังนั้น จึงต้องรื้อย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำลำคลองเพื่อไม่ให้ขวางทางเดินของน้ำและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำ โดยการสร้างเขื่อนคอนกรีต ประตูระบายน้ำและสาธารณูปโภค ทั้งนี้ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) (พอช.) ภายใต้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) รับดำเนินการตามนโยบายภายใต้ “โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง” นำร่องในพื้นที่ “คลองลาดพร้าว” ก่อนลำดับแรก ต่อมาปี 2562 ดำเนินการต่อเนื่องไปยัง “คลองเปรมประชากร”
กระบวนการดำเนินโครงการ พอช. ภายใต้ พม. ได้ขับเคลื่อนการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองผ่านกระบวนการ “โครงการบ้านมั่นคง” ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยโดยประชาชน ชุมชนเป็นผู้คิด ผู้ทำ และเป็นเจ้าของโครงการ ภายใต้การทำงานแบบบูรณาการงานความร่วมมือของหน่วยงานรัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน สถาบันการศึกษา และเครือข่ายประชาชน เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและทั่วถึง ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ครอบคลุมมิติการพัฒนาด้านกายภาพ เศรษฐกิจ สังคม รวมถึงการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำด้วย


สุริยะบุศร์ สดแสงจันทร์ หัวหน้างานออกแบบและก่อสร้าง สำนักพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมน กล่าวว่า ปัจจุบัน พอช.ดำเนินโครงการบ้านมั่นคง ในพื้นที่คลองลาดพร้าว 35 ชุมชน คิดเป็นร้อยละ 53 ส่วนคลองเปรมประชากรดำเนินการโครงการแล้ว 25 ชุมชน ร้อยละ 37 ทั้งนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยถึงความเสื่อมโทรมของคลองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างคลองเปรมประชากร และชุมชนริมคลอง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำเนินโครงการพัฒนาคลองเปรมประชากรทั้งระบบตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2560 เช่น การเก็บขยะ ขุดลอกคลอง ปรับสภาพน้ำ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนริมคลองอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวไม่เพียงแต่ช่วยฟื้นฟูคลองเปรมประชากรให้กลับมาใสสะอาดและมีคุณภาพน้ำที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยในการสร้างความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลรักษาคลองอีกด้วย โครงการจิตอาสาพัฒนาคลองเปรมประชากรนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความร่วมมือที่มุ่งหวังให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเป็นการแสดงออกถึงน้ำพระราชหฤทัยของในหลวงที่มีต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมของประเทศ

“นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเล็งเห็นความสำคัญของเรื่องนี้ เพราะเดิมการปลูกบ้านรุกล้ำลำคลองทำให้การระบายน้ำไม่ดี ไม่ได้อยู่ถูกต้องตามกฎหมาย บางหลังไม่มีเลขที่บ้าน ใช้ไฟฟ้าประปาชั่วคราว บางหลังมีเลขที่บ้านแต่เป็นชั่วคราว ไม่ถาวร รวมทั้งบางหลังก็ทรุดโทรม บางหลังไม่สามารถอยู่ได้ บางหลังเป็นบ้านร้าง ชาวบ้านอยู่แบบไม่ถูกสุขลักษณะ แต่ปัจจุบัน ชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงมีชีวิตที่ดีขึ้น มีพื้นที่สีเขียว จากเดิมอยู่ไม่ถูกต้อง ไม่มีใครมาสนับสนุน ปัจจุบันเมื่อบ้านสร้างเสร็จแล้วก็มีหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนมาสนับสนุนทั้งงบประมาณ อาชีพ การปลูกต้นไม้พื้นที่สีเขียวต่างๆ”

อย่างไรก็ตาม สุริยะบุศร์กล่าวว่า โครงการบ้านมั่นคงยังพัฒนาได้ไม่ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ทาง พอช.จึงต้องเข้าไปชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนว่าเป็นโครงการที่ดีต่อไป และในอนาคตถ้าโครงการสำเร็จชาวบ้านให้ความร่วมมือทั้งหมด จะทำให้สามารถสร้างเขื่อนได้ทั้งสองฝั่ง ทางกรุงเทพมหานคร โดยสำนักระบายน้ำ จะสามารถขุดลอกคลองได้ทั้งหมด โดยขุดให้ลึกลงไปประมาณ 3 เมตร ก็จะทำให้ไม่มีปัญหาขยะ และน้ำใสขึ้น
พิไลพร ถิ่นพุทรา ตัวแทนชาวบ้านประธานสหกรณ์ชุมชนศิษย์หลวงปู่ขาว เขตหลักสี่ กล่าวว่า ที่ผ่านมาบ้านของเราไม่ถูกต้องตามกฎหมาย อีกทั้งยังทรุดโทรม เวลาน้ำท่วมก็ต้องคอยดูบ้านตัวเองว่าจะท่วม หรือน้ำรั่วตรงไหน เราอยู่ที่นี่มา 20 กว่าปี พอได้สร้างบ้านใหม่ และคลองได้รับการพัฒนา ชีวิตของเราก็ดีขึ้นเยอะมาก

“บ้านที่อยู่เป็นบ้านถูกต้องตามกฎหมาย มีทะเบียนบ้าน น้ำประปาถาวร ฝนตกไม่ต้องกลัวน้ำท่วม ไม่ต้องกลัวว่าจะมีงู มีตะขาบ นอนหลับอย่างสบาย ไม่ต้องกังวลบ้านจะพังตอนไหนด้วย มีความสุขขึ้น หลานมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น จากพระบรมราโชบายของพระองค์ที่มีการพัฒนาคูคลอง จะมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ มาช่วยเหลือตลอด ทั้งจากหน่วยงานในพระองค์ 904 พอช. รวมถึงทหาร ได้เข้ามาช่วยเหลือ” พิไลพรกล่าว และว่า ถ้าคลองเปรมประชากรได้รับพัฒนาตลอดทั้งลำคลอง ที่นี่จะเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ ทำเป็นเหมือนตลาดน้ำทั้งสายคลองได้ ขายของเหมือนเกาะเกร็ด ปั่นจักรยานก็ได้ นักท่องเที่ยวสามารถมาท่องเที่ยวเดินชมทัศนียภาพริมน้ำได้

“ทุกวันนี้มีความสุขที่มั่นคงกับชีวิต นอนตายตาหลับเพราะหลานเรามีบ้านอยู่ มีสิ่งแวดล้อมที่ดีแล้ว” พิไลพรกล่าว
นอกจากเรื่องการพัฒนาที่อยู่อาศัยแล้วยังมีแผนการเชื่อมโยงระบบการขนส่ง รถ-ราง-เรือ ดังนั้น ถ้าโครงการแล้วเสร็จ นอกจากประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่อยู่ริมคลองจะได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงโดยเป็นไปตามเจตนารมณ์ของแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (2560-2579) ภายใต้วิสัยทัศน์ “คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่วและมีคุณภาพชีวิตที่ดี” ยังจะมีการพัฒนาเรื่องเรือโดยสาร และการเชื่อมต่อรถไฟฟ้า
นับเป็นการพัฒนาที่จะได้รับสู่สังคมในทุกมิติ

