สปสช.แจงแอพพ์ ‘หาหมอออนไลน์’ ดูแลผู้ป่วยโควิดตามคำแนะนำกรมการแพทย์

15.05.25 | 16:47 น.

สปสช.แจงแอพพ์ ‘หาหมอออนไลน์’ ดูแลผู้ป่วยโควิดตามคำแนะนำกรมการแพทย์ ไม่ต้องรับยาต้านไวรัสทุกราย

วันนี้ (15 พฤษภาคม 2568) ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์โรคโควิด-16 ในขณะนี้ มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น และมีประชาชนติดต่อรับการดูแลจากผู้ให้บริการพบแพทย์ทางไกล (tele-medicine) ในเครือข่าย สปสช. เป็นจำนวนมาก โดยเป็นการหาหมอออนไลน์ผ่านแอพพลิเคชันสุขภาพ อย่างไรก็ดี ประชาชนส่วนหนึ่งอาจเกิดความเข้าใจผิดในขั้นตอนการรักษา เพราะไม่ได้รับยาฟาวิพิราเวียร์ หรือยาอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติต้านไวรัสแบบเดียวกัน

“ในประเด็นนี้ สปสช.ขอชี้แจงว่าผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องได้รับยาฟาวิพิราเวียร์ หรือยาอื่นๆ ทุกราย แต่จะเป็นการดูแลตามอาการ ตามข้อบ่งชี้และไกด์ไลน์ที่กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กำหนด” ทพ.อรรถพร กล่าวและว่า ในช่วงที่โควิด-19 ระบาดนั้น ประชาชนอาจเข้าใจว่าผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทุกราย ต้องได้รับยาดังกล่าว อย่างไรก็ดี เมื่อสถานการณ์ผ่านไป และองค์ความรู้เกี่ยวกับโรคนี้มีมากขึ้น กรมการแพทย์ได้ปรับปรุงแนวทางการดูแลผู้ป่วยให้สอดคล้องกับองค์ความรู้ใหม่ๆ และมีการประกาศแนวทางเวชปฏิบัติ การวินิจฉัย การดูแลรักษา และการป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สำหรับแพทย์และบุคลากรสาธารณสุข ฉบับปรับปรุงวันที่ 18 เมษายน 2566 ซึ่งใช้มาจนถึงปัจจุบัน

ทพ.อรรถพร กล่าวว่า สาระสำคัญในการรักษาโควิด-19 นั้น กำหนดไว้ว่า 1.ในกรณี “ผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรือสบายดี” ให้รักษาแบบผู้ป่วยนอก และไม่ให้ยาต้านไวรัส เนื่องจากส่วนมากหายได้เอง 2.กรณี “ผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรง ไม่มีปอดอักเสบ ไม่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรครุนแรง/โรคร่วมสำคัญ” ให้ดูแลรักษาแบบผู้ป่วยนอก และดูแลตามอาการ ตามดุลยพินิจของแพทย์ และ 3.ในกรณี “ผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรง แต่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรครุนแรงหรือมีโรคร่วมสำคัญ หรือ ผู้ป่วยที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงแต่มีปอดอักเสบเล็กน้อยถึงปานกลาง” ยังไม่ต้องให้ oxygen

Advertisement

“กล่าวโดยสรุปคือ ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่แสดงอาการหรือมีอาการไม่รุนแรง จะไม่มีการจ่ายยาต้านไวรัส เพราะส่วนมากหายได้เอง และผู้ให้บริการการแพทย์ทางไกลใช้แนวทางนี้ในการดูแลผู้ป่วยตั้งแต่ช่วงท้ายของการระบาดรอบที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ประชาชนบางส่วนอาจยังไม่เข้าใจและคิดว่าต้องได้ยาทุกคน ดังนั้น จึงขอชี้แจงทำความเข้าใจอีกครั้ง และขอให้มั่นใจว่าแม้ไม่ได้ยาต้านไวรัส แต่ทุกอย่างอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และมีความปลอดภัยต่อตัวผู้ป่วยแน่นอน ส่วนผู้ที่อาการรุนแรง หากแพทย์พิจารณาแล้วว่าการดูแลผ่าน เทเลเมดิซีนไม่เพียงพอ ก็จะแนะนำให้ไปรับบริการที่โรงพยาบาล หรือนอนรักษาตัวแบบผู้ป่วยใน ซึ่งกรณีนี้ก็จะได้รับยาต้านไวรัสอยู่แล้ว” ทพ.อรรถพร กล่าว