วน.55ขึ้นยกแผง กรมอุทยานฯย้ายใหญ่ ตะลึงมือปราบทุเรียนจีน ป่าตะวันออก เด้งขึ้นเหนือ

17.05.25 | 11:57 น.

วน. 55 ขึ้นยกแผง กรมอุทยานฯย้ายใหญ่ ตะลึงมือปราบทุเรียนจีน ป่าตะวันออก เด้งขึ้นเหนือ

วันที่ 17 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกกกระทรวงทรัพยากกรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับ 9 ในตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด(ทสจ.) ดังรายชื่อต่อไปนี้

1.นายรวมศิลป์ มานะจงประเสริฐ ทสจ.ลำพูน ไปเป็น ทสจ.ฉะเชิงเทรา 2.นายพัชร์ภารุจ สุคนธร ทสจ.ฉะเชิงเทรา เป็น ทสจ.พิษณุโลก 3.นางอภันตรี เชื้อชม ทสจ.พิษณุโลก เป็น ทสจ.ลำพูน 4.นายวุฒิชัย โสมวิภาต ทสจ.ราชบุรี เป็นผู้อำนวยการสำนักจัดการป่าไม้ที่ 5(สระบุรี)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การโยกย้ายครั้งนี้ ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันในกลุ่มข้าราชการที่เกี่ยวข้อง อย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพราะ ผู้ที่ถูกโยกย้าย ล้วนมาจากอดีตศิษย์เก่าวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เช่น นางอภันตรี เชื้อชม ทสจ.พิษณุโลก ที่ย้ายเป็นทสจ.ลำพูน โดยนางอภันตรี นั้น เป็น ภรรยาของ นายอริยะ เชื้อชม ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ ซึ่งเป็นอดีตศิษย์เก่าวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์รุ่น 55 ซึ่งมีข่าวว่า เวลานี้ นายอริยะ เป็นคนสนิท ของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)

โดยมีกระแสข่าวว่า ภายในกรมอุทยานแห่งชาติฯเวลานี้ ศิษย์เก่า วนศาสตร์รุ่น 55 ล้วนได้รับการโปรโมท ให้มีตำแหน่งสูง และดีกว่ารุ่นอื่นๆ

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากนี้ ในส่วนของนายพัชร์ภารุจ สุคนธร ทสจ.ฉะเชิงเทรา ที่ได้ขึ้นชื่อว่า มือปราบ มูซังกิง สวนทุเรียนที่กลุ่มคนจีนบุก พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแควระบม และป่าสียัด จ.ฉะเชิงเทรา ถูกย้ายไปเป็นทสจ.พิษณุโลก แทนภรรยา ของนายอริยะ

โดยนายพัชร์ภารุจนั้น สั่งการลูกน้อง ให้เข้าตรวจสอบพื้นที่การบุกกรุก ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแควระบม และป่าสียัด กว่า 600 ไร่ โดยได้ประสานการทำงานกับหน่วยเฉพาะกกกิจพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ ที่พบว่า นายทุนคนไทยและคนจีน มีชื่อปรากฏครอบครองที่ คทช. โดยพบว่า มีการใช้ชื่อบุคคลจากจังหวัดจันทบุรี และตราด มาแอบอ้างในการถือครอง ซึ่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบแล้ว ไม่พบว่า คนที่มีชื่อถือครองที่ดังกล่าวเข้ามาทำประโยชน์จริง ทำให้นายพัชร์ภารุจ จึง ทำหนังสือรายงานผู้ว่าราชการจังหวัดฯ เพื่อขอให้ ยกเลิกที่ คทช. ดังกล่าว เพราะใช้ผิดวัตถุประสงค์

ล่าสุด กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ส่งเจ้าหน้าที่มาสอบปากคำนายพัชร์ภารุจฯ หลังรับเป็นคดีพิเศษเกี่ยวกับทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากพบว่า บริษัท ดังกล่าว มีพฤติกรรมเดียวกับที่ จ.ฉะเชิงเทรา ด้วยการเข้าไปใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ ในรูปแบบริษัทชื่อเดียวกันอีก 6-7 จังหวัดซึ่งมีข่าวว่า การออกมาเปิดเผยเรื่องการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแควระบม และป่าสียัดของนายพัชร์ภารุจ นั้น สร้างความไม่พอใจให้กับหลายฝ่าย

ก่อนหน้ามีคำสั่งย้าย นายพัชร์ภารุจ ทราบล่วงหน้า และได้แจ้งว่า หากจะมีการย้ายตนเองขอให้อยู่ในกรุงเทพฯ หรือปริมณฑล แต่ปรากฏว่า ถูกคำสั่งย้ายไปยังพิษณุโลกดังที่กล่าวมา

โดยนอกจากนายพัชร์ภารุจแล้ว ก่อนหน้านี้ ยังมีคำสั่งย้าย นายพันธ์ศักดิ์ ธรรมรัตน์ ผู้อำนวยการส่วนทรัพยากรธรรมชาติ ทสจ.ฉะเชิงเทรา ไปยัง ทสจ.ยโสธร มาแล้ว โดยนายพันธศักดิ์นั้น ได้ขึ้นชื่อว่า เป็นมือปราบ และคนทำงานหลักเรื่องการปราบปรามการบุกกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแควระบมสียัด

แต่หลังจากผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังนายพันธ์ศักดิ์ ได้รับการบอกว่า ขอทำเรื่องย้ายเอง เพื่อกลับไปดูแลครอบครัว

ส่วนนายรวมศิลป์ มานะจงประเสริฐ ทสจ.ลำพูน ไปเป็น ทสจ.ฉะเชิงเทรา ก่อนหน้า นายรวมศิลป์ เคยเป็นหัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน และถูกย้ายมาเป็นทสจ.เรื่อยๆ ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องทุนจีนที่บุกรุกป่าทำสวนทุเรียน