กพร.ขับเคลื่อนนโยบายแรงงาน ดันหลักสูตร ‘กุ๊กเรือ’ ยกระดับฝีมือไทยสู่มาตรฐานสากล
วันนี้ (19 พฤษภาคม 2568) นายอารี ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตรวจเยี่ยมพร้อมให้โอวาทผู้เข้ารับการฝึกอบรมยกระดับฝีมือสาขาการจัดการด้านอาหารและโภชนาการบนเรือรุ่นที่ 4/2568 ณ ห้องฝึกอบรม ชั้น 2 อาคารวิทยาลัยการแรงงาน สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 13 กรุงเทพมหานคร โดยมีนายสมชาติ สุภารี รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) นายชัยชนะ เดชแพ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 13 กรุงเทพฯ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของสถาบันฯ เข้าร่วม

นายอารี เปิดเผยว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีนโยบายส่งเสริมให้แรงงานไทยปฏิบัติตามกฎหมายไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อไม่ให้กระทบต่อโอกาสและตำแหน่งงาน โดยเฉพาะในตลาดแรงงานต่างประเทศ เช่น ธุรกิจเดินเรือทะเลที่สร้างรายได้เข้าประเทศจำนวนมาก ซึ่งต้องปฏิบัติตามอนุสัญญาระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด รัฐมนตรีจึงมอบหมายให้ กพร. จัดอบรมหลักสูตรการจัดการด้านอาหารและโภชนาการบนเรือ สำหรับตำแหน่งคนครัวบนเรือ ให้สอดคล้องกับอนุสัญญาแรงงานทางทะเล ค.ศ.2006 ขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ไอแอลโอ (ILO) และพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แรงงานทางทะเล พ.ศ.2558 โดยผู้ผ่านการอบรมจะสามารถทำงานบนเรือเดินทะเล เช่น เรือสำราญ เรือขนส่ง เรือรบ และเรือสำรวจต่างๆ ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ด้าน นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ อธิบดี กพร. กล่าวว่า การฝึกอบรมในครั้งนี้ดำเนินการโดยสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 13 ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยงานของ กพร. ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นสถานฝึกอบรมคนครัวบนเรือ มีแผนการฝึกอบรมจำนวน 5 รุ่น 100 คน รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ 4 มีสถานประกอบกิจการส่งพนักงานเข้ารับการอบรมจำนวน 15 คน หัวข้อการฝึกอบรม ได้แก่ ความรู้พื้นฐานของคนครัวบนเรือ ความปลอดภัยและสุขภาพในการปฏิบัติงาน สุขลักษณะส่วนบุคคลและอาหารทักษะการประกอบอาหาร การป้องกันโรคอาหารเป็นพิษ การจัดการและการควบคุมดูแลครัวการจัดการของเสียในครัว รวมถึงมุมมองด้านศาสนาและวัฒนธรรม ใช้ระยะเวลาการฝึกอบรม 42 ชั่วโมง ระหว่างวันที่ 19-24 พฤษภาคม 2568 ผู้ที่สนใจสามารถสมัครฝึกอบรมได้ที่ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 13 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-2454317 หรือ สายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 4 หรือติดผ่าน Inbox เพจwww.facebook.com/dsdgothai
“หลักสูตรการจัดการด้านอาหารและโภชนาการบนเรือช่วยให้แรงงานทำงานได้ถูกต้องตามกฎหมาย พัฒนาทักษะและบุคลิกภาพในการทำงานบนเรือ ใช้อุปกรณ์ได้อย่างเหมาะสม มีทัศนคติที่ดีต่ออาชีพ และช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจเดินเรือของประเทศ” นายเดชา กล่าว

