กก.สอบลงโทษ 3 แพทย์ชั้น 14 ขอเอกสารแพทยสภาเพิ่ม ดีเดย์ลงมติ 29 พ.ค.นี้
เมื่อเวลา 15.25 น. วันที่ 20 พฤษภาคม ที่ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย หนึ่งกรรมการในคณะกรรมการเสนอความเห็นสภานายกพิเศษ เพื่อพิจารณาตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 พร้อมด้วยกรรมการอีก 3 คน ได้แก่ นายธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข, นายชัยวัฒน์ พัฒนาพิศาลศักดิ์ สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 5 และ นายปิยะวัฒน์ ศิลปะรัศมี ผู้อำนวยการกองกฎหมายกระทรวงสาธารณสุข ร่วมแถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการเสนอความเห็นสภานายกพิเศษฯ ครั้งที่ 1 โดยมีการประชุมราว 2 ชั่วโมง
นายนรินท์พงศ์ กล่าวว่า ตนในฐานะกรรมการท่านหนึ่งในชุดที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ในฐานะสภานายกพิเศษ แพทยสภา แต่งตั้งขึ้นเพื่อหารือแนวทางเรื่องที่แพทยสภาได้ส่งเรื่องมาให้สภานายกพิเศษฯ ดำเนินการ วันนี้เป็นการประชุมครั้งแรกและคณะกรรมการทุกคนมาครบ ขณะที่กรอบเวลาทำงานไม่เกิน 15 วัน เป็นเวลาที่ค่อนข้างสั้น จึงต้องหารือถึงข้อสรุปและที่มีรายละเอียดต่างๆ
นายธนกฤต กล่าวว่า การประชุมวันนี้มีการพิจารณาเอกสารที่ได้รับจากแพทยสภาส่งมาถึงสภานายกพิเศษฯ ซึ่งได้รับมาจำนวนหนึ่ง หลายพันหน้า ซึ่งคณะกรรมการฯ มีความเห็นว่ายังขาดเอกสารบางส่วนที่อยู่ในการพิจารณาของแพทยสภาในขั้นตอนของคณะอนุกรรมการกลั่นกรอง จึงต้องให้สภานายกพิเศษฯ เป็นผู้ขอเอกสารดังกล่าวไปที่แพทยสภา ดังนั้น การพิจารณาดังกล่าว ถ้าได้เร็วก็จะสามารถเร่งสรุปเรื่องนี้ เพราะมีเวลาทำงานสั้น จึงขอให้แพทยสภาช่วยกรุณารีบส่งเอกสารที่ขอมาเพราะถือเป็นเอกสารที่มีความสำคัญ อย่างไรก็ตามการพิจารณาของคณะกรรมการฯ จะใช้ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายก ซึ่งจะพิจารณารายบุคคล พบว่ามี 4 รายที่ถูกกล่าวโทษจากแพทยสภา
โดยคณะกรรมการฯ จะเร่งประชุมในสัปดาห์นี้ หรือรอให้แพทยสภาส่งเอกสารที่ขอไปกลับมา ก็อาจจะประชุมในสัปดาห์หน้าอีกครั้ง แต่ถ้าเอกสารไม่มา คณะกรรมการฯ ก็กำหนดกรอบการประชุมไว้ในวันที่ 26 พฤษภาคม เวลา 14.00 น. เพื่อสรุปความเห็นของกรรมการแต่ละท่าน ในการพิจารณาข้อกล่าวโทษของผู้ถูกกล่าวโทษแต่ละคนเสนอต่อสภาพิเศษ
นายธนกฤต กล่าวว่า ส่วนสภานายกพิเศษฯ จะมีความเห็นเหมือนหรือยับยั้งมติของแพทยสภาอย่างไรนั้น ท่านจะเป็นผู้ทำข้อสรุปส่งแพทยสภา ไม่เกินวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ ส่วนแพทยสภาจะมีความเห็นตามสภานายกพิเศษฯ หรือมีความเห็นกลับก็ขึ้นอยู่กับมติของคณะกรรมการแพทยสภา ซึ่งจะมีการออกเสียง 2 ใน 3 ดังนั้น ขอให้ประชาชนวางใจได้ว่าความเห็นของสภานายกพิเศษฯ ไม่ได้เป็นการชี้ขาด แต่ถ้าสภานายกพิเศษฯ จะยับยั้งมติของแพทยสภา ก็ต้องมีเหตุผลให้ว่ายับยั้งเรื่องอะไร พร้อมย้ำว่า คณะกรรมการฯ ไม่มีหน้าที่ชี้นำความเห็นของสภานายกพิเศษฯ ว่าท่านต้องเห็นตามคณะกรรมการฯ

