ทีมสสปท.ตรวจจุดเกิดเหตุดินสไลด์หลานหลวง ชี้เป็นงานเสี่ยงสูง-ต้องมีเครื่องมืออุปกรณ์ป้องกัน
ความคืบหน้าเหตุคนงานพลัดตกหลุมฝังเสาเข็ม เนื่องจากดินสไลด์ บริเวณไซส์งานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงบางขุนนนท์ – ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย บริเวณปากซอยหลานหลวง 6 และซอยหลานหลวง 8 แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา

วันนี้ (20 พฤษภาคม 2568) นายนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน หรือ สสปท. องค์กรมหาชน ในสังกัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ล่าสุดเจ้าหน้าที่ สสปท.ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วย ทั้งนี้ งานขุดดินและงานที่ต้องลงไปทำงานในหลุมหรืออุโมงค์ เป็นงานที่มีความเสี่ยงสูงในระดับสูงสุด โดยเฉพาะความเสี่ยงจากดินถล่มหรือการพังทลายของดิน นอกจากนี้ ยังเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนงานเสียชีวิตเกือบครึ่ง หรือประมาณร้อยละ 48 ของแรงงานประเภทเดียวกันในเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ

นายนันทชัย กล่าวว่า การทำงานในพื้นที่ก่อสร้าง โดยเฉพาะการก่อสร้างรถไฟใต้ดินที่ต้องมีการขุดดินลงไปนั้น สิ่งที่นายจ้างและลูกจ้างต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตามกำหนดมาตรการความปลอดภัยของไซต์งานก่อสร้าง ตามมาตรฐานความปลอดภัยและกฎหมายความปลอดภัยในงานก่อสร้างของกระทรวงแรงงาน พ.ศ. 2564 คือ หากลูกจ้างต้องลงไปทำงานในสถานที่ที่มีความลึกตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป นายจ้างต้องจัดให้มีทางขึ้นลงที่มั่นคงแข็งแรง รวมถึงมีระบบการถ่ายเทอากาศและแสงสว่างที่เพียงพอ และควรมีอุปกรณ์เพื่อการสื่อสารหรือรับส่งสัญญาณในกรณีฉุกเฉิน รวมทั้งสายหรือเชือกช่วยชีวิต และเข็มขัดนิรภัยที่เหมาะสม
“สาเหตุหลักที่ทำให้แรงงานส่วนใหญ่เสียชีวิต คือ ขาดอากาศหายใจ เพราะหลุมหรืออุโมงค์ด้านล่างที่ต้องลงไปทำงาน เป็นพื้นที่อับอากาศ ที่น่าตกใจมากๆ คือ แรงงานส่วนใหญ่ที่ต้องลงไปทำงาน ไม่มีความรู้ ความเข้าใจในการป้องกันตนเองเพื่อให้เกิดความปลอดภัย และไม่สามารถสื่อสารกับคนที่อยู่ข้างบนได้ ทั้งๆ ที่โดยมาตรฐานการทำงานประเภทนี้ คนที่ลงไปทำงานในหลุมต้องติดต่อสื่อสารกับคนข้างบนได้ตลอดเวลาในกรณีฉุกเฉิน เอาง่ายๆ แค่นกหวีด 1 ตัว สามารถทำให้รอดชีวิตได้” นายนันทชัย กล่าว

ผู้อำนวยการ สสปท.กล่าวว่า สสปท. เน้นย้ำในการป้องกันอันตรายจากการทำงานในที่อับอากาศหรืองานขุดดิน ด้วยหลัก 3 P คือ Prepare หรือการเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มงาน โดยการสำรวจพื้นที่หน้างาน เพื่อสังเกตอันตรายจากน้ำ สภาพบรรยากาศ ตรวจสอบโครงสร้างพื้นดิน ลักษณะดิน ระดับน้ำใต้ดิน และสิ่งกีดขวาง เช่น สายไฟ ท่อประปา เพื่อที่จะได้วางแผนการขุดอย่างปลอดภัย และก่อนลงมือขุด ต้องเตรียมพร้อมในการติดตั้งระบบแจ้งเตือนและควบคุมพื้นที่ ใช้ป้ายเตือน รั้ว หรือแผงกั้น เพื่อป้องกันบุคคลภายนอกเข้าใกล้พื้นที่เสี่ยง นอกจากนี้ควรมีการ เตรียมอุปกรณ์ PPE และอุปกรณ์ช่วยชีวิต เช่น หมวกนิรภัย ถุงมือนิรภัย เสื้อสะท้อนแสง อุปกรณ์ช่วยหายใจ (ในกรณีพื้นที่อับอากาศ) และต้องมีการฝึกอบรมคนงานให้ความรู้เกี่ยวกับอันตรายจากงานขุดดิน วิธีใช้อุปกรณ์ และแผนฉุกเฉิน
“ส่วน Process หรือ ขั้นตอนการทำงานที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการควบคุมความเสี่ยงจากการพังทลายของดิน มีการกำหนดทางเข้า-ออกที่ปลอดภัยจากพื้นที่ขุด และ สุดท้าย Postwork หรือ ขั้นตอนหลังปฏิบัติงานเสร็จสิ้น เพื่อรักษาความปลอดภัยของพื้นที่ โดยจะต้องตรวจสอบความเรียบร้อยของพื้น เพื่อป้องกันการทรุดตัวในอนาคต สิ่งสำคัญ คือ ผู้ประกอบการควรจะเน้นการอบรมให้ผู้ปฏิบัติงาน สามารถสื่อสารด้วยภาษามือที่สามารถเข้าใจได้โดยทั่วกัน หรือให้คนงานทุกคนมีนกหวีดห้อยคอ และเป่านกหวีด หากมีอันตราย ซึ่งจะสามารถช่วยชีวิตในเบื้องต้นได้” นายนันทชัย กล่าว

