เมื่อวันที่ 4 เมษายน นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะแวดวงสาธารณสุข แพทย์ต่างๆถึงข้อกังวลปัญหารพ.ในสังกัด สธ.ประสบภาวะทางการเงินอย่างหนัก 18 แห่งวงเงินติดลบประมาณ 3 พันกว่าล้านบาท ว่า กระทรวงได้มีการเซตระบบเฝ้าระวังปัญหาการขาดสภาพคล่องของโรงพยาบาลอย่างเข้มข้น จากข้อมูลพบมีปัญหาอยู่ในระดับสีแดงจริง และติดลบในอัตราแห่งละไม่ถึง 100 ล้านไปจนถึงกว่าร้อย ล้านบาทขึ้นไป แต่ไม่มากจากจำนวนโรงพยาบาลใหญ่ ๆ ทั่วประเทศกว่า 1 พันแห่ง เมื่อดูรายละเอียดและวิเคราะห์จะพบว่า กระทรวงได้เงินบำรุงลดลงเหลือ 3 พันล้านบาทมาติดต่อกัน 2-3 ปี ในขณะที่รายจ่ายสูงขึ้นทั้งจำนวนผู้ป่วยมากขึ้น ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น มีการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ค่าตอบแทนต่างๆ เพิ่ม พีฟอร์พีก็ต้องจ่ายเพราะเป็นเรื่องขวัญกำลังใจ นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคบางรายการถูกลดลง อย่างเช่น การดูแลรักษาเด็กแรกคลอดที่มีปัญหา เดิมค่าใช้จ่ายตรงนี้ค่อนข้างสูงแต่ก็เบิกจากงบกลาง แต่ปีนี้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ผลักงานตรงนี้ให้เป็นงานผู้ป่วยใน เลยไม่ได้งบประมาณเพิ่ม รวมถึงกรณีการรักษาเด็กแรกคลอดอีกเหมือนกันที่ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)ยังไม่ได้จ่ายให้กับโรงพยาบาลในส่วนของปี 2559 ประมาณ 300 ล้านบาท
นพ.โสภณ กล่าวต่อว่าตอนนี้ สปสช.ให้งบผู้ป่วยนอก และงานส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคมาเต็มจำนวน ทำให้ดูเหมือนว่าสถานการณ์ด้านการเงินของโรงพยาบาลหลายๆ แห่งดีขึ้น แต่ก็ยังมีตัวแดงบ้าง แต่หลังจากนี้จะเป็นเงินจากผู้ป่วยใน ซึ่งเป็นเงินปลายปิด ทำมาก ทำน้อยก็ได้เท่านี้ ดังนั้นอีก 6 เดือนหลังจนถึงปลายปีจึงต้องมีการจับตาสถานการณ์ทางการเงินของโรงพยาบาลต่อเนื่อง ขณะนี้ มีการจัดกลุ่มโรงพยาบาลเป็น 20 กลุ่ม ดูว่ารายรับ รายจ่ายเป็นอย่างไร ประมาณการณ์ค่าใช้จ่ายในอนาคตที่จะเกิดขึ้นเป็นอย่างไร เป็นไปตามที่ประมาณการณ์หรือไม่ คิดว่าประมาณ 2-3 สัปดาห์ก็เห็นตัวเลขตรงนี้ อย่างไรก็ตามในส่วนของโรงพยาบาลเองก็พยายามช่วยเหลือตัวเองด้วยการใช้ยาอย่างสมเหตุผล การทำห้องพิเศษ ควบคุมกำลังคน มีการจ้างงานเท่าที่จำเป็น โรงพยาบาลที่ศักยภาพก็พยายามทำการรักษาเพื่อให้ได้รับงบประมาณจาก สปสช.
ผู้สื่อข่าวถามว่าก่อนหน้านี้มีการหารือกับ สปสช. เพื่อปรับเปลี่ยนการส่งเงินให้โรงพยาบาลเป็นแบบขั้นบันได สามารถแก้ปัญหาการขาดสภาพคล่องได้จริงหรือไม่ นพ.โสภณ กล่าวว่า สถานการณ์แล้วแต่โรงพยาบาล การปรับเงินตรงนี้ทำให้โรงพยาบาลห่างไกล โรงพยาบาลที่อยู่ตามเกาะ แก่ง ได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้น แต่ก็อย่างที่บอกว่างบประมาณ สธ. ได้เท่าเดิม ก็เหมือนลูกโป่งพอบีบตรงนี้ก็โป่งตรงนั้น โรงพยาบาลใหญ่รายได้ลดลง อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลเป็นของรัฐบาล เป็นหน่วยงานที่ไม่แสวงหากำไรอยู่แล้ว ก็ต้องดูตามสถานการณ์ ยืดหยุ่น ตัวเลขสีแดงก็เป็นเครื่องเตือนให้มีการดูแลเต็มที่ ตอนนี้ สปสช.ก็มาร่วมกันหาทางออก ไม่มีใครปล่อยให้โรงพยาบาลเจ๊ง เพราะนี่ก็เป็น 1 ในตัวชี้วัดการทำงานของสปสช.เหมือนกัน
ผู้สืข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้รพ.ในสังกัดสธ.ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องประมาณ 100 แห่ง แต่สธ. และสปสช.ได้มีการปรับระบบ และดำเนินการต่างๆ จนล่าสุดเหลือ 18 แห่ง ซึ่งสธ.อยู่ระหว่างติดตามปัญหาต่อไป เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน


