‘สมศักดิ์’ ลุยนครสวรรค์-พิจิตร ชู ‘ข้าว กข.43’ ชี้น้ำตาลน้อยดีต่อผู้ป่วยเบาหวาน ลดโรค NCDs

22.05.25 | 16:50 น.

‘สมศักดิ์’ ลุยนครสวรรค์-พิจิตร ชู ‘ข้าว กข.43’ ชี้น้ำตาลน้อยดีต่อผู้ป่วยเบาหวาน ลดโรค NCDs

วันนี้ (22 พฤษภาคม 2568) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานเปิดโครงการบริการทุกช่วงวัย ด้วยความห่วงใยจากกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 3 โดยมี นายเศวต เพชรนุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัด สธ. นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จ.นครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย นพ.ภานุวัฒน์ ปานเกตุ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ผู้บริหาร สธ. และ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เข้าร่วม ที่โรงพยาบาล (รพ.) บรรพตพิสัย อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า โครงการนี้เกิดขึ้นภายใต้หลักคิด “อสม. มั่นคง สาธารณสุขเข้มแข็ง เพื่อคนไทยห่างไกล NCDs” เป็นการบูรณาการงานด้านการแพทย์ การสาธารณสุข และการทำงานร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชน อย่าง อสม. เข้าด้วยกัน เพื่อให้บริการประชาชนได้อย่างครอบคลุม สอดรับกับความต้องการของประชาชนด้านการดูแลสุขภาพในทุกมิติ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการให้ประชาชนทุกคน เข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ เท่าเทียม ทั่วถึง ทุกช่วงวัย ลดระยะเวลารอคอยการรับบริการ และลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน

Advertisement

“วันนี้ ผมจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการยกทัพ 11 คลินิก ส่งเสริม คัดกรอง ป้องกัน และรักษาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs มาให้บริการพี่น้องประชาชนชาว จ.นครสวรรค์ กว่า 1,500 คน ในได้แก่ 1.คลินิกโรคอ้วน 2.คลินิก NCDs 3.คลินิกโรคไต 4.คลินิกโรคหลอดเลือดสมอง หลอดเลือดหัวใจ 5.คลินิกต้อกระจก และจอประสาทตา 6.คลินิกคัดกรองมะเร็งปากมดลูก และฉีดวัคซีน HPV 7.คลินิกผ่าตัดวันเดียวกลับ 8.คลินิกเครื่องช่วยฟัง 9.คลินิกผ่าตัดนิ้วล็อค 10.คลินิกบริการวัคซีนไข้หวัดใหญ่ และ 11.คลินิกแพทย์แผนไทย คาดว่าโครงการจะมีจำนวนผู้เข้ามารับบริการทางการแพทย์ กว่า 38 ล้านราย ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาลในอนาคตได้กว่า 4,000 ล้านบาท นี่คือความพยายามอย่างต่อเนื่องของ สธ. ที่มุ่งเน้นจัดการปัญหาโรค NCDs ต่อจากการเสริมสร้างความรู้เรื่องการนับคาร์บ (คาร์โบไฮเดรต) เพราะ NCDs คือความท้าทายทางสาธารณสุข ที่ผมต้องดำเนินการให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว” นายสมศักดิ์ กล่าว

รัฐมนตรีว่าการ สธ. กล่าวอีกว่า ตนมีของขวัญมาให้ชาว อ.บรรพตพิสัยด้วย โดยในพื้นที่มีการปลูกข้าว กข.43 ซึ่งมีดัชนีน้ำตาลค่อนข้างต่ำ ดีต่อผู้ป่วยเบาหวาน จึงอยากสนับสนุน เพราะนอกจากจะช่วยผู้ป่วยแล้ว ยังช่วยให้คนปลูกขายข้าวได้ราคาแพงขึ้นอีกด้วย โดยข้าว กข.43 เมื่อบริโภคแล้ว จะทำให้เกิดน้ำตาลช้าและน้อยกว่าข้าวสายพันธ์ุอื่น ซึ่งถ้าเป็นข้าวซ้อมมือ เมื่อบริโภคแล้วจะกลายเป็นน้ำตาลภายใน 2 ชั่วโมง ส่วนข้าวเหนียว ข้าวเจ้า เมื่อบริโภค จะทำให้เกิดน้ำตาลเร็วมาก ไม่ถึงชั่วโมง แต่ข้าว กข.43 เมื่อบริโภคผ่านไป 2 ชั่วโมง ยังขึ้นเป็นน้ำตาลแค่ร้อยละ 55 เท่านั้น ขณะที่ข้าวสายพันธ์อื่น สูงถึงร้อยละ 87 ดังนั้นจะช่วยทำให้ข้าว กข.43 มีราคาแพงขึ้น เนื่องจากดีกับผู้ป่วย NCDs

นอกจากนี้ นายสมศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ในพื้นที่ อ.บรรพตพิสัย มีการปลูกข้าว กข.43 ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยป้องกัน NCDs ได้ โดยผู้ที่ป่วยกลุ่มโรค NCDs คือ น้ำตาลเข้าสู่เส้นเลือดปริมาณมาก จนไปทำลายเส้นเลือด แต่ข้าว กข.43 มีคุณสมบัติทำให้เกิดน้ำตาลเข้าสู่เส้นเลือดได้ช้าและน้อย ซึ่งข้าวปกติเข้าไปได้ร้อยละ 87 แต่ กข.43 เข้าเพียงร้อยละ 55 โดยข้าวสายพันธุ์อื่น น้ำตาลจะเข้าสู่เส้นเลือดปริมาณมาก ทำให้เส้นเลือดเสียหายได้ และเมื่อเส้นเลือดเสียหาย เราก็จะเกิดอาการป่วยตามมา ดังนั้น ตนก็คิดกับนายทรงศักดิ์ว่า ควรประชาสัมพันธ์ข้าว กข.43 เพื่อช่วยลดผู้ป่วย และช่วยทำให้ข้าวขายได้แพงขึ้นด้วย เนื่องจากคนที่รักสุขภาพ ก็จะหันมาบริโภคข้าว กข.43 มากขึ้น

จากนั้น นายสมศักดิ์ พร้อมคณะเดินทางต่อไปยังโรงแรมมีพรสวรรค์ แกรนด์ โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จ.พิจิตร เปิดโครงการบริการทุกช่วงวัยฯ โดยมี น.ส.ธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร นางสุณีย์ เหลืองวิจิตร อดีต ส.ส.พิจิตร นายนาวิน บุญเสรฐ อดีต ส.ส.พิจิตร นายภูดิท อินสุวรรณ์ อดีต ส.ส.พิจิตร ร่วมต้อนรับด้วย

 

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายที่จะยกระดับระบบสาธารณสุข ให้เป็น 30 บาทรักษาทุกที่ เพื่อให้คนไทยเข้าถึงระบบบริการสุขภาพ ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล และสามารถรองรับความท้าทายด้านสาธารณสุข จากสถานการณ์สังคมสูงวัย โรค NCDs โดยการจัดคลินิกเฉพาะทางด้านต่างๆ มาให้บริการพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เป็นอีกช่องทางหนึ่ง ในการยกระดับการเข้าถึงบริการสุขภาพ ของพี่น้องประชาชนทุกช่วงวัย สธ.จึงจัดให้มีโครงการนี้ ซึ่งจะดำเนินการให้ครบทุกเขตสุขภาพ โดยที่ผ่านมา ได้จัดกิจกรรม Kick off ไปแล้ว 6 เขตสุขภาพ 9 จังหวัดทั่วประเทศ

เตรียมพบกับการกลับมาปีที่ 17 อย่างยิ่งใหญ่ของมหกรรมสุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ พบกับบริการตรวจสุขภาพเชิงรุกนอกโรงพยาบาลเพื่อสร้างการตระหนักรู้ ดูแล แก้ไข และป้องกัน ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนการดูแลสุขภาพและสุขภาวะเชิงรุกครบทุกมิติ มุ่งสู่เป้าหมายของการมีสุขภาพชีวิตที่ดีของคนไทย

3 โซนไฮไลต์เข้าถึงสุขภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม รวมมากถึง 30 โรงพยาบาลชั้นนำของประเทศทั้งภาครัฐและเอกชน

  • เมืองสุขภาพ
  • เมืองสาธารณสุข
  • เมือง 30 บาทรักษาทุกที่

ฟังเสวนาสุขภาพที่ดีที่สุดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

สินค้า ผลิตภัณฑ์ บริการ นวัตกรรม และคลินิกเพื่อสุขภาพและความงาม

  • นวัตกรรมเพื่อสุขภาพ
  • คลินิกเพื่อสุขภาพ
  • ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม
  • นวัตกรรม 30 บาทรักษาทุกที่ โดย สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

เวิร์กชอปฮีลใจและยกระดับการดูแลสุขภาพ

โซน Charity กิจกรรมเพื่อสาธารณกุศล

ห้ามพลาด!  Thailand Healthcare 2025 ‘A Better Life : สร้างสุขทุกช่วงวัย’ งานแฟร์สุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน ถึง 29 มิถุนายน 2568 เวลา 10.00 – 20.00 น. ที่สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

พร้อมติดตามทุกการเคลื่อนไหว อัปเดตทุกรายละเอียดของงาน Thailand Healthcare 2025 ‘A Better Life : สร้างสุขทุกช่วงวัย’ ได้ที่เพจ Matichon Healthcare (https://www.facebook.com/MatichonHealth) และทุกสื่อในเครือมติชน

QR Code