บอร์ดประกันสังคม ถกรับเงินรัฐใช้หนี้คืน 1 หมื่นล้าน หลังค้างจ่ายกว่า 5 หมื่นล้าน

23.05.25 | 18:32 น.

บอร์ดประกันสังคม ถกรับเงินรัฐใช้หนี้คืน 1 หมื่นล้าน หลังค้างจ่ายกว่า 5 หมื่นล้าน

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 23 พฤษภาคม ที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) จ.นนทบุรี นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ชุดที่ 14 ครั้งที่ 11/2568 โดยหนึ่งในวาระสำคัญคือ เพื่อพิจารณากรณีที่รัฐบาลจะคืนเงิน 1 หมื่นล้านบาท ที่ติดค้างชำระ สปส. ไปใช้ในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล


นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี บอร์ดประกันสังคม ฝ่ายผู้ประกันตน เปิดเผยหลังการประชุมว่า วาระใหญ่ที่สำคัญ คือมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกองทุนประกันสังคม จากมติที่ประชุมได้รับทราบว่าเงิน 10,000 ล้านบาท ที่รัฐบาลคืนให้นี้เป็นการใช้หนี้ประกันสังคม จากที่ติดค้างอีกกว่า 50,000 ล้านบาท

“ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการใช้เงินสมทบรายปีที่รัฐบาลต้องให้ประกันสังคมอยู่แล้ว แต่เป็นเงินในการใช้หนี้ โดยจะนำมาใช้อุดหนุนโครงการของประกันสังคม นั่นคือโครงการสินเชื่อในเรื่องการรักษางาน โดยเราจะพยายามผลักดันว่าหน่วยงานอื่นรัฐบาลก็ให้เงิน แต่ของประกันสังคมรัฐบาลให้ผ่านการใช้หนี้ ซึ่งถือว่าเป็นคนละเงื่อนไขกัน” นายษัษฐรัมย์กล่าว

นายษัษฐรัมย์กล่าวอีกว่า สิ่งที่พยายามยืนยันมาโดยตลอดคือโครงการสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการเป็นสิ่งที่ สปส.ได้มีโครงการที่ดำเนินการมาก่อนหน้านี้แล้ว เพื่อรักษางานของผู้ประกันตนไว้ แต่ก็มีข้อสังเกตว่าในส่วนนี้เป็นส่วนที่ให้แก่นายจ้างเป็นหลัก แต่ส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกันตน เราพยายามเสนอให้มีสินเชื่อที่สามารถส่งตรงสู่ตัวผู้ประกันตนได้ เช่น การวางเงื่อนไขการประกอบธุรกิจสตาร์ตอัพ (Startup) และการเพิ่มทักษะในช่วงเวลาที่สุ่มเสี่ยงต่อการเสียรายได้จากการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มแรงงานอิสระ มาตรา 40

Advertisement

“ทีมประกันสังคมก้าวหน้าไม่ได้คัดค้านทุกนโยบายของรัฐบาลและ สปส. ส่วนใดที่จะพัฒนาได้เราก็จะทำร่วมกัน แต่ก็ได้ตั้งข้อสังเกตหลายอย่างว่าวาระ สปส.ที่สำคัญต่อผู้ประกันตนไม่มีความคืบหน้า แต่วาระกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลมีการดำเนินงานที่รวดเร็วและมีการประชุมวาระพิเศษเพิ่มเข้ามา จึงพยายามเสนอให้มีวาระต่างๆ ให้มีธรรมาภิบาลและรอบคอบ” นายษัษฐรัมย์กล่าว

นายษัษฐรัมย์กล่าวอีกว่า ทุกปี สปส.จะขอคืนเงินทั้งหมดจากภาครัฐ ซึ่งช่วงที่ผ่านมารัฐบาลพยายามคืนเงิน แต่ในทางปฏิบัติ คิดว่าหากรัฐบาลสามารถคืนเงินได้ทั้งหมด ก็จะทำให้ สปส.สามารถวางแผนเรื่องการจัดการสิทธิประโยชน์ได้ดีขึ้น ซึ่งเงื่อนไขที่รัฐบาลต้องคืนเงิน 10,000 ล้านบาท เป็นสิ่งที่รัฐบาลทำอยู่แล้ว แต่เป็นการคืนหนี้ ที่พ่วงกับโครงการโปรเจ็กต์ต่างๆ อย่างไรก็ตาม โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและการรักษางานเป็นสิ่งที่จำเป็นในช่วงเวลานี้

“แต่เราอยากมองภาพใหญ่ที่ภาครัฐต้องคืนเงินอีกเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์อีกกว่า 40,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณสูง มองอีกมุมหนึ่งการเพิ่มเงินสงเคราะห์บุตรที่ผ่านมา เป็น 1,000 บาท ใช้งบประมาณเพียงหลัก 3,000 ล้านบาท เงินบำนาญสูตร care ใช้งบประมาณตลอดระยะเวลา 27 ปี ราว 5,000 ล้านบาท ดังนั้น เงินกว่า 40,000 ล้านบาทมีค่าและมีความหมายสำคัญต่อการพัฒนาสิทธิประโยชน์อย่างมาก” นายษัษฐรัมย์กล่าว

เมื่อถามว่า รัฐบาลจะต้องคืนเงินในรูปแบบใดได้บ้าง แต่ไม่ใช่การกระตุ้นเศรษฐกิจทุกรอบ นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า การออกแบบสิทธิประโยชน์ของประกันสังคมต้องยึดโยงกับผู้ประกันตนเป็นหลัก เงินที่เข้ามา 100% ประมาณ 70-80% จะนำมาเพื่อใช้สิทธิประโยชน์ ส่วนที่เหลือคือการลงทุนเพื่อดอกผล ส่วนการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับภารกิจเฉพาะราว 3.5% เท่านั้น ดังนั้น สิ่งที่สำคัญของ สปส.ไม่ใช่การกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่มีหน้าที่สำคัญในการวางเงื่อนไขเรื่องการออกแบบสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกันตน

“จริงๆ แล้วรัฐบาลมีเงิน แต่ สปส.อยู่ภายใต้กระทรวงแรงงาน ซึ่งมีผู้มีอำนาจเหนือกว่าเลขาธิการ สปส.อยู่มาก คงยากที่จะไปทวงเงินจากรัฐบาล แต่สิ่งที่เป็นรูปธรรมในการคืนเงินกว่า 40,000 ล้านบาท เป็นเงินที่ไม่ได้เยอะสำหรับรัฐบาล หากรัฐบาลจะวางเงื่อนไขในการคืน และให้ สปส.ออกแบบก็สามารถทำได้ แต่ขณะนี้เป็นวาะที่เร่งด่วนหมด” นายษัษฐรัมย์กล่าว

นายษัษฐรัมย์กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ตามมติในที่ประชุมวันนี้มีพิจารณาการรับเงินใช้คืนของรัฐบาลในช่วงกลางปีนี้จำนวน 10,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันเงินส่วนนี้จะนำมาใช้เติมโครงการของเราที่เราได้อนุมัติไปก่อนหน้านี้แล้ว หากได้รับเงินส่วนนี้ก็จะเหลือที่ติดค้างอีกกว่า 40,000 ล้านบาท ซึ่งโดยปกติรัฐบาลจะใช้เงินคืนจำนวน 8,000-10,000 ล้านบาทต่อปี โดยจะต้องใช้เวลาราว 5-6 ปี