สารหนูปนเปื้อนแม่น้ำกก น่าห่วง! กรมคุมโรคแนะเลี่ยงพร้อมติดตามอาการผิดปกติใกล้ชิด
เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม นพ.ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า กรมควบคุมโรคยังคงติดตามสถานการณ์การปนเปื้อนของสารหนูในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำโขงอย่างต่อเนื่อง และวางแผนการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ในการวางระบบการดูแลสุขภาพของประชาชนในระยะยาว ทั้งนี้ สารหนูเป็นธาตุกึ่งโลหะที่พบได้ตามธรรมชาติและจากกิจกรรมของมนุษย์ สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านการดื่มน้ำหรือบริโภคอาหารที่มีการปนเปื้อน หรือแม้แต่การสัมผัสน้ำทางผิวหนังในระยะเวลานาน แต่การดูดซึมผ่านผิวหนังจะน้อยกว่าทางการบริโภค หากได้รับสารหนูในปริมาณมากในระยะเวลาสั้น อาจก่อให้เกิดอาการพิษเฉียบพลัน เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย ชาปลายมือปลายเท้า กล้ามเนื้อเป็นตะคริว และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้
อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะที่การรับสารหนูสะสมในระยะยาวก่อให้เกิดพิษเรื้อรัง เช่น ผิวหนังเปลี่ยนสีเป็นหย่อมๆ ตุ่มแข็งที่ฝ่ามือฝ่าเท้า กล้ามเนื้ออ่อนแรง เลือดจาง เส้นขาวบนเล็บ รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนัง มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
“จากสถานการณ์ดังกล่าว กรมควบคุมโรคแนะนำประชาชนให้หลีกเลี่ยงการใช้น้ำจากแม่น้ำกก เพื่อการอุปโภคบริโภคโดยตรง และควรใช้น้ำที่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพตามมาตรฐาน หากพบอาการผิดปกติ เช่น ระคายเคืองผิวหนัง ระคายเคืองตา ท้องเสีย หรืออาการชาตามปลายมือปลายเท้า ควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว สำหรับนักท่องเที่ยว ยังคงสามารถทำกิจกรรมทางน้ำได้ตามปกติ เช่น ล่องแพหรือพายเรือ แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำจากแหล่งน้ำดังกล่าว มาบริโภคและปรุงอาหาร” นพ.ภาณุมาศ กล่าวและว่า ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคได้จัดตั้งแผนเฝ้าระวังสุขภาพทั้งเชิงรับและเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยง โดยร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่เพื่อติดตามผลกระทบต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง หากประชาชนมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

