องค์การเภสัชฯ เร่งผลิตยารักษา ‘โควิด’ รับป่วยพุ่ง ชี้สายพันธุ์ JN.1 เป็นแล้วเป็นซ้ำได้อีก

26.05.25 | 18:49 น.

องค์การเภสัชฯ เร่งผลิตยารักษา ‘โควิด’ รองรับสถานการณ์ป่วยพุ่ง

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พญ.มิ่งขวัญ สุพรรณพงศ์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) เปิดเผยว่า จากการรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ข้อมูลล่าสุด ณ สัปดาห์ที่ 21 ของปี 2568 (วันที่ 18-24 พฤษภาคม 2568) ณ วันที่ 26 พฤษภาคม 2568 มีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ 53,597 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ยอดสะสมผู้เสียชีวิต ปี 2568 อยู่ที่ 46 ราย เชื้อโควิด-19 ที่พบในประเทศไทยขณะนี้ส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์ JN.1 ซึ่งผู้ที่เคยเป็นมาแล้วเป็นซ้ำได้อีก และส่วนใหญ่จำนวนมากไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อ เพราะมีอาการน้อย แต่แพร่กระจายได้ จึงเป็นเหตุให้มีการแพร่กระจายอย่างกว้างขวางและรวดเร็ว อีกทั้งเกิดจากการรวมกลุ่มกันของคนจำนวนมาก และประกอบกับเข้าสู่ฤดูฝน ซึ่งโรคนี้เป็นโรคประจำถิ่น สามารถพบผู้ป่วยได้ตลอดทั้งปี

“องค์การเภสัชฯ ในฐานะที่เป็นหน่วยงานในการผลิต สำรอง กระจายยาและเวชภัณฑ์เพื่อรองรับการระบาดที่เกิดขึ้น และจากการแพร่กระจายในวงกว้างอย่างรวดเร็วดังกล่าว พบว่า มีการแจ้งความต้องการเพิ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ องค์การเภสัชฯ วางแผนผลิตรองรับการระบาดในหน้าฝนตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเพิ่มกำลังการผลิตยาเพื่อรักษาโรคโควิด-19 ประกอบด้วย ยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) จำนวน 1,750,000 เม็ด ยาโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) จำนวน 3,360,000 แคปซูล

จึงได้ปรับเร่งกระบวนการต่างๆ จนสามารถขึ้นคลังได้เร็วขึ้นเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา และได้ส่งกระจายยาไปยังโรงพยาบาลต่างๆ อย่างเร่งด่วนแล้ว โดยในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จัดส่งภายใน 1 วัน และต่างจังหวัด จัดส่งภายใน 3 วัน ได้แก่ โรงพยาบาลเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวน 13 แห่ง เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2568 และกลุ่มโรงพยาบาลและหน่วยบริการทั่วประเทศ ประมาณ 315 แห่ง วันนี้ (26 พฤษภาคม 2568) และสำหรับล็อตต่อๆ ไปจะมีการผลิตและกระจายเพิ่มเติมในวันที่ 28 พฤษภาคมนี้ และในต้นเดือนมิถุนายน ตามลำดับ” พญ.มิ่งขวัญกล่าว

ผู้อำนวยการ อภ.กล่าวว่า นอกจากนั้น องค์การเภสัชฯ ได้มีการสั่งซื้อวัตถุดิบเพื่อนำมาผลิตเพิ่มแล้ว และยังได้เพิ่มการจัดหาแหล่งวัตถุดิบเพื่อการผลิตยาทั้ง 2 รายการดังกล่าว สำรองไว้ให้เพียงพอในกรณีที่อาจจะมีความต้องการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งนี้ องค์การเภสัชฯ มีการติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อปรับแผนผลิตและสำรองให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของการระบาดของโรค

“วิธีการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อโควิด-19 การดูแลตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในที่เสี่ยง สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในพื้นที่แออัด หรือระบบระบายอากาศไม่ดี หมั่นล้างมือให้สะอาด เว้นระยะห่างกับผู้อื่น หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าโดยไม่จำเป็น รีบเปลี่ยนเสื้อผ้า อาบน้ำเมื่อกลับถึงบ้าน กินร้อน ช้อนกลาง และหากมีอาการป่วย ควรตรวจ ATK เพื่อพักรักษาตัวให้หายดีก่อน ป้องกันการแพร่เชื้อ และถ้าหากมีอาการรุนแรงควรไปพบแพทย์โดยเร็ว” พญ.มิ่งขวัญกล่าว

Advertisement