ทีมสภานายกพิเศษ สรุปความเห็นลงโทษหมอให้ ‘สมศักดิ์’ พรุ่งนี้!
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 26 พฤษภาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายชัยนันท์ งามขจรกุลกิจ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเสนอความเห็นสภานายกพิเศษ เพื่อพิจารณาตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 พิจารณากรณีแพทยสภามีมติลงโทษแพทย์รักษา นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่รักษาตัวชั้น 14 ในโรงพยาบาล (รพ.) ตำรวจ โดยใช้เวลาในการประชุมนาน 2 ชั่วโมง 30 นาที
ต่อมาเวลา 16.30 น. นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ สธ. หนึ่งในกรรมการเสนอความเห็นสภานายกพิเศษฯ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า คณะกรรมการเสนอความเห็นสภานายกพิเศษฯ ได้จัดประชุมเพื่อพิจารณาข้อมูลกรณีแพทยสภามีมติลงโทษแพทย์ทั้งสิ้น 4 ราย (รวมแพทย์ 1 คนที่ถูกยกคำร้อง)โดยการประชุมครั้งนี้เป็นการนำเสนอความคิดเห็นของกรรมการแต่ละคนที่มีต่อกรณีดังกล่าว ซึ่งเป็นความเห็นแยกเป็นรายบุคคล เนื่องจากมีรายละเอียด เอกสารประกอบการลงโทษ และข้อกฎหมายที่แตกต่างกัน โดยความเห็นของที่ประชุมมีทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วยต่อแพทยสภา รวมไปถึงอาจมีการเพิ่มเติมหรือลดบทลงโทษ และชี้ให้เห็นในบางข้อกฎหมาย
“วันนี้มีการพิจารณาในประเด็นข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และมาตรฐานจริยธรรมทางวิชาชีพ ซึ่งบางส่วนยังมีความไม่ชัดเจน จำเป็นต้องกลับไปปรับแก้เอกสารและถ้อยคำให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยในวันพรุ่งนี้ เวลา 14.00 น. คณะกรรมการฯ จะส่งหนังสือความเห็นทั้งหมดให้กับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการ สธ. ในฐานะสภานายกพิเศษ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ” นายกองตรี ธนกฤต กล่าว
นายกองตรี ธนกฤต กล่าวอีกว่า หลังจากการส่งความเห็นอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ (27 พฤษภาคม) การทำงานของคณะกรรมการชุดนี้จะถือว่าสิ้นสุดลง และเป็นหน้าที่ของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการ สธ. ในฐานะสภานายกพิเศษ ที่จะพิจารณาว่าจะเห็นชอบหรือยับยั้งมติของแพทยสภา โดยการจะตัดสินใจอย่างไรนั้น ก็เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของสภานายกพิเศษ โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้
“การร้องเรียนครั้งนี้ที่เป็นมิติใหม่ เพราะที่ผ่านมามีเพียงตัวผู้ป่วยร้องเรียนต่อการรักษาของแพทย์ แต่ในครั้งนี้กลับเป็นบุคคลอื่นร้องเรียนเข้ามา ที่สำคัญอำนาจการตัดสินใจอยู่ที่สภานายกพิเศษเท่านั้น ที่พิจารณาในที่ประชุมวันนี้เป็นเพียงความเห็น อย่างไรก็ตาม เอกสารต่างๆ ยังมีความไม่เรียบร้อย จึงจำเป็นต้องกลับไปแก้ไข โดยในวันนี้มีผู้ร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม ขาดที่ปรึกษา 1 คน และคณะกรรมการ 1 คน คือ ผู้แทนนายกสมาคมทนายความ ที่ติดภารกิจ ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ แต่ยืนยันว่าไม่กระทบต่อการดำเนินงานโดยรวม” นายกองตรี ธนกฤต กล่าว และว่า ส่วนเอกสารที่ยังคงเป็นประเด็นในที่ประชุม เช่น รายชื่อของคณะกรรมการกลั่นกรองก่อนเข้าสู่การพิจารณาโดยบอร์ดใหญ่ของแพทยสภา ซึ่งก่อนหน้านี้คณะกรรมการฯ ได้ประสานขอข้อมูลเพิ่มเติมจากแพทยสภา แต่ได้รับแจ้งว่าไม่มีเอกสารเพิ่มเติมที่สามารถส่งได้ ซึ่งตนมองว่าอาจทำให้มีผลต่อมติในที่ประชุม อีกทั้งควรให้เอกสารที่ครบถ้วนเพื่อนำมาใช้ในการพิจารณา แต่การพิจารณาก็ยังต้องดำเนินต่อไปจากเอกสารเท่าที่ได้รับ
“ส่วนที่แพทยสภาบอกว่าส่งเอกสารมาครบทั้งหมดแล้ว แต่เราตรวจสอบแล้วเห็นว่าที่ขอไปนั้นเป็นเอกสารสำคัญ แต่ไม่เป็นไร ไม่ส่งมา เราก็ยังพิจารณาได้ อย่างไรก็ตาม ท่านควรคิดว่าเมื่อมีการตั้งกรรมการมา 1 ชุด ขอเอกสารไป ท่านก็น่าจะส่งมา แน่นอนว่า เอกสารนั้นมีผลเกี่ยวกับการลงโทษ ส่วนเรื่องวิกฤตหรือไม่วิกฤต ไม่ได้อยู่ในเนื้อหา เอกสารของแพทยสภาไม่มีคำว่าวิกฤต” นายกองตรี ธนกฤต กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า เอกสารที่แพทยสภาไม่ได้ให้เป็นเหตุผลสำคัญที่จะทำให้พิจารณาหรือไม่ นายกองตรี ธนกฤต กล่าวว่า เปรียบเสมือนว่ามี 10 ขั้นตอน เมื่อข้าวโพดหายไปเม็ดหนึ่ง ทั้งที่ควรมีให้ครบ จึงขอไป อย่างไรก็ตาม จากที่ดูแพทยสภาทำครบ 7 ขั้นตอนในการพิจารณาเรื่องจริยธรรม เพียงแต่เราเห็นว่ามีเอกสารบางส่วนหายไป เมื่อบอกว่าให้มาครบแล้ว เมื่อท่านยืนยันว่าให้มาครบแล้วก็ไม่เป็นไร เราไปโต้แย้งไม่ได้ แต่วันนี้เรายังคุยกันประเด็นนี้และดูข้อกฎหมาย ซึ่งมีประเด็นนี้อยู่ว่าท่านตั้งกรรมการชุดของท่าน ท่านก็ควรมีรายงานของท่านเช่นกัน แล้วนี่เป็นเอกสารสำคัญในการลงมติด้วย
เมื่อถามว่า กรรมการชุดนี้พิจารณาจากเอกสารชุดเดียวกันกับแพทยสภา แต่กรรมการชุดนี้มีความเห็นต่างกัน ซึ่งความเห็นที่ต่างกันนั้นมองว่าไม่ควรลงโทษแพทย์ หรือลงโทษไม่สมควรผิด หรือลงโทษหนักไป นายกองตรี ธนกฤต กล่าวว่า เรื่องนี้อย่างที่บอก เราเป็นคนให้ความเห็น บางเรื่องก็อาจจะต้องโดนเฆี่ยนแรงๆ ก็ได้ เมื่อเฆี่ยนหนักอีกหน่อยก็ได้ แต่บางเรื่องแค่ดีดมะกอกยังไม่ได้เลย แต่สุดท้ายอยู่ที่นายสมศักดิ์ เพราะกฎหมายไม่ได้อนุญาตให้กรรมการไปทำความเห็นว่าอย่างไร หรือไปโหวตไม่ได้ แค่แต่ละคนคิดอย่างไรแล้วส่งให้นายสมศักดิ์ไปตัดสิน
เมื่อถามอีกว่า หลังการพิจารณาของกรรมการเป็นไปในทิศทางไหน นายกองตรี ธนกฤต กล่าวว่า แต่ละคนก็มีความเห็นแตกต่างกัน บางอย่างคล้ายกับความเห็นของแพทยสภา บางอย่างเห็นคล้ายกัน แต่ควรปรับเปลี่ยนบางเรื่องก็มี หรือบางเรื่องก็จะชี้ให้แพทยสภาเห็นว่าควรมีการเอากฎหมายบางอย่างเข้าไปเพิ่ม แต่การตัดสินว่าจะไปทางไหน คือนายสมศักดิ์ และทุกวันนี้นายสมศักดิ์ก็ไม่ได้มาสอบถามอะไร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อคณะกรรมการเสนอความเห็นสภานายกพิเศษ ประกอบด้วย 1.นายชัยนันท์ งามขจรกุลกิจ ประธาน 2.นายชัยวัฒน์ พัฒนาพิศาลศักดิ์ ที่ปรึกษา 3.นายพงษ์ศักดิ์ แก้วกมล กรรมการ 4.นายพิทักษ์ ฉันทประยูร กรรมการ 5.นายพสิษฐ์ อัศววัฒนาพร กรรมการ 6.นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ กรรมการ 7.นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ กรรมการ 8.นายวชิระ ปากดีสี กรรมการและเลขานุการ คนที่ 1 9.นายวิทยา พลสีลา กรรมการและเลขานุการ คนที่ 2 10.นายปิยะวัฒน์ ศิลปรัศมี กรรมการและเลขานุการ คนที่ 3

