เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ที่ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 4 อาคารสำนักงานเทศบาลเมืองแสนสุข (ตึกใหม่) เครือข่ายงดเหล้าและ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับเทศบาลเมืองแสนสุข จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “ถอดบทเรียน ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำงาน ไม่ดื่ม ไม่ขาย ในพื้นที่สาธารณะ” ภายใต้แคมเปญ “ตะวันออกบอกรักทะเล โดยมี นายกิตติศักดิ์ วชิรวิทยา ปลัดเทศบาลเมืองแสนสุข เป็นประธานเปิดงาน ในการประชุม เปิดเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากพื้นที่ “หาดบางแสน” นำร่องชายหาดที่ประสบความสำเร็จ โดยมีพื้นที่แหลมสิงห์, หาดบ้านเพ, ชายหาดเสม็ด, อ่างเก็บน้ำเขาระกำ ซึ่งได้ดำเนินการตามแนวทาง “ไม่ขาย-ไม่ดื่ม” อย่างเป็นรูปธรรม และได้รับผลตอบรับเชิงบวกจากนักท่องเที่ยวและชุมชน
นายธีระ วัชรปราณี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวว่า การดำเนินงานเสริมสร้างพื้นที่สาธารณะให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน 6 พื้นที่เป้าหมาย ได้แก่ 1.สวนสาธารณะ 2.สนามกีฬา 3.อุทยานธรรมชาติ 4.สถานที่จัดงานประเพณี-วัฒนธรรม 5.ตลาด-ถนนคนเดิน และ 6.สถานที่ราชการ-ศาสนสถาน-โรงพยาบาล สำหรับพื้นที่ “หาดบางแสน” ได้สำรวจความคิดเห็นต่อการไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และไม่สูบบุหรี่ ของนักท่องเที่ยวกลุ่มตัวอย่าง 300 คน พบว่า 80% มีการรับความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและข้อห้ามสูบบุหรี่/ดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่, 90% เห็นด้วย กับการไม่ดื่มไม่สูบในที่สาธารณะ, 89.7% เห็นด้วย กับการห้ามขาย-ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ที่ชายหาด เหตุผลหลักคือ ลดขยะ ลดเสียงดัง ลดอุบัติเหตุ ซึ่งกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่อายุระหว่าง 20–29 ปี ภูมิลำเนาจากพื้นที่ชลบุรีและกรุงเทพฯ 36.3% เคยมาบางแสนเกิน 5 ครั้งในรอบปี และจุดประสงค์หลักคือเพื่อท่องเที่ยว 72% พร้อมข้อเสนอแนะเพิ่มเติมจากประชาชน คือ ต้องการให้ จัดระเบียบจราจรและจุดจอดรถ, เพิ่มจุดทิ้งขยะและพื้นที่สูบบุหรี่เฉพาะ,ปรับปรุงถนนและป้ายแจ้งเตือนและ ส่งเสริมภาพลักษณ์หาดปลอดแอลกอฮอล์อย่างต่อเนื่อง
นายธีระ กล่าวว่า ข้อมูลผลสำรวจนี้ สอดคล้องกับการสำรวจนักท่องเที่ยวเขตอุทยานแห่งชาติปี 2567 พบว่า กลุ่มตัวอย่าง 711 ตัวอย่าง จาก 28 อุทยานฯ พบว่า 87% เห็นด้วยกับนโยบาย, เหตุผลหลัก: ลดเสียงดัง, ลดความรุนแรง, เคารพสิทธิ์ผู้ไม่ดื่ม และ 70% เห็นว่าควรใช้นโยบายนี้ต่อไป ในขณะที่ นักท่องเที่ยวต่างชาติ 104 ตัวอย่าง พบว่า 89% เห็นด้วยกับนโยบาย, 84% ไม่ต้องการให้แก้ไขดีอยู่แล้ว ตัวอย่างผู้ตอบจากหลายประเทศ: อังกฤษ เยอรมนี ญี่ปุ่น เกาหลี รัสเซีย ซึ่งผลสำรวจแสดงให้เห็นว่านักท่องเที่ยวมีคุณภาพ และเคารพทรัพยากรธรรมชาติ มีพฤติกรรมเสี่ยงลดลง สำหรับเจ้าหน้าที่ได้รับแรงสนับสนุนเชิงบวก นักท่องเที่ยวชื่นชม และทำงานได้สะดวกขึ้น ซึ่งทำให้บุคลากรหลายคนเลิกดื่ม-สูบได้
นางมณทิรา จรรยาภรณ์พงษ์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ เทศบาลเมืองแสนสุข กล่าวว่า เทศบาลเริ่มต้นในปี 2560 โดยรับนโยบายจากผู้บริหาร ทำความร่วมมือ (MOU) ชายหาดปลอดบุหรี่ 24 แห่ง โดยนโยบายของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และได้ต่อยอดรณรงค์ชายหาดบางแสนห้ามขายห้ามดื่มแอลกอฮอล์ตามกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่มีการออกใบอนุญาตขาย และเป็นเงื่อนไขข้อตกลงร้านค้าที่ขายอาหารในเขตชายหาดอย่างชัดเจนตามนโยบายของนายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข โดยหน่วยงานสาธารณสุข ทีมงานจิตอาสา เทศกิจ และนิติกรเทศบาลร่วมตรวจตราและดำเนินการหากพบการฝ่าฝืน ก็มีการตักเตือน, พักหรือเพิกถอนใบอนุญาต ในกรณี “งานอีเว้นท์” ก็ไม่สามารถอนุญาตให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้
น.ส.อรอุมา สิทธิประเสริฐ ผู้ประกอบการชายหาดบางแสน กล่าวว่า ตนเห็นทุกช่วงของการเปลี่ยนแปลง เคยแอบขายโดยไม่มีใบอนุญาต จนกระทั่งทางเทศบาลเริ่มจริงจัง มีการประกาศห้ามขายแอลกอฮอล์และบุหรี่ ตอนแรกยอมรับว่ารู้สึกเสียโอกาส ถ้าไม่ขายเขาก็ไปซื้อจากที่อื่นมากิน แต่พอเริ่มบังคับใช้จริงจัง เห็นผลชัดเลยว่าเรื่องทะเลาะวิวาทและโวยวายลดลงเยอะมากบางคนดื่มแล้วขาดสติ ตีกันเสียงดัง เราในฐานะเจ้าบ้านก็ไม่สบายใจ นักท่องเที่ยวที่มาชายหาดควรได้พักผ่อนกับธรรมชาติ ไม่ใช่มาเจอปัญหา ตอนนี้ทางเทศบาลจัดจุดสูบบุหรี่ไว้ให้เป็นสัดส่วน มีป้ายชัดเจน มีเสียงประกาศแจ้งเตือนตลอด นักท่องเที่ยวบางคนอาจไม่พอใจ แต่ส่วนใหญ่เข้าใจ และเราก็ช่วยเตือนเท่าที่ทำได้ ถ้าเตือนไม่ได้ก็แจ้งเทศกิจ เพราะเขามีทีมลงพื้นที่ตลอด ปัจจุบันผู้ประกอบการรู้หน้าที่ดีขึ้น ที่สำคัญคือเรารักบ้านเกิด รักที่ทำมาหากิน และอยากให้คนที่มาเที่ยวรู้สึกประทับใจ ทำให้ชายหาดดูน่าเที่ยว อยากให้ทุกคนเห็นความสำคัญของพื้นที่สาธารณะร่วมกัน
นายณัฐวุฒิ ละอองฐิติ เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญ อำเภอแหลมสิงห์ กล่าวว่า เป้าหมายหลัก พัฒนาชายหาดแหลมสิงห์ และพื้นที่โฮมสเตย์ให้เป็น พื้นที่ท่องเที่ยวปลอดปัจจัยเสี่ยง (เหล้า-บุหรี่), ส่งเสริมการปฏิบัติตามกฎหมายในสถานประกอบการริมชายหาด ให้นักท่องเที่ยวรู้สึก “เที่ยวอย่างมีความสุข” และปลอดภัยเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของพื้นที่ ที่ผ่านมามีการจัดโปร อาหาร 3 มื้อ เบียร์ฟรี! เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวโฮมสเตย์ ซึ่งไม่มีใบอนุญาตจำหน่าย บางแห่งบุกรุกที่ป่า บุกรุกทางทะเล ไม่สามารถขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ แต่มีปัญหาการขึ้นทะเบียนขอขายเหล้าเบียร์ ทะเลาะวิวาท บริเวณชายหาด มีการรวมตัวเครื่องเสียงแต่งไปโชว์พลังเสียง ทั้งนี้เกิดปัญหา ซึ่งมีการร้องเรียน เกิดการทะเลาะวิวาท ในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ดื่มสุรา เกิดอุบัติเหตุใช้เครื่องเสียงเปิดโชว์พลังเสียงริมชายหาดพบขยะทะเลและสารเสพติดที่ซัดขึ้นฝั่ง
ในการประชุมแลกเปลี่ยนยังได้เน้นให้เด็กเยาวชนได้เข้ามามีส่วนร่วมมีกิจกรรมสร้างสรรค์เพิ่มเติมในพื้นที่ จะทำให้เกิดประโยชน์มากขึ้น รวมทั้ง ได้เชื่อมกันเป็นเครือข่ายเรียนรู้พัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวในโซนริมทะเลตะวันออกให้มีคุณภาพปลอดภัยต่อไป


