มติชนจัดใหญ่ Thailand Healthcare 2025 งานแฟร์สุขภาพ ชูแนวคิด ‘สร้างสุขทุกช่วงวัย’

5.06.25 | 16:22 น.

มติชนจัดใหญ่! Thailand Healthcare 2025 งานแฟร์สุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ ชูแนวคิด ‘สร้างสุขทุกช่วงวัย’ ดูแลกายใจให้ทุกคน

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ที่ The Mitr-ting Room ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพฯ เครือมติชน ผู้นำด้านการจัดงานแฟร์สุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ ได้จัดงานแถลงข่าว Thailand Healthcare 2025 “A Better Life : สร้างสุขทุกช่วงวัย” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 29 มิถุนายน ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. ที่สามย่านมิตรทาวน์

บรรยากาศตั้งแต่ช่วงแรกมีบุคคลและหน่วยงานต่างๆ เดินทางเข้ามาร่วมงานแถลงข่าว พร้อมทั้งประชาชนผู้มีความสนใจเข้ามาร่วมงาน โดยมีผู้บริการในเครือมติชนให้การต้อนรับ นำโดย นางสาวปานบัว บุนปาน ประธานกรรมการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน), นายปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน), นายชลิต กิติญาณทรัพย์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายหารายได้, นายสรพันธุ์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท งานดี จำกัด, นางสาวดิษนีย์ นาคเจริญ ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการ, นายสุรพล พิทยาสกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายโฆษณาและการตลาด, นายวุฒิเทพ เตชะภัทร บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์ข่าวสด, นางสาวสุดใจ ชาญชาตรีรัตน์ บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ, นายมณฑล ประภากรเกียรติ ผู้อำนวยการสำนักพิมพ์มติชน และนายสุพัด ทีปะลา บรรณาธิการบริหาร กองบรรณาธิการมติชน

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ตนขอขอบคุณเครือมติชนที่ได้จัดมหกรรมสุขภาพมาตลอด 17 ปีที่ผ่านมา เครือมติชนและกระทรวงสาธารณสุขเป็นพันธมิตรที่เข้มแข็งมาโดยตลอด ซึ่งแนวคิดของงานในปีนี้ “A Better Life : สร้างสุขทุกช่วงวัย” ตรงกับนโยบายของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ขยายบริการด้านสาธารณสุขให้กับประชาชนทุกช่วงวัย

Advertisement

โดย Thailand Healthcare ปีที่ผ่านมาได้ให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ แต่จริงๆ เวลาจะดูแลบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เราต้องดูทุกคน อย่างเช่นการแก้ปัญหาให้ผู้สูงอายุ ก็ต้องไปแก้ที่วัยเด็กให้มีสุขภาพแข็งแรง จะต้องเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก ผู้ใหญ่วัยทำงานจนถึงผู้สูงอายุ เนื่องจากการจะมี “สุขภาพดี” ประกอบด้วยหลายปัจจัย โดยเฉพาะความรู้ทางสุขภาพส่วนบุคคล การดูแลจากระบบสาธารณสุขที่ต้องสอดคล้องกัน ดังนั้น แนวคิดของงาน Thailand Healthcare 2025 เป็นแนวคิดที่ดีอย่างมาก เพื่อสร้างองค์ความรู้ให้กับประชาชนทุกช่วงวัย ดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม

นพ.โอภาส กล่าวว่า สิ่งสำคัญของ Thailand Healthcare 2025 มี 2 ส่วนหลัก คือ การจัดบริการด้านสุขภาพ และการแสดงนวัตกรรมระบบสาธารณสุขของประเทศไทยทั้งภาครัฐและเอกชน ที่สามารถแข่งขันกับชาวโลกได้ ฉะนั้น Thailand Healthcare 2025 เป็นงานที่แสดงให้คนไทยได้เห็นศักยภาพของระบบสาธารณสุขทั้งหมดของประเทศ ซึ่งเรามีจุดแข็งทางสาธารณสุขหลายประการ ไม่ใช่แค่ดูแลรักษา แต่เราจะให้สุขภาพสร้างเศรษฐกิจได้ อย่างเรื่องของสมุนไพร จากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ที่สร้างชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลก ดังนั้น การสร้างสุขภาพต้องเริ่มจากทุกคน ตนจึงขอบคุณเครือมติชนที่ได้จัดงานดีๆ เช่นนี้ขึ้นมาในทุกปี

“ถ้าพูดเรื่องสุขภาพมีอยู่คำหนึ่ง คือ การป้องกันและส่งเสริมสุขภาพดีกว่าการรักษา เพราะคนทุกคนไม่อยากป่วย โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เปลี่ยนแนวคิดจากการรักษาคนไข้ มาเป็นเรื่องการสร้างสุขภาพที่ดี ให้คนที่มาโรงพยาบาลเป็นคนที่มีสุขภาพดีแล้วมาคัดกรองโรคก่อนจะป่วย ฉะนั้นถ้าไม่อยากป่วย ไม่มีใครทำแทนได้ หมอก็ทำแทนไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกิน การออกกำลังกาย การมีพฤติกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพที่ดี สิ่งเหล่านี้จะต้องเริ่มต้นจากตัวเอง” นพ.โอภาส กล่าว

นพ.โอภาส กล่าวต่อว่า โรคติดต่อเป็นโรคที่หลายคนกังวล แต่จริงๆ แล้ว สามารถป้องกันได้ด้วยยาและวัคซีน ดังนั้นสิ่งที่เราต้องกังวลคือ โรคไม่ติดต่อ (NCDs) โดยกว่าร้อยละ 75 ของคนที่มาโรงพยาบาลป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง การที่จะมีสุขภาพดีต้องรู้จักการป้องกันไม่ให้เกิดโรคเหล่านี้ แม้ว่าสาเหตุของโรคอาจจะเกิดจากปัจจัยเสี่ยงที่ไม่สามารถป้องกันได้ เช่นโรคทางพันธุกรรม แต่ก็จะมีสาเหตุที่ป้องกันได้ คือการปรับพฤติกรรมไม่ให้ป่วย ปรับวิถีชีวิตให้เหมาะสม ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่าวิถีชีวิตของคนไทยไม่เอื้อกับการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น ชีวิตที่เร่งรีบ การทำงานที่เคร่งเครียด สิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุการป่วยที่สำคัญ ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นเรื่องของวัยผู้ใหญ่ แต่จริงๆ แล้วเราสามารถสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรคได้ตั้งแต่วัยเด็ก

“โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เป็นปัญหาของประเทศ ทางด้านสุขภาพและเศรษฐกิจภาพรวม ไม่มีทางที่เศรษฐกิจจะดี ถ้าคนในประเทศมีสุขภาพไม่ดี ฉะนั้น การดูแลสุขภาพทุกช่วงวัย การปรับวิถีชีวิต การคัดกรองโรคเพื่อหาวิธีป้องกัน จะเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก โดยงาน Thailand Healthcare 2025 ด้วยแนวคิดสร้างสุขทุกช่วงวัย เชื่อว่าจะสร้างประโยชน์ให้กับผู้ที่มาร่วมงานอย่างมาก และสร้างประโยชน์ให้กับสังคมในภาพรวม” นพ.โอภาส กล่าว

นพ.โอภาส กล่าวว่า ผู้ที่มาร่วมในงาน Thailand Healthcare 2025 จะได้รับประโยชน์แน่ๆ 3 เรื่องหลักๆ คือ 1.การรับบริการทางสุขภาพที่เหมาะสมกับตัวเอง 2.มารับความรู้ด้านสุขภาพ เพราะการให้ความรู้ที่บูธจะสร้างการจดจำ และทำให้คนได้เห็นของจริง และ 3.อยากเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมการแสดงเจตจำนง เพื่อตอกย้ำแนวคิดการสร้างเสริมสุขภาพให้กับเครือมติชนที่ได้จัดงานดีๆ เช่นนี้ต่อๆ ไป

นางสาวปานบัว กล่าวว่า ที่มาของการจัดงาน Thailand Healthcare เริ่มต้นมาจากเครือมติชนมีหนังสือพิมพ์ฉบับพิเศษ 1 ฉบับที่ชื่อว่า “Health Care” เพื่อเป็นการสร้างความรู้ด้านสุขภาพให้กับภาคประชาชน จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ นั้น ได้สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ชอบช่วยเหลือสาธารณะ จนเป็นดีเอ็นเอ (DNA) ที่สืบต่อกันมา เนื่องจากเครือมติชนเห็นข้อจำกัดด้านการเข้าถึงระบบสุขภาพ จึงได้ร่วมกับพันธมิตร ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน จัดงาน Thailand Healthcare ขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 แม้กระทั่งช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ก็มีการปรับรูปแบบจัดงานผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยงานมหกรรมสุขภาพที่จัดขึ้นทุกปีนี้ สร้างผลกระทบทางบวกให้กับประชาชน เป็นงานแฟร์สุขภาพอันดับ 1 ของประเทศที่ประชาชนรอคอย

“เมื่อช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เราได้จัดงานภายใต้แนวคิดการดูแลผู้สูงวัย ท่ามกลางสังคมผู้สูงอายุ แต่เมื่อเรากลับไปพิจารณาจริงๆ พบว่าเราสามารถป่วยได้ทุกวัย โดยเฉพาะวัยทำงาน วัยที่ไม่ได้เตรียมตัวจะป่วย ดังนั้น คณะทำงานก็ได้กำหนดแนวคิดของปีนี้ว่า A Better Life : สร้างสุขทุกช่วงวัย เพื่อดูแลภาพรวมสุขภาพของคนทุกวัยให้ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง เน้นการจัดงานที่สดใส ดึงดูดให้คนทุกวัยเข้ามาร่วมกิจกรรม เพราะเรื่องสุขภาพเป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องสนใจ ต้องสร้างความตระหนักรู้และสร้างการรับมือให้กับประชาชน ให้เรียนรู้การใช้ชีวิตและการเจ็บป่วยอย่างมีความสุขและจัดการได้” นางสาวปานบัว กล่าว

นางสาวปานบัว กล่าวต่อว่า งาน Thailand Healthcare 2025 ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรมากกว่า 30 หน่วยงาน โดยไฮไลต์หลักที่น่าสนใจ ได้แก่ เมืองสุขภาพ, เมืองสาธารณสุข ที่ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงสาธารณสุข และ เมือง 30 บาท รักษาทุกที่ ได้รับการสนับสนุนจาก สปสช. จึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมในงานกิจกรรมครั้งนีั ซึ่งจะได้รับการตรวจคัดกรองสุขภาพฟรีตลอดทั้งงาน โดยเครือมติชนตั้งเป้าตรวจสุขภาพตลอดการจัดงาน 4 วัน อย่างน้อย 4,000 – 5,000 คน เพื่อดูแลสุขภาพของประชาชนให้ได้มากที่สุด

นางสาวปานบัว กล่าวด้วยว่า ไฮไลต์ที่สำคัญไม่แพ้สุขภาพกายคือ การดูแลสุขภาพใจ ซึ่งมีการขยายพื้นที่จัดงานไปยังโรงแสดงภาพยนตร์ เพื่อจัดกิจกรรมเวิร์กชอป (Workshop) สุขภาพใจ “Healing Theater : ห้องฮีลใจ” เพื่อให้ทุกคนได้โอบกอดตัวเอง เพราะเราเชื่อว่าทุกสิ่งในชีวิตจัดการได้ นับเป็นครั้งแรกที่ได้จัดเวิร์กชอปสุขภาพใจ โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้เขียน ผู้แปลหนังสือสุขภาพใจ ได้ออกแบบเวิร์กชอปฮีลใจ จึงคาดหวังอย่างยิ่งว่าจะได้รับความสนใจ เพราะเรื่องจิตใจสำคัญไม่แพ้สุขภาพกาย

“Thailand Healthcare 2025 จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ อย่างเต็มที่ โดยเราหวังว่าทุกอย่างที่ตั้งใจออกแบบไปจะเกิดประโยชน์กับภาคประชาชนอย่างแท้จริง ภายใต้แนวคิด A Better Life สร้างสุขทุกช่วงวัย” นางสาวปานบัว กล่าว

ขณะที่ พญ.เสาวนีย์ เกิดดอนแฝก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านแพ้ว กล่าวว่า เครือมติชนและโรงพยาบาลบ้านแพ้วเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันมาตลอด 17 ปี โดยโรงพยาบาลจักษุบ้านแพ้ว ได้ออกหน่วยตรวจสุขภาพตาเพื่อผู้สูงอายุ การรักษาและผ่าตัดต้อกระจกโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ปีนี้จัดงานด้วยแนวคิด “A Better Life : สร้างสุขทุกช่วงวัย” จึงได้เพิ่มโปรแกรมขึ้นมา เช่น 1.การตรวจคัดกรองสายตาเพื่อทำการเลสิคโดยไม่มีค่าใช้จ่าย 2.การคัดกรองโรคหัวใจ ด้วยการตรวจสุขภาพหลอดเลือด และ 3.การเอกซเรย์ช่องอกด้วย AI สามารถรู้ความเสี่ยงทางสุขภาพได้ใน 3 นาที ทั้งหมดนี้ประชาชนสามารถนำผลการรัดกรองในงาน ไปรับการรักษาต่อได้ที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว สาขาสาทร ที่เราตั้งใจเปิดสาขาในกรุงเทพมหานครเพื่อดูแลสุขภาพคนในเมือง นอกจากนั้นยังมีการตรวจสุขภาพอื่นๆ อีกด้วย จึงขอเชิญชวนประชาชนทุกคนเข้ามาร่วมในงานกิจกรรม Thailand Healthcare 2025 ครั้งนี้

ด้าน ดร.ศราวุธ เลิศพลังสันติ รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) กล่าวว่า หากนวัตกรรมจะไม่ถึงมือผู้ใช้เลย ถ้าหากไม่มีคนมาร่วมสนับสนุน แนวคิดการจัดงานในปีนี้ ‘สร้างสุขทุกช่วงวัย’ ซึ่งตรงกับ สวทช. ของเรา เรามองว่าสังคมสูงวัย ไม่ได้มีเพียงแค่ผู้สูงอายุวัยเท่านั้น แต่รวมถึงทุกช่วงวัยด้วย นวัตกรรมที่ทาง สวทช. นำมาแสดง มีทั้งของผู้สุงวัยและคนวัยทำงาน อาทิ อุปกรณ์เฝ้าระวังการผลัดตกหกล้ม นวัตกรรมนี้เราต้องการให้ผู้ป่วยพึ่งพาตนเองได้ ช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่ลำบากผู้ดูแล ไปจนถึงนวัตกรรม ป้องกันการลืมทานยา เราได้ออกแบบนวัตกรรมที่เข้าถึงง่าย เพราะเข้าใจว่า หากการลืมทานยา 1 มือ อาจเป็นปัญหาต่อการรักษาได้เช่นเดียวกัน จึงนำ Ai มาช่วยเหลือในนวัตกรรมนี้

“ภายในงานทางสวทช. มีการออกบูธ การขึ้นเวทีเสวนา และมีสินค้าแจกมากมาย ทำให้ประชาชนเข้าถึงนวัตกรรมได้ง่ายขึ้น สวทช. ยินดีที่มีส่วนร่วมในการนำนวัตกรรมไทย ได้เข้ามาช่วยเหลือสังคมไทย” ดร.ศราวุธ กล่าว

ดร.ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในพระอุปถัมภ์ฯ กล่าวว่า ความพิเศษของภายในงานนี้ มีกิจกรรมที่สอดคล้องกับงานในเรื่องสมุนไพร ที่ขยายจากผู้สูงอายุไปจนถึงวัยเด็กๆ จะเห็นได้ว่าสิ่งที่เราคุ้นชินในวัยเด็ก เรามักจะปลูกฝังไปถึงตอนโต เราจะหาสิ่งที่เราได้สัมผัสในช่วงเด็กเสมอ หากคนรุ่นใหม่เข้าใจเรื่องสมุนไพร ก็จะเป็นสิ่งที่พัฒนาประเทศได้ และดูแลสุขภาพคนอื่นได้

ดร.ภญ.สุภาภรณ์ กล่าวต่อว่า ปีนี้เรามีสวนสมุนไพร ที่นำมาจากจังหวัดปราจีนบุรี เป็นสวนสมุนไพรเคลื่อนที่ อาทิ หูเสือด่าง เป็นพืชที่อ่อนโยน สามารถสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยและแก้ไข้หวัดได้ เป็นนวัตกรรมสามารถทำเองได้ในครัวเรือน, บัวบก เรานำพันธุ์ดีแข็งแรงมาจากจังหวัดอุบลราชธานี สรรพคุณบำรุงสมองในทุกช่วงวัย มีงานวิจัยรองรับ และน้ำบัวบกยังแก้ร้อนในในสภาวะโลกร้อนอีกด้วย, หญ้าปักกิ่ง สมุนไพรที่เพิ่มภูมิคุ้มกันต่อร่างกายเราได้ และอัญชันพันธุ์ดี ปัจจุบันแสงสีฟ้าทำให้เด็กๆ มีปัญหาเรื่องสายตา น้ำอัญชัน ข้าวอัญชัน จะสามารถช่วยเหลือเรื่องการบำรุงสายตาได้ และมีสาธิตการทำสมุนไพร เพื่อสร้างประสบการณ์สามารถทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน

“อีกทั้งภายในงานเรามีหนังสือแจก ชื่อว่า ‘สมุนไพรสู้ภัยเบาหวาน’ แจกวันละ100 เล่ม มีเนื้อหาเกี่ยวกับการทำพืชสมุนไพรที่กินได้สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน” ดร.ภญ.สุภาภรณ์ ปิดท้าย

โดยได้รับเกียรติจากพันธมิตรสุขภาพร่วมในงานแถลงข่าว อาทิ นพ.อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์, นพ.ขรรค์ชัย มลังไพศรพณ์ นายแพทย์เชี่ยวชาญโรงพยาบาลเลิดสิน, นพ.ศุภกร พิทักษ์การกุล รองผู้อำนวยด้านการแพทย์ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ, พญ.สุเนตร ชื่นกิจมงคล รองผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ, นพ.สันติ เอื้อนรเศรษฐ์ ผู้อำนวยการกลุ่มการแพทย์ โรงพยาบาลนวเวช, นางสาวศิริพร ศรีสันต์ ผู้จัดการฝ่ายอาวุโสสื่อสารการตลาดและภาพลักษณ์องค์กร บริษัท กรุงเทพดุสิต เวชการ จำกัด (มหาชน) ผู้แทนจากโรงพยาบาลศิริราช, ศูนย์โรคหูและการได้ยินเอียร์โทน, โรงพยาบาลบีแคร์, โรงพยาบาลบางปะกอก 8 เป็นต้น

สำหรับงาน ‘Thailand Healthcare 2025’ ภายใต้ธีม ‘A Better Life : สร้างสุขทุกช่วงวัย’ จัดใหญ่จัดเต็ม 4 วันรวด ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน ถึง วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน 2568 ที่ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์  เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT สถานีสามย่าน ทางออกที่ 2