บอร์ด สปสช. เห็นชอบปรับอัตราจ่าย-เพิ่มรายการรักษาโรคหัวใจ ‘ผู้ป่วยบัตรทอง’

6.06.25 | 14:04 น.

บอร์ด สปสช. เห็นชอบปรับอัตราจ่าย-เพิ่มรายการรักษาโรคหัวใจ ‘ผู้ป่วยบัตรทอง’

วันนี้ (6 มิถุนายน 2568) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา ว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบข้อเสนอการปรับปรุงรายการและอัตราจ่ายการตรวจวินิจฉัยและรักษาทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์และอุปกรณ์สำหรับรักษาผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจ ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) เพื่อให้เป็นไปตามความเหมาะสมในการดูแลผู้ป่วยและการจ่ายชดเชยค่าบริการในปัจจุบัน

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ในส่วนของการรักษาทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์นั้น เนื่องด้วย สปสช. ได้รับหนังสือจากสมาคมเวชศาสตร์นิวเคลียร์แห่งประเทศไทย ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 เรื่อง ขอปรับราคาการตรวจวินิจฉัยและรักษาทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ จำนวน 54 รายการ โดยแบ่งเป็น การปรับอัตราจ่าย จำนวน 43 รายการ และ เพิ่ม 11 รายการ ซึ่ง สปสช. ได้มีการหารือร่วมกับสภาคมเวชศาสตร์นิวเคลียร์ฯ เพื่อข้อมูลเพิ่มเติม และได้นำเข้ากระบวนการพิจารณาในส่วนของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

Advertisement

“ทั้งนี้ จากการพิจารณาโดยคณะกรรมการและคณะทำงานชุดต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ คณะทำงานกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, คณะกรรมการพัฒนาระบบและกำกับคุณภาพมาตรฐานบริการสาธารณสุข และคณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐาน ที่ได้ร่วมดำเนินการอย่างรอบคอบ โดยมีการเปรียบเทียบข้อมูลรายการตรวจวินิจฉัยและรักษาทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ รวมถึงอัตราค่าบริการกับทางกรมบัญชีกลาง จึงเห็นควรให้มีการปรับปรุงอัตราจ่ายการตรวจวินิจฉัยและรักษาทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ จำนวน 15 รายการ ในจำนวนนี้ 9 รายการ ให้เป็นราคาเท่ากับกรมบัญชีกลาง และอีก 6 รายการ ให้เป็นราคาตามที่สมาคมฯ นำเสนอ คาดว่า จะใช้งบประมาณเพิ่มขึ้น จำนวน 23.45 ล้านบาท ใช้งบจากการประหยัดทบทวนราคายาของปีงบประมาณ 2568 จำนวน 170 ล้านบาท” นายสมศักดิ์ กล่าวและว่า นอกจากนี้ ให้ยกเลิกรายการตรวจวินิจฉัยและรักษาทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ จำนวน 3 รายการ และมอบ สปสช. จัดทำประกาศ หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขอัตราการจ่ายฯ เพื่อแจ้งให้ทราบต่อไป ทั้งนี้ ขอให้ทำความเข้าใจกับหน่วยบริการให้ชัดเจนในรายการที่ยกเลิกว่า ที่มีรายการใดสามารถทดแทนให้บริการผู้ป่วยได้ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้ป่วย

ด้าน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ส่วนอุปกรณ์สำหรับรักษาผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจนั้น บอร์ด สปสช. ได้เห็นชอบตามที่สมาคมโรคหัวใจเด็ก (แห่งประเทศไทย) ได้มีหนังสือถึง สปสช. ลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2567 ในส่วนการปรับราคาเบิกจ่ายอุปกรณ์สำหรับรักษาผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจ จำนวน 2 รายการ ได้แก่ ขดลวดสำหรับปิดรูรั่ว (Coil) จากราคา 4,000 บาท เพิ่มเป็น 5,500 บาทต่อชุด และสายสวนที่มีลูกโป่งสำหรับขยายรูผนังกั้นห้องหัวใจเอเตรียม (Balloon Atrial Septostomy Catheter) จากราคา 6,000 บาท เป็น 14,175 บาทต่อชุด โดยในส่วนงบที่ต้องใช้เพิ่มขึ้นประมาณ 1.5 ล้านบาท จะนำมาจากงบที่ สปสช. ได้ทำการทบทวนอุปกรณ์หมวดหัวใจของปีงบประมาณ 2568 ที่ประหยัดได้ จำนวน 384,158,240 บาท นำมาเพิ่มเติมในส่วนนี้ทดแทน

“มติบอร์ด สปสช. วันนี้ เป็นผลมาจากการมีส่วนร่วมโดยสมาคมวิชาชีพทางการแพทย์ที่มีข้อเสนอต่อ สปสช. เพื่อให้เกิดการให้บริการรักษาที่เป็นผลดีต่อผู้ป่วยสิทธิบัตรทอง โดย สปสช. ได้นำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาจากคณะกรรมการและคณะทำงานชุดต่างๆ อย่างรอบด้าน สะท้อนการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ เพื่อเป้าหมายการดูแลผู้ป่วยในระบบบัตรทองร่วมกัน” นพ.จเด็จ กล่าว