บอร์ดแพทย์ประกันสังคมชุดใหม่ถกนัดแรกปรับสิทธิรักษาระยะยาว-จ่อเพิ่ม ‘ค่าฟัน’ ชัดเจนปีนี้
เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการประชุมคณะกรรมการการแพทย์ ประกันสังคม ชุดที่ 17 ครั้งที่ 1/2568 ที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ดินแดง กรุงเทพมหานคร ซึ่งถือเป็นการประชุมครั้งแรกของบอร์ดแพทย์ประกันสังคมชุดใหม่ โดยมี นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล ประธานกรรมการการแพทย์ เป็นประธาน มีกรรมการอีก 15 คน เข้าร่วมประชุมครบองค์ ใช้เวลาหารือนานกว่า 3 ชั่วโมง
ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวมีวาระการพิจารณาอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการแพทย์ ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกันสังคม พ.ศ.2533 รวมทั้งข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง, แนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาสิทธิประโยชน์ด้านการบริการทางการแพทย์ในระบบประกันสังคม, ระบบบริการทางการแพทย์ของสปส., การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการในคณะกรรมการการแพทย์ และรายชื่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพิเศษเฉพาะทางด้านสาขาต่างๆ ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพิเศษเฉพาะทางของ สปส.
นพ.สุรเดช เปิดเผยหลังการประชุมว่า จากการที่บอร์ดแพทย์ได้มีการหารือกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เมื่อช่วงเช้าก่อนเข้าประชุม และได้รับนโยบายในเรื่องของเงินกองทุนประกันสังคม ซึ่งเป็นของผู้ประกันตนทุกคนที่จะต้องมีความมั่นคง รวมทั้งบอร์ดแพทย์ยังได้รับแนวทางให้มาศึกษาความเป็นไปได้ที่จะมอบการรักษาพยาบาลที่ดีให้กับผู้ประกันตน โดยที่กองทุนประกันสังคมยังมีความมั่นคงต่อไป
“สำหรับทิศทางการดำเนินงานของบอร์ดแพทย์ชุดนี้ หลักๆ คือ 1.การสร้างสุขภาพระยะยาว ทั้งการส่งเสริมและป้องกัน รวมถึงชุดสิทธิประโยชน์หลายๆอย่าง เช่น มีวัคซีนบางตัวที่สามารถป้องกันเชื้อมะเร็งตับที่พบมากในคนไทย เป็นวัคซีนราคาไม่แพง เพื่อลดค่าใช้จ่ายระยะยาว 2.อนามัยแม่และเด็ก พบว่าหญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากท้องจะมีโรคที่ควรจะหายไปแล้วแต่กลับเกิดขึ้นมาใหม่ เช่น โรคซิฟิลิส ทำให้เกิดอันตรายต่อแม่และเด็กในครรภ์โดยระยะยาว และ 3.เรื่องระบบข้อมูลของ สปส. โดยจะนำมาใช้เพื่อเป็นประโยชน์และทำให้โปร่งใส ให้มีการเปิดเผยข้อมูลมากขึ้น โดยบอร์ดแพทย์พร้อมที่จะช่วยดูข้อมูลการรักษาพยายาลและการส่งเสริมสุขภาพของผู้ประกันตนจะนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกันตนให้มากที่สุด” นพ.สุรเดช กล่าว
นพ.สุรเดช กล่าวว่า ส่วนเรื่องทันตกรรม มีแนวทางที่ชัดเจนแล้วว่า จะปรับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นแน่นอน แต่สิ่งที่กรรมการในบอร์ดแพทย์อยากจะให้มีความชัดเจนมากขึ้น คือ ความพร้อมของหน่วยบริการที่จะทำตามข้อตกลง ซึ่ง สปส.ได้มีการหารือกับทันตแพทยสภา กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และได้มีแบบสอบถามผ่านระบบออนไลน์ไปยังหน่วยบริการต่างๆ โดยเฉพาะภาคเอกชน ว่า มีเงื่อนไขใดบ้างที่สามารถทำได้หรือเงื่อนไขที่ยังเป็นอุปสรรค
“ดังนั้น บทสรุปเรื่องทันตกรรม คือ มีการปรับสิทธิประโยชน์แน่นอน อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้กำหนดตัวเลขวงเงินที่ชัดเจน ซึ่งจะต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) อีกครั้งหนึ่ง แต่จะเห็นความชัดเจนภายในปีนี้แน่นอน” นพ.สุรเดช กล่าวและว่า สำหรับเป้าหมายการดำเนินงานของบอร์ดแพทย์ชุดนี้ คือ การปรับสิทธิประโยชน์ที่จำเป็นของผู้ประกันตน โดยเฉพาะการสร้างคุณภาพชีวิตในระยะยาว ต้องให้เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องการจ่ายค่ารักษาพยาบาลในราคาสูง แต่ได้ประโยชน์น้อย เราจะได้ให้ความสำคัญลดลง

ผู้สื่อข่าวถามถึงความเท่าเทียมกันระหว่างสิทธิการรักษาพยาบาลของสิทธิประกันสังคม กับสิทธิบัตรทอง ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นพ. สุรเดช กล่าวว่า ขอเรียนว่าบอร์ดแพทย์เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ หากเป็นชุดสิทธิประโยชน์การรักษาพยาบาล เขียนเหมือนกัน ให้เท่ากัน มียกเว้นเรื่องของการไปดูแลผู้ป่วยที่บ้านเท่านั้น ที่ยังเห็นว่าประกันสังคมยังไม่ได้ดูเรื่องนี้ แต่ในเรื่องสิทธิอื่นๆ เท่ากัน
“การเข้าถึงบริการสิทธิประโยชน์ของประกันสังคมแทบทุกสิทธิ ผู้ประกันตนเข้าถึงได้ดีกว่า โดยโรงพยาบาล (รพ.) คู่สัญญาของประกันสังคมจะต้องมีเตียงสำรองให้ผู้ประกันตนอย่างน้อยร้อยละ 5 ของจำนวนเตียงในโรงพยาบาล หากผู้ประกันตนต้องแอดมิต และพบว่าเตียงเต็ม ต้องมีการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีเตียงว่าง และจะตามไปจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ เพราะฉะนั้น จะเห็นได้ว่าโรงพยาบาลเครือข่ายประกันสังคมจะไม่มีคำว่าเตียงเต็ม ขณะที่ประชาชนทั่วไปจะมีปัญหาการประสานเตียง” นพ. สุรเดช กล่าว
นพ. สุรเดช กล่าวว่า สปส.มีผลงานของบอร์ดแพทย์ชุดที่ 16 เกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยไตวายในภาวะภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วมเป็นวงกว้าง ผู้ประกันตนที่เป็นผู้ป่วยไตวาย ติดขัดในการเดินทางไปยังหน่วยบริการไม่ได้ สามารถไปรับการรักษาที่ใดก็ได้ใกล้ๆ แม้ว่าจะเป็นคู่สัญญากับประกันสังคมหรือไม่ก็ตาม สามารถเข้าไปรักษาได้เลย และเบิกเงินกับทางประกันสังคมได้ หรือให้หน่วยบริการ หรือ โรงพยาบาลประสานไปที่ สปส. เพื่อเบิกจ่ายให้ รวมถึงหากโรงพยาบาลที่ไปรักษามีค่าบริการสูงกว่า 1,500 บาท สปส.จะจ่ายให้ไม่เกิน 2,000 บาท
“ส่วนของเดิมที่อาจจะต้องรอการรักษาอย่างน้อย 30 วัน ในช่วงภัยพิบัติ บอร์ดแพทย์จะยกระดับการรักษา หากผู้ป่วยเพิ่งตรวจพบโรคไตวาย ไม่ต้องรอ รักษาไปก่อน เจ้าหน้าที่วินิจฉัยย้อนหลังให้ได้ตามสิทธิ โดยคุณภาพการรักษาเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน เช่น ผู้ป่วยโรคหัวใจ หรือกล้ามเนื้อหัวใจวาย สามารถไปโรงพยาบาลคู่สัญญาประกันสังคมโดยไม่ต้องใช้ใบส่งตัว และให้รักษาภายใน 60 นาที หรือผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ให้ได้รักการรักษาภายใน 6 ชั่วโมง โดยไม่ต้องใช้ใบส่งตัว สิ่งใดที่เป็นความเดือดร้อนของผู้ประกันตน ประกันสังคมจะดูให้แน่นอน การช่วยกันพัฒนาสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกันตนเป็นเรื่องที่ดีเสมอ แต่การที่จะไปด้อยค่าเพื่อนร่วมวงการที่ช่วยกันดูแลประชาชนไม่ควรทำ“ นพ. สุรเดช กล่าว
นพ. สุรเดช กล่าวอีกว่า แน่นอนว่าเสียงสะท้อนของผู้ประกันตนมีความสำคัญ บอร์ดแพทย์ชุดนี้จึงได้ตั้งคณะอนุกรรมการฯ ขึ้นมาใหม่อีก 1 ชุด คือ คณะอนุกรรมการสร้างการรับรู้และส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ในระบบประกันสังคม เพื่อดูแลการสื่อสารให้ผู้ประกันตนรับรู้สิทธิประโยชน์ โดยมีตัวแทนผู้ประกันตนอยู่คณะอนุกรรมการฯ แทบทุกชุด ซึ่งยืนยันว่า ต่อไปนี้ จะมีการปรับปรุงเรื่องการสื่อสารกับผู้ประกันตน และพยายามออกมาสื่อสารหลังการประชุมทุกครั้ง

