ประกันสังคมก้าวหน้า ลุยบอร์ดแพทย์สปส. ขยับสิทธิรักษาเท่าเทียม บำบัดทดแทนไตไม่ต้องสำรองจ่าย รับยาใกล้บ้าน

6.06.25 | 18:49 น.
ประกันสังคมก้าวหน้า

ทีมประกันสังคมก้าวหน้า ลุยบอร์ดแพทย์สปส. ขยับสิทธิรักษาเท่าเทียม บำบัดทดแทนไตไม่ต้องสำรองจ่าย รับยาใกล้บ้าน

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน สำนักงานประกันสังคม (สปส.) แขวงดินแดง กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการประชุมคณะกรรมการการแพทย์ ประกันสังคม ชุดที่ 17 ครั้งที่ 1/2568 ซึ่งถือเป็นการประชุมครั้งแรกของบอร์ดแพทย์ประกันสังคมชุดใหม่ โดยมี นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เป็นประธานกรรมการ พร้อมด้วยกรรมการอีก 15 คนครบองค์ประชุม

นพ.ณัฐ ศิริรัตน์บุญขจร กรรมการการแพทย์ ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมว่า เป็นการประชุมครั้งแรกของบอร์ดแพทย์ชุดใหม่ และเป็นชุดแรกที่มีส่วนร่วมจากผู้ประกันตน 2 คน โดยมีตนและนายไชยวัฒน์ วรรณโคตร แม้ว่าจะเป็นสัดส่วนไม่มาก แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

นพ. ณัฐ กล่าวต่อว่า ทีมประกันสังคมก้าวหน้าได้รับเสียงสะท้อนมาตลอดจากผู้ประกันตน ไม่ว่าความเหลื่อมล้ำ ความตะขิดตะขวงใจ ความไม่เป็นธรรม ความโปร่งใส ทั้งหมดนี้อาจเป็นเพราะการประชุมบอร์ดแพทย์ที่ผ่านมาไม่ได้ยึดโยงกับผู้ประกันตน แต่อย่างที่นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล ประธานบอร์ดแพทย์ ได้กล่าวว่า เป็นนิมิตรหมายที่ดีที่มีสัดส่วนผู้ประกันตนเข้ามา ในเกือบทุกอนุกรรมการ อาจเว้นอนุกรรมการที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเชิงเทคนิค ที่จะทำให้มีส่วนร่วมผลักดันประเด็นที่เป็นข้อตะขิดตะขวงใจของผู้ประกันตนได้มาก

“สำหรับการทำงานของประกันสังคมก้าวหน้าในบอร์ดการแพทย์ชุดนี้ มี 4 หลัก คือ 1. ความเสมอภาค จะพยายามประสานการทำงานร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ให้มากขึ้น หากมีสิทธิใดที่สามารถพัฒนาปรับปรุงให้เท่ากันได้ก็จะพยายามทำให้เต็มที่ นอกจากนั้นแล้ว ตอนนี้มีแผนเร่งด่วนคือการพัฒนาสิทธิทันตกรรม 2. ความสะดวก เช่น ปัญหาเรื่องของการสำรองจ่ายการบำบัดทดแทนไต ก็จะพัฒนาให้ไม่ต้องสำรองจ่ายมากขึ้น หรือกรณีการรับยาใกล้บ้าน เพื่อช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาลและเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ประกันตน” นพ.ณัฐ กล่าว

นพ.ณัฐ กล่าวต่อว่า 3. ศักดิ์ศรี คือเรื่องของการดูแลแบบประคับประคองและการดูแลระยะยาว และสิ่งที่ยังไม่ได้มีการพูดถึงมากนักก็คือ การลางานไปดูแลญาติที่เจ็บป่วยในวาระสุดท้ายของชีวิต แต่ต้องการพูดคุยกันต่อว่าใครจะเป็นผู้ดูแลเรื่องค่าแรง ทางนายจ้างจะยอมรับได้กี่วัน ซึ่งยังผลักดันต่อไปเพื่อให้ผู้ประกันตนทำงานและใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี  และ 4. โปร่งใส คือ การเปิดเผยข้อมูล การประชุมกรรมการบอร์ดการแพทย์ที่สามารถเปิดเผยได้ เช่น วาระการประชุม และมติการประชุม เพื่อให้ผู้ประกันตนเข้าถึงได้ง่าย ติดตามและทราบได้ว่าเราทำอะไรกันถึงไหนแล้วบ้าง รวมถึงการเปิดให้นักวิจัยจากภายนอกสามารถเข้ามาขอข้อมูลผู้ประกันตนไปทำวิจัยได้อย่างรวดเร็วและสะดวกมากขึ้น

Advertisement

“แน่นอนว่าเราสามารถฟอร์มทีมนักวิจัยขึ้นมาได้ แต่มันจะดีกว่านี้หรือไม่หากเรามีนักวิจัยจากภายนอกหรือนักวิจัยจากต่างประเทศ สามารถเข้ามาช่วยกันแก้ไขปัญหาตอบโจทย์สุขภาพผู้ประกันตนได้อย่างยั่งยืน รวมถึงเรื่อง open data ที่สามารถให้ผู้ประกันตนทุกคนเข้าถึงได้ ย่อมช่วยเรื่องความโปร่งใสและนักวิจัยเข้ามาทำงานได้ดีขึ้น” นพ.ณัฐ กล่าว

นพ. ณัฐ กล่าวอีกว่า แม้ว่าบอร์ดแพทย์ชุดนี้จะมีสัดส่วนจากฝ่ายผู้ประกันตนเพียงแค่ 2 คน แต่คงจะเป็นก้าวแรกที่ดีและสำคัญมาก เพื่อให้อนาคตประกันสังคมมีส่วนร่วมจากผู้ประกันตนอย่างแท้จริง ไม่เพียงแค่การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) เท่านั้น แต่รวมไปถึงการมีส่วนร่วมของบอร์ดแพทย์ด้วย และจากการประชุมครั้งนี้ กรรมการอีก 14 ท่านที่เต็มไปด้วยความสามารถและทำงานในวงการนี้มานาน จะสามารถพัฒนาสิทธิการรักษาพยาบาลของประกันสังคมให้มีความเท่าเทียม มีประสิทธิภาพ และยั่งยืน