แพทยสภา จ่อสอบจริยธรรม ‘หมอดัง’ ขายยาเสียสาวให้คลินิก พรุ่งนี้ ลุยค้นอีก11แห่ง พบเงินหนุนเวียนกว่า 400 ล้าน
ความคืบหน้ากรณีข่าวแพทย์หญิงชื่อดังยศพันตำรวจเอกร่วมกับขบวนการแพทย์สั่งซื้อและเบิกจ่ายยา “อัลปราโซแลม” หรือ ยานอนหลับ หรือ ยาเสียสาว จำนวนมาก ส่งขายคลินิก
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พล.อ.อ.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา เปิดเผยว่า เรื่องนี้แพทยสภารับดำเนินการต่อด้านจริยธรรม เนื่องจากการขายยานอนหลับที่สั่งได้โดยแพทย์เท่านั้น เป็นอันตรายต่อสังคม และผิดกฎหมาย
อ่านข่าว – รพ.ตร. สั่งสอบ แพทย์หญิงคนดัง อ้างคลินิกสั่งยานอนหลับ ชี้ หากผิดจริงอาจให้ออกราชการ
ด้าน นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า เคสนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาล (รพ.) ตำรวจ เพียงแต่ว่า แพทย์หญิงคนดังกล่าว เป็นหมอประจำ รพ.ตำรวจ ล่าสุด รพ.ตำรวจ มีคำสั่งให้ออกจากราชการแล้ว ซึ่งเป็นผลตามกฎหมาย
“นอกจากนี้ ได้รับการรายงานว่า ผู้ป่วยที่รับยาที่คลินิก มีสถานะเสียชีวิตตามข้อมูลทะเบียนราษฎร์ก่อนที่จะรับยาตั้งแต่ปี 2567 จำนวน 250 คน และปี 2568 จำนวน 120 คน 2 ปีนี้ พบว่ามีคนถูกสวมเอกสารเรื่องการเสียชีวิต 370 คน และได้รับรายงานว่า มีการลงในพื้นที่ตรวจคลินิก ซึ่งเป็นการจดทะเบียนคลินิกโดยประกอบอาชีพเกี่ยวกับเรื่องสักลาย โดย แพทย์หญิงคนดังกล่าวทำหน้าที่ลบรอยสัก คาดว่าจะมีหมอที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 5-6 ราย โดยเมื่อตรวจสอบแล้ว มีจำนวนวงเงินสูงกว่า 80 ล้านบาท แต่ยังไม่แน่ใจว่ามาจากส่วนใด ต้องขยายผลติดตามเพิ่มเติมในส่วนนี้ต่อไป” นายกองตรี ธนกฤต กล่าวและว่า นอกจากนี้ ยังมีการลงพื้นที่ตรวจสอบคลินิกลบรอยสักที่แพทย์หญิงมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยยังไม่พบการใช้ยาเสียสาวในเบื้องต้น ทั้งนี้ แพทย์หญิงได้จดทะเบียนคลินิกไว้ 2 แห่ง และในวันที่ 11 มิถุนายนนี้ จะมีการเข้าตรวจค้นคลินิกเพิ่มเติมอีก 11 แห่ง ที่อาจเชื่อมโยงกับคดี โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จะดำเนินการตรวจสอบ และจะมีการแถลงข่าวการจับกุมในเวลา 10.00 น. วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.)
นายกองตรี ธนกฤต กล่าวว่า สำหรับแพทย์หญิงผู้ต้องหา ขณะนี้ได้ถูกจับกุมตัวแล้วที่บ้านพักในย่านราชดำริ กรุงเทพฯ แม้ก่อนหน้านี้ จะมีข่าวลือว่ายังไม่ถูกจับ เนื่องจากเจ้าตัวโพสต์ภาพทำบุญช่วงเช้าวันเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบเส้นทางการเงินของแพทย์หญิงมีความผิดปกติ โดยพบว่า มีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 80 ล้านบาท ไม่พบแหล่งที่มาชัดเจน อีกทั้งยังมีเส้นทางการเงินร่วมกับบุคคลอื่นอีกกว่า 400 ล้านบาท ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงินและยาเสพติด โดยพบความผิดปกติจากการสั่งซื้อยาในชื่อคลินิกแต่ผู้ชำระเงินเป็นชื่อแพทย์หญิง
“เบื้องต้นพบว่า อาจมีการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดประเภท 2 และ 4 ซึ่งถือเป็นความผิดร้ายแรง และได้มีการประสานไปยังแพทยสภาเพื่อสอบสวนและดำเนินการตามขั้นตอน หากพบความผิดชัดเจน อาจนำไปสู่การเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์” นายกองตรี ธนกฤต กล่าวและว่า สำหรับยานอนหลับ อย.มีหน้าที่กำกับดูแลการจำหน่าย ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ไม่มีการสั่งซื้อจากแหล่งเดียวกัน แต่มีลักษณะต้องสงสัยหลายกรณี และพบการกระทำผิดในลักษณะเดียวกันในจังหวัดอื่น จึงเตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบต่อไป ซึ่งผู้กระทำผิดในคดีนี้เป็นแพทย์และเป็นข้าราชการระดับสูง

