รับร่างแรงงานไทยรายสุดท้าย เสียชีวิตในอิสราเอลกลับสู่มาตุภูมิ ก.แรงงานเร่งเยียวยา

11.06.25 | 16:31 น.

รับร่างแรงงานไทยรายสุดท้าย เสียชีวิตในอิสราเอลกลับสู่มาตุภูมิ ก.แรงงานเร่งเยียวยา-ติดตามสิทธิประโยชน์

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ. สมุทรปราการ สายการบินอิสราเอลแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ LY 081 นำร่างแรงงานไทย 1 ราย คือ นายณัฐพงษ์ ปินตา ชาวจังหวัดแพร่ ที่ถูกจับเป็นตัวประกันและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในอิสราเอลเมื่อเดือนตุลาคม 2566 โดยออกเดินทางจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2568) เวลา 22.20 น. และถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในวันนี้ (11 มิถุนายน 2568) เวลา 14.00 น.

ต่อมาเวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่ได้นำร่างของแรงงานไทยที่เสียชีวิตมาถึงบริเวณอาคารคลังสินค้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยร่างของผู้เสียชีวิตบรรจุอยู่ในโลงศพไม้ ก่อนถูกลำเลียงออกไปโดยรถตู้เพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนาจ.แพร่

ในการนี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายอารี ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นผู้แทนกระทรวงแรงงานรับร่างแรงงานไทยที่เป็นตัวประกันรายสุดท้ายที่เสียชีวิตจากสถานการณ์ความไม่สงบพร้อมร่วมวางพวงหรีดแสดงความอาลัย โดยผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ รวมทั้ง ผู้บริหารระดับสูงจากทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน และครอบครัวของผู้เสียชีวิตเข้าร่วมพิธี

Advertisement

นายอารี กล่าวว่า ในวันนี้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มอบหมายให้ตนพร้อมด้วยท่านรองปลัดกระทรวงแรงงาน และผู้บริหารระดับสูงจากทุกหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงแรงงาน เป็นผู้แทนของกระทรวงแรงงานในการมารับร่างแรงงานไทย ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตได้ส่งกลับมา โดยถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเวลา 14.00 น.

นายอารี กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา กระทรวงแรงงาน โดยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน หรือ 5 เสือแรงงานในพื้นที่จังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของแรงงานที่เสียชีวิต ได้ลงพื้นที่ไปเยี่ยมครอบครัวผู้เสียชีวิตแล้ว เพื่อแจ้งสิทธิประโยชน์แก่ครอบครัวทราบ พร้อมอำนวยความสะดวกในการประสานเกี่ยวกับขั้นตอนและเอกสารต่างๆ เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์โดยเร็วที่สุดต่อไป

“ขณะเดียวกันในวันนี้ ทันทีที่ร่างของแรงงานไทยกลับถึงภูมิลำเนา 5 เสือแรงงานในพื้นที่จังหวัดแพร่ ก็จะรอรับร่างและอำนวยความสะดวกพร้อมนำพวงหรีดของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และท่านปลัดกระทรวงแรงงาน ไปวางหน้าหีบศพเพื่อแสดงความอาลัย และเป็นผู้แทนกระทรวงแรงงานร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมศพด้วย” นายอารี กล่าว

นายอารี กล่าวอีกว่า โดยในส่วนของการช่วยเหลือเยียวยากรณีของนายณัฐพงษ์ ปินตา แรงงานไทยชาวจังหวัดแพร่ ที่ถูกจับเป็นตัวประกันและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล เมื่อเดือนตุลาคม 2566 นั้น จากการตรวจสอบสิทธิประโยชน์ที่ทายาทจะได้รับ มีดังนี้

1) สถาบันประกันภัยอิสราเอล ปัจจุบันทายาทยื่นขอรับเงินสิทธิประโยชน์ (กรณีตัวประกัน) และได้รับเงินชดเชยเรียบร้อยแล้ว เมื่อได้รับยืนยันการเสียชีวิตทางสถาบันประกันภัยอิสราเอลฯ จะเปลี่ยนเป็นสิทธิประโยชน์กรณีเสียชีวิตแทน และทายาทจะได้รับเงินชดเชย ได้แก่ ค่าทำศพ ประมาณ 79,000 บาท / ค่าใช้จ่ายในการฝังศพ เท่าที่จ่ายจริง ไม่เกิน 47,000 บาท (1,300 USD) /เงินช่วยเหลือการเป็นหม้าย (หากมีภรรยา) ประมาณ 57,000 บาท /เงินชดเชยรายเดือนและรายปีอื่น ๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสถาบันประกันภัยอิสราเอล

2) กองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ กรมการจัดหางาน กรณีเสียชีวิต ครอบครัวหรือทายาทได้รับเงินสงเคราะห์เหมาจ่าย 40,000 บาท และค่าใช้จ่ายในการจัดการงานศพในต่างประเทศเท่าที่จ่ายจริง ไม่เกิน 40,000 บาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสาร/หลักฐาน

3) สิทธิจากกองทุนประกันสังคม ผู้เสียชีวิตเคยเป็นผู้ประกันตนมาก่อน มีสิทธิได้รับเงินชราภาพ 64,202.18 บาท ไม่รวมดอกผล

4) เงินค่าจ้างค้างจ่าย / เงินชดเชยกรณีถูกเลิกจ้าง (ปิซูอิม) ซึ่งในส่วนนี้ฝ่ายแรงงานฯ ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ อยู่ระหว่างการติดตาม

“ผมขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อญาติพี่น้องและครอบครัวของพี่น้องแรงงานไทยที่สูญเสีย กระทรวงแรงงาน โดยท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการการกระทรวงแรงงาน ขอให้ ความมั่นใจว่าจะดูแลสิทธิประโยชน์ของแรงงานที่เสียชีวิตให้ได้รับสิทธิประโยชน์พึงได้ตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด สำหรับแรงงานไทยที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ขอให้แจ้งข้อมูลที่ด่านตรวจคนหางานก่อนเดินทางออก นอกประเทศทุกครั้ง เพื่อกระทรวงแรงงานจะได้ทราบข้อมูล ติดตาม และดูแลสิทธิประโยชน์จากภาครัฐ ทั้งยังเป็นการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์เช่นนี้อีก หรือโทรได้ที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506” นายอารี กล่าว

ด้านน.ส. ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) กล่าวว่า ที่ผ่านมา นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว. กระทรวงการต่างประเทศ ได้พูดคุยและติดตามกับทางรัฐบาลอิสราเอลในเรื่องของตัวประกันที่เป็นแรงงานไทยและให้ครอบครัวได้รับการเยียวยาอย่างเหมาะสม โดยจะเป็นการดูแลพี่น้องชาวไทยทุกคนที่เกิดดความทุกข์ยากในต่างแดน

“ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบของการสู้รบในอิสราเอล ทางรัฐบาลไทยโดยกระทรวงการต่างประเทศได้อพยพคนไทยกลับมากว่า 20,000 คน แต่หลังจากนั้นยังมีคนไทยที่ตัดสินใจกลับไปทำงานในอิสราเอลจำนวน 60,000 คน ซึ่งก็ขอให้ติดตามข่าวสารของกระทรวงการต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง และไม่เข้าไปในพื้นที่ที่เป็นเขตอันตราย อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณทางรัฐบาลอิสราเอลที่คอยติดตามร่างของผู้เสียชีวิตให้อยู่ในระดับเดียวกันกับพี่น้องชาวอิสราเอล“ น.ส. ชยิกา กล่าว

น.ส. ชยิกา กล่าวต่อว่า อิสราเอลมีมาตรการการดูแลผู้เสียชีวิตและครอบครัวรวมถึงทายาท โดยทางสถานทูตฯ ได้ติดตามในส่วนของสิทธิและการเยียวยาอย่างใกล้ชิด ซึ่งได้รับคำตอบว่าจะได้รับการเยียวยาอย่างแน่นอน ส่วนระยะเวลาหรือจำนวนนั้นต้องรอรายละเอียดจากทางรัฐบาลอิสราเอล

“ขณะนี้มีแรงงานไทยอยู่ในอิสราเอลประมาณ 60,000 คน ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่สีเขียว ไม่ใช่เป็นพื้นที่อันตราย โดยทางกระทรวงแรงงานที่ได้มีการส่งแรงงานไทยไปทำงานอิสราเอลในพื้นที่ปลอดภัยเช่นกัน ทั้งภาคการเกษตร ภาคการก่อสร้าง และกลุ่มแม่บ้าน“ น.ส. ชยิกา กล่าว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 เหตุการณ์ครั้งนี้ พบว่า มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 42 รายนำร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทยแล้ว 39 ราย รวมวันนี้ด้วยอีก 1 รายเป็น 40 รายผู้บาดเจ็บ 22 ราย เดินทางกลับประเทศไทยแล้ว 19 ราย อีก 3 รายออกจากโรงพยาบาลแล้ว และทำงานอยู่ต่อในอิสราเอล มีแรงงานไทยที่ถูกจับเป็นตัวประกัน ทั้งหมด 31 ราย ได้รับการปล่อยตัวและเดินทางกลับประเทศไทยแล้ว 28 ราย

ซึ่งตัวประกันอีก 2 ราย ทางการอิสราเอลได้ประกาศยืนยันการเสียชีวิตแล้ว แต่ยังไม่พบร่าง กรณีของนายณัฐพงษ์ ปินตา แรงงานไทยชาวจังหวัดแพร่ที่ถูกจับเป็นตัวประกันและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในอิสราเอลนั้น เป็น 1 ใน แรงงานไทยที่ถูกจับเป็นตัวประกัน และทางการอิสราเอลพบร่างและทางสถานทูตฯ ส่งกลับมายังประเทศไทยในวันนี้

สำหรับสถานการณ์ด้านแรงงานไทยในประเทศอิสราเอลขณะนี้ ปัจจุบันมีแรงงานไทยทำงานอยู่ในประเทศอิสราเอลประมาณ 40,000 คน แยกเป็นแรงงานถูกกฎหมายประมาณ 34,000 คน แรงงานผิดกฎหมายประมาณ 6,000 คน ส่วนใหญ่ทำงานอยู่ในภาคเกษตร 30,000 คน ภาคก่อสร้าง 2,000 คน ภาคอุตสาหกรรม 500 คน พ่อครัว แม่ครัว 300 คน ขณะนี้ กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางาน ได้มีการจัดส่งแรงงานไปทำงานที่อิสราเอลอย่างต่อเนื่องเดือนละประมาณ 1,200 คน