สปสช.เขต 13 กทม. สรุปผลดูแลผู้ใช้สิทธิบัตรทองหลังยกเลิก ‘คลินิกท่าพระตลาดพลู’
วันนี้ (12 มิถุนายน 2568) พ.ท.ทพ.ธนศักดิ์ ถัมภ์บรรฑุ ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 13 กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ตามที่ สปสช. มีการประกาศยกเลิกสัญญาการเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) กับ คลินิกเวชกรรมท่าพระ ตลาดพลู ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2568 เพื่อดูแลผู้มีสิทธิบัตรทองและผู้ป่วยที่ขึ้นทะเบียนสิทธิกับคลินิกฯ ดังกล่าวไม่ให้ได้รับผลกระทบ สปสช. ได้ดำเนินการย้ายสิทธิไปยังหน่วยบริการที่อยู่ใกล้เคียง พร้อมส่ง SMS แจ้งข้อมูลการดำเนินการให้กับประชาชนที่มีโทรศัพท์มือถือ จำนวน 4,000 คน

พ.ท.ทพ.ธนศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการติดตามและแก้ไขปัญหาให้กับผู้ป่วยในการเข้ารับบริการอย่างใกล้ชิด โดย สปสช. เขต 13 กทม. ได้จัดทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่คลินิกเวชกรรมท่าพระตลาดพลู เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม – วันที่ 2 มิถุนายน 2568 เพื่อชี้แจงและแก้ไขปัญหากรณีที่เกิดเหตุติดขัดหรือมีอุปสรรคในการใช้สิทธิเข้ารับบริการ ขณะเดียวกัน ในวันที่ 1-6 มิถุนายน 2568 ยังได้จัดทีมลงพื้นที่คลินิกชุมชนอบอุ่น 3 แห่ง ที่รับขึ้นทะเบียนผู้มีสิทธิบัตรทองของคลินิกท่าพระตลาดพลู ตลอดจนช่วงวันที่ 4-6 มิถุนายน 2568 ทีมเจ้าหน้าที่ สปสช. เขต 13 กทม. ยังได้ลงพื้นที่ รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลรับส่งต่อผู้ป่วยกลุ่มนี้ เพื่อคอยประสานงานให้ประชาชนเข้ารับบริการตามที่มีนัดหมายได้โดยสะดวก

พ.ท.ทพ.ธนศักดิ์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ข้างต้นนี้ สปสช. เขต 13 กทม. ได้สรุปผลการดำเนินการ ดังนี้
1.คลินิกเวชกรรมท่าพระตลาดพลู จากการลงพื้นที่ต่อเนื่อง 5 วัน มีผู้เข้ารับบริการรวม 130 คน เฉลี่ยวันละ 20-30 คน หลังจากมีการแจ้งข่าวการยกเลิกสัญญาหน่วยบริการ ส่งผลให้วันที่ 28-30 พฤษภาคม 2568 จำนวนผู้ป่วยมารับบริการลดลงกว่าร้อยละ 70 ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่มีโรคเรื้อรังมารับยา และมีเด็กอายุ 5-8 ปี จำนวน 3-4 คน มารับการรักษาด้วยอาการไข้หวัด โดยในวันที่ 1 มิถุนายน 2568 มีผู้ป่วยมารับบริการ แต่ได้รับการขึ้นทะเบียนที่คลินิกฯ ใกล้เคียงแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ สปสช. ได้แนะนำให้ไปรับบริการที่คลินิกฯ ที่รับย้ายสิทธิดูแลแทน
2.คลินิกเวชกรรมเพชรเกษมท่าพระ ลงพื้นที่รวม 6 วัน มีผู้เข้ารับบริการ 230 คน ภาพรวมการเข้ารับบริการของผู้ป่วยที่มาจากคลินิกท่าพระตลาดพลู ส่วนหนึ่งเป็นการขอใบส่งตัว เช่น ผู้ป่วยหลังผ่าตัดหัวใจ ผู้ป่วยโรคปอด เป็นต้น นอกจากนี้ มีนัดหมายฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 20 คน โดยเจ้าหน้าที่ สปสช. แนะนำให้ผู้ป่วยขอประวัติการรักษาที่คลินิกท่าพระตลาดพลูมาให้คลินิกใหม่ เพื่อรักษาต่อเนื่อง และให้บริการตรวจสอบสิทธิผ่านแอพพลิเคชั่น สปสช.

3.จรัญสนิทวงศ์คลินิกเวชกรรม ทีม สปสช. เขต 13 กทม. ได้ลงพื้นที่ต่อเนื่อง 6 วัน มีผู้ป่วยเข้ารับบริการรวม 258 คน หรือวันละ 40-70 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยเรื้อรังมารับยาความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมัน และมีส่วนหนึ่งที่เป็นการขอใบส่งตัว ประมาณร้อยละ 10 โดยคลินิกฯ จะออกใบส่งตัวในช่วงบ่าย เนื่องจากมีแพทย์เพียงคนเดียวและคนไข้จำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมีผู้ป่วยที่ต้องส่งต่อไปรักษาที่ รพ.มิตรประชา จำนวน 2 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการประสานเรียบร้อยแล้ว
4.คลินิกเวชกรรมสี่แยกท่าพระ ทีมเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ต่อเนื่อง 6 วัน มีผู้ป่วยเข้ารับบริการ 170 คน โดยเฉลี่ยวันละ 15-60 คน ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยโรคไต 1 คน มาติดต่อขอใบส่งตัวเพื่อรักษาต่อที่โรงพยาบาล โดยคลินิกแห่งนี้กำหนดเวลาออกใบส่งตัว วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00-16.00 น. และเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-12.00 น. นอกจากนี้ยังมีผู้สูงอายุมารับบริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 ราย
พ.ท.ทพ.ธนศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับโรงพยาบาลรับส่งต่อ คือ รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ จากการลงพื้นที่ต่อเนื่อง 3 วัน (วันที่ 4-6 มิถุนายน 2568) มีผู้เข้ารับบริการรวม 96 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยจากคลินิกอื่นในระบบบัตรทอง โดยผู้ป่วยจากคลินิกท่าพระตลาดพลูมีจำนวนน้อย ปัญหาที่พบคือมีคลินิกบางแห่งไม่ออกหนังสือส่งตัวให้ผู้ป่วย และแจ้งให้ผู้ป่วยมาติดต่อโรงพยาบาลเอง จึงประสานกับสายด่วน สปสช. 1330 เพื่อออกหนังสือรับรองสิทธิให้กับผู้ป่วยที่มีนัดรักษากับโรงพยาบาล
“ขณะนี้ทาง สปสช. เขต 13 กทม. พยายามแก้ปัญหาการเข้ารับบริการให้กับประชาชน โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ต้องได้รับการรักษา สำหรับผู้ป่วยของคลินิกท่าพระตลาดพลู สปสช. ได้ดำเนินการบางส่วนแล้วเพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี หากมีผู้ป่วยหรือประชาชนที่ประสบปัญหาในการใช้สิทธิเข้ารับบริการ ขอให้แจ้งมายัง สปสช. ผ่านสายด่วน 1330 หรือผ่านช่องทางออนไลน์ ทางเจ้าหน้าที่จะรับเรื่องและเร่งแก้ไขให้โดยเร็ว” พ.ท.ทพ.ธนศักดิ์ กล่าว

