รมว.แรงงาน ตั้ง กก.สอบวินัย สปส.ซื้อตึก SKYY9 แพง 2 เท่า
เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ที่ จ.อุบลราชธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) เปิดเผยกรณีส่งเรื่องให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตรวจสอบการใช้งบประมาณของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ลงทุนซื้ออาคาร SKYY9 มูลค่า 3 พันล้านบาท ในราคา 7 พันล้านบาท ว่า เป็นไปตามสายงาน ตนได้สอบถามแล้ว ไม่สามารถตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยเองได้ เนื่องจากไม่ได้เป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง ขณะนี้ทำได้เพียงเร่งรัด และกำชับไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานให้ดำเนินการตามกฎหมายโดยเร็ว ส่วนงาน มท.ได้สรุปส่งไปหมดแล้ว
เมื่อถามว่า หนักใจหรือไม่ น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน เกาะติดให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นการทำหน้าที่ ส.ส.การตั้งคณะกรรมการวินัยเกิดขึ้นก่อน น.ส.รักชนกจะออกมาแจ้งอีก การแจ้งมาแบบนี้ถือเป็นเรื่องดี ทำให้เรามั่นใจว่าทำในสิ่งที่เหมาะสม มีคนพร้อมจะให้ข้อมูล และติดตามอีก ทำให้ทุกฝ่ายมั่นใจได้ว่าการสอบสวนครั้งนี้เป็นไปอย่างโปร่งใส ขณะนี้มีสารตั้งต้นแล้วว่าอาคารราคาจริงอยู่ที่ 3 พันล้านบาท แต่ซื้อขายกว่า 6 พันล้านบาท เงินส่วนต่างนี้จะเป็นสิ่งต้องสอบสวน ที่ น.ส.รักชนกระบุว่าจะนับถือหากนายอนุทินทำจริงนั้น นับถือได้เลย เพราะทำจริงแน่อยู่แล้ว ทำมาขนาดนี้ ถ้าทำไม่จริง ก็อยู่ไม่ได้
ที่กระทรวงแรงงาน นายพิพัฒน์ แถลงแนวทางดำเนินการกรณีผลพิจารณาของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงการจัดซื้อตึก SKYY9 ของ สปส.มูลค่า 3,400-3,800 ล้านบาท ในราคา 7 พันล้านบาท เป็นราคาสูงเกินจริงถึง 2 เท่า ว่า สิ่งที่ต้องทำจากนี้คือ ตั้งคณะกรรมการอีก 1 ชุด เพื่อตรวจสอบวินัย และความเสียหายว่ามีผิดวินัยตรงไหน เริ่มจุดไหน หรือรายละเอียดอย่างไรบ้าง แต่เราจะไม่ปักใจ หรือเชื่อการกระทำนั้นถูกหรือผิด การลงทุนต่างๆ ของ สปส.ต้องผ่านขั้นของคณะอนุกรรมการชุดต่างๆ แล้วจึงเข้าคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ทั้งนี้ การจัดตั้งคณะกรรมการต้องให้เสร็จสิ้นภายในเดือนนี้ ขณะนี้มีเวลาประมาณ 2 สัปดาห์
“แต่ขั้นตอนยากคือหาผู้มาเป็นประธานกรรมการชุดดังกล่าว ต้องไปหารือต่อ หรือเอาผู้เกษียณราชการมาดำรงตำแหน่งได้หรือไม่ ขณะนี้ยังไม่มีกรอบระยะการทำงานชัดเจน ต้องรอให้ได้ประธานกรรมการก่อน ตอนนี้เริ่มกระบวนการหาประธานการสอบสวน เรื่องนี้คงเกี่ยวกับคำว่าวินัย เกี่ยวพันไปถึงบอร์ด ว่าใครเป็นประธานบอร์ด ผมไม่สามารถชี้นำได้ ต้องเป็นอำนาจของกรรมการชุดใหม่หาข้อเท็จจริง ว่าซื้อตึกราคาแพงจริงหรือไม่ หรือแพงกว่าควรจะเป็นเท่าไร มีระบบขั้นตอนการจัดซื้อผิดขั้นตอนไหม ทำไมประเมินฝ่ายเดียว ทำไมไม่มีการประเมินทั้งผู้ขาย และผู้ซื้อ ต้องหาผู้รับผิดชอบ เริ่มต้นตั้งแต่ระดับไหน ไปหยุดระดับไหน นี่คือเสียงต่างที่คณะกรรมการชุดใหม่ต้องเข้าไปดู” นายพิพัฒน์กล่าว
นายพิพัฒน์กล่าวอีกว่า จะทำให้โปร่งใสที่สุด ไม่ต้องกังวล เมื่ออยู่ในยุคของตน ก็ต้องรับผิดชอบ และตอบได้ 100% ส่วนจะพักงานนายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ซึ่งเป็นเลขาธิการ สปส.ในขณะนั้น ช่วงการสอบวินัยหรือไม่นั้น ต้องหารือกันในระดับผู้บังคับบัญชาสูง เบื้องต้นหลังจากตั้งกรรมการสอบวินัย ต้องหารือว่ามีขั้นตอนต่อไปอย่างไร หรือต้องหารือกับรองนายกฯว่ามีความเห็นอย่างไร แต่ถ้ามีความเกี่ยวข้อง ก็คงจะต้องกันออกไป เพราะหากอยู่ในหน้าที่อาจไปแทรกแซงได้ แต่ไม่ต้องกังวล เพราะจะพยายามทำให้เร็วที่สุด และโปร่งใส

