กก.แพทยสภา เปิดขั้นตอนออกคำสั่งลงโทษทางจริยธรรม 3 หมอ ชี้พักใบอนุญาต ต้องแจ้งสาธารณะ

16.06.25 | 11:51 น.

กก.แพทยสภา เปิดขั้นตอนออกคำสั่งลงโทษทางจริยธรรม 3 หมอ ชี้ ‘พักใบอนุญาต’ ต้องแจ้งต่อสาธารณะ

ความคืบหน้าภายหลังที่ประชุมคณะกรรมการแพทยสภา เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2568 มีมติเสียงเกิน 2 ใน 3 ยืนยันมติคณะกรรมการแพทยสภา เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2568 ให้ลงโทษแพทย์ 3 คน ที่เกี่ยวข้องกับการรักษา นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ชั้น 14 โรงพยาบาล (รพ.) ตำรวจ ซึ่งมีทั้งว่ากล่าวตักเตือน และพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม เป็นเวลา 3 เดือน และ 6 เดือน โดยขณะนี้แพทยสภาอยู่ระหว่างทบทวนรายละเอียดเอกสารคำสั่งลงโทษก่อนส่งให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในขั้นตอนต่อไปนั้น

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน รศ.(พิเศษ) นพ.เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ กรรมการแพทยสภา โพสต์เฟซบุ๊กเปิดเผยเกี่ยวกับคำสั่งลงโทษทางจริยธรรมของแพทยสภาว่า มีคนถามมากันมาก เกี่ยวกับคำสั่งลงโทษทางจริยธรรมของแพทยสภามีกี่ระดับ และแตกต่างกันอย่างไร และจะมีผล รวมทั้งสิ้นสุดเมื่อใด คำตอบคือมี 4 ระดับ

1.ว่ากล่าวตักเตือน (Warning / Admonition) 2.ภาคทัณฑ์ (Probation) 3.พักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 2 ปี (Temporary licence suspension) และ 4.เพิกถอนใบอนุญาต (Licence revocation)

รศ.(พิเศษ) นพ.เมธีระบุว่า ปกติที่ผ่านมา แพทยสภาจะไม่เปิดเผยคำสั่งลงโทษต่อสาธารณะ โดยคำสั่งจะถูกส่งไปยัง 1.ผู้อำนวยการสถานพยาบาลของรัฐและผู้ดำเนินการสถานพยาบาลเอกชน 2.ผู้บังคับบัญชาสูงสุดในส่วนราชการ หรือผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาลที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผู้ถูกลงโทษปฏิบัติงาน 3.ประธานอนุกรรมการสอบสวนที่เกี่ยวข้อง

Advertisement

แต่หากการลงโทษหนักถึงขั้นพักใช้ใบอนุญาต หรือเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ คำสั่งจะต้องถูกส่งเพิ่มไปยัง 1.ผู้อำนวยการสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ 2.นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) แห่งท้องที่ซึ่งผู้ถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมนั้นได้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมอยู่ 3.หัวหน้าสถานีตำรวจแห่งท้องที่ซึ่งผู้ถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมนั้นได้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมอยู่

เหตุผลที่ต้องส่งเพิ่มไปยังรายนามข้างต้นเพิ่มเติม เพราะโทษการพักใช้ หรือเพิกถอนจะกระทบกับการทำงานในตำแหน่งอื่นที่จำเป็นต้องใช้ใบประกอบวิชาชีพด้วย เช่น ตำแหน่งผู้ดำเนินการสถานพยาบาลตาม พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานพยาบาล ที่แพทย์จำเป็นต้องมีใบประกอบวิชาชีพ แต่ไม่กระทบต่อตำแหน่งที่ใช้เพียงปริญญาแพทยศาสตร์ เช่น ยังสามารถเป็นอาจารย์สอนแพทย์ บรรยายวิชาการ หรือให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการแพทย์ได้ ส่วนโทษมีผลเริ่มต้นและสิ้นสุดเมื่อใด สำนักงานเลขาธิการฯจะส่งคำสั่งพร้อมระบุระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุด ไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องดังกล่าวโดยตรง

รศ.(พิเศษ) นพ.เมธีระบุว่า ความแตกต่างของโทษไม่มีบัญญัติโดยชัดแจ้งใน พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม ว่าต่างกันอย่างไร แต่ตามความเห็นส่วนตัวที่ช่วยงานแพทยสภามานาน

1.ว่ากล่าวตักเตือน คณะกรรมการเห็นว่า ความผิดเล็กน้อย ส่วนใหญ่เป็นความผิดโดยไม่มีเจตนา ไม่มีผลประโยชน์ใดๆ ที่มิชอบจากการกระทำผิดนั้นๆ ประกอบกับมีเหตุลดโทษ จึงลงโทษเบาที่สุด เพื่อให้ทราบความผิดและตักเตือนมิให้กระทำผิดอีก

2.ภาคทัณฑ์ ทำความผิดรุนแรง อาจจะเจตนาหรือไม่ก็ได้ แต่มีผลกระทบต่อคนไข้หรือสังคม ควรพักใช้ใบประกอบวิชาชีพชั่วคราว แต่มีเหตุควรงดเว้นโทษพักใช้ เห็นควรให้โอกาสปรับปรุงตัว แต่หากกระทำผิดซ้ำอีก ความผิดคราวนี้จะนำไปเป็นเหตุเพิ่มโทษในอนาคต

3.พักใช้ใบประกอบวิชาชีพชั่วคราว สูงสุดไม่เกิน 2 ปี ทำผิดรุนแรงมาก ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยหรือสังคมอย่างรุนแรง โทษระดับนี้ส่วนใหญ่ คือ โทษที่ตั้งใจกระทำ (Intention) และ มีผลประโยชน์แอบแฝง (Conflict of interest) จึงควรเพิกถอนแต่ยังมีเหตุลดโทษ จึงให้พักใช้ชั่วคราว เพื่อมิให้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและเป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาลเป็นการชั่วคราว การพักใช้แค่ไม่กี่วัน จนถึงสูงสุดไม่เกิน 2 ปี ในระยะเวลาที่ถูกพักใช้ หากกระทำการเข้าข่ายประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือกระทำการที่ผิดกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพเวชกรรม อาจจะถูกลงโทษเพิ่มด้วยการเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ

4.เพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ ทำผิดร้ายแรงมาก ไม่มีเหตุอันควรปราณี ไม่อนุญาตให้กลับมาประกอบวิชาชีพเวชกรรมอีกต่อไป หลังจากนี้ หากกระทำผิดในฐานประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือ ผิดกฎหมายที่ต้องใช้ความเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในการทำงานด้วย อาจได้รับโทษตามกฎหมายอาญา หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีก เช่น โทษจำคุกตาม ปอ.ม.44 แห่ง พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม

จะเห็นว่า การลงโทษ “มิได้มุ่งแต่ว่าต้องมีผู้ป่วยหรือญาติได้รับความเสียหายจากการรักษาพยาบาลเท่านั้น” แต่เพื่อป้องปรามมิให้ใช้ความรู้จากการประกอบวิชาชีพเวชกรรมไปกระทำผิด และส่งผลให้มีการเสื่อมเสียต่อหมู่คณะด้วย (เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์วิชาชีพ) ซึ่งหลักการนี้มีอยู่ในทุกสภาวิชาชีพ โดยเฉพาะวิชาชีพด้านสาธารณสุข เพื่อปกป้องหมู่คณะวิชาชีพเดียวกัน และเป็นการให้เกียรติสังคมที่ไว้ใจให้ปกครองกันเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นับตั้งแต่คณะกรรมการแพทยสภามีการโหวตเสียงเกิน 2 ใน 3 ยืนยันมิตเดิมลงโทษแพทย์ทั้ง 3 คน จาก รพ.ราชทัณฑ์ และ รพ.ตำรวจ จนถึงขณะนี้แพทยสภายังไม่ได้ออกคำสั่งไปยังบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะมีการออกคำสั่งภายในสัปดาห์นี้