กรมแพทย์มั่นใจ ‘ฟ้าทะลายโจร’ รักษาอาการโรคระบบทางเดินหายใจในผู้ป่วยโควิด

19.06.25 | 16:41 น.

กรมแพทย์มั่นใจ ‘ฟ้าทะลายโจร’ รักษาอาการโรคระบบทางเดินหายใจในผู้ป่วยโควิด

วันนี้ (19 มิถุนายน 2568) กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า กรมการแพทย์ได้ร่วมทำงานในคณะกรรมการบูรณาการและส่งเสริมการแพทย์แผนไทยร่วมกับการแพทย์แผนตะวันตก ตามนโยบายของ สธ. ในการส่งเสริมการใช้ยาสมุนไพรไทยในระบบบริการสุขภาพ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์และบริการสุขภาพระดับโลก โดยให้มีการบูรณาการการแพทย์แผนไทยร่วมกับการแพทย์แผนตะวันตก

กรมการแพทย์ ดำเนินการร่วมกับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ องค์กรภาคีเครือข่ายที่ร่วมเป็นคณะกรรมการดังกล่าว โดยมีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมให้มีการใช้ยาสมุนไพรไทยในระบบบริการสุขภาพเพิ่มมากขึ้น และสนับสนุนให้มีการใช้ยาสมุนไพรที่มีอยู่ในบัญชียาหลัก รวมทั้งส่งเสริมให้มีบริการการแพทย์แผนไทยที่มีมาตรฐาน ซึ่งกรรมการฯ ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานต่างๆ โดยกรมการแพทย์ทำหน้าที่ในการเชื่อมโยงการทำงานต่างๆ เข้าด้วยกัน และร่วมกันพิสูจน์ข้อเท็จจริงผ่านการทบทวนหลักฐานเชิงประจักษ์และงานวิจัยทางคลินิก โดยผู้เชี่ยวชาญใน 6 กลุ่มโรค/อาการ พร้อมทั้งจัดทำคู่มือการใช้ยาสมุนไพรในเวชปฏิบัติขึ้น เพื่อให้แพทย์แผนตะวันตกมีความมั่นใจในการพิจารณาใช้ยาสมุนไพรไทย โดยได้มีการพิจารณารายการยาสมุนไพรที่สามารถทดแทนยาแผนปัจจุบัน รวมถึงหัตถการในการรักษา ซึ่งได้มีการเผยแพร่และประกาศใช้ คู่มือการใช้ยาสมุนไพรในเวชปฏิบัติ เพื่อเป็นประโยชน์แก่บุคลากรในสังกัด สธ.เรียบร้อยแล้ว เมื่อเดือนเมษายน 2568

Advertisement

สำหรับสมุนไพรที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ และมีการระบุในคู่มือการใช้ยาสมุนไพรในเวชปฏิบัติที่ใช้ในการรักษาโรคในกลุ่มอาการต่างๆ ประกอบด้วย กลุ่มอาการระบบทางเดินอาหาร กลุ่มอาการระบบทางเดินหายใจ กลุ่มอาการทางกล้ามเนื้อและกระดูก กลุ่มโรคมะเร็ง กลุ่มอาการสมองและระบบประสาท และกลุ่มอาการทางระบบผิวหนัง ซึ่ง ยาฟ้าทะลายโจร เป็นหนึ่งในสมุนไพรที่คณะกรรมการร่วมกันพิสูจน์ข้อเท็จจริงผ่านการทบทวนหลักฐานเชิงประจักษ์และงานวิจัยทางคลินิก และได้รับการระบุในคู่มือดังกล่าวว่า ยาฟ้าทะลายโจร เป็นยาสมุนไพรที่มีใช้กันอย่างแพร่หลายและยาวนาน ปัจจุบันได้ถูกบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร พ.ศ.2566 โดยมีหลักฐานสนับสนุนค่อนข้างมาก ว่าสามารถใช้เป็นยา เพื่อลดอาการของไข้หวัด หรือโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนที่เกิดจากเชื้อไวรัสได้ รวมถึงใช้กับผู้ที่ติดเชื้อโควิด 19 ที่มีอาการไม่รุนแรง โดยสามารถเสริม หรือเป็นยาทดแทน โดยเฉพาะอาการไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ นับว่าเป็นการพัฒนาองค์ความรู้ทางการแพทย์ด้านสมุนไพรไทย และพัฒนาแนวทางส่งเสริมการใช้ยาสมุนไพรไทย ส่งผลให้แพทย์แผนตะวันตกสามารถสั่งจ่ายยาสมุนไพรตามข้อแนะนำในคู่มือดังกล่าวได้อย่างมั่นใจมากขึ้นด้วย