ค่าจ้าง 400 บาท ส่อใช้ไม่ทัน 1 ก.ค.นี้ หลัง ก.แรงงาน ไร้ รมต. ชงเข้า ครม.

21.06.25 | 06:45 น.

ค่าจ้าง 400 บาท ส่อใช้ไม่ทัน 1 ก.ค.นี้ หลัง ก.แรงงาน ไร้ รมต. ชงเข้า ครม.

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน นายวีรสุข แก้วบุญปัน กรรมการค่าจ้าง ฝ่ายลูกจ้าง เปิดเผยว่า กรณีคณะกรรมการค่าจ้าง (บอร์ดค่าจ้าง) มีมติเห็นชอบกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 400 บาท ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ทุกประเภทกิจการ ส่วนจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ เห็นชอบกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 400 บาท ในกิจการประเภทโรงแรมและสถานบริการ มีผลในวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 แต่ภาคเอกชนสะท้อนให้ทบทวน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่าจ้างครั้งนี้นั้น บอร์ดค่าจ้างมีมติกำหนดค่าจ้างแล้ว คิดว่าจะไม่ทบทวน เพราะเป็นการประกาศที่จะนำเข้าสู่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้มีผลบังคับใช้วันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ยืนยันว่าเป็นการกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาท ทุกประเภทกิจการในเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ เท่านั้น ที่มองว่าอาจไม่ได้รับผลกระทบมาก ส่วนทั่วประเทศจะเป็นเพียงประเภทโรงแรม และสถานบริการเท่านั้น

“กรรมการฝ่ายลูกจ้างไม่เห็นด้วยกับค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 400 บาท เฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ ควรจะเป็นรอบปริมณฑลด้วย เป็นเรื่องที่ยากในการแบ่งพื้นที่ระหว่างกรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่ที่ประชุมบอร์ดลงมติให้ปรับในพื้นที่กรุงเทพฯ ก่อนเพื่อนำร่อง แล้วค่อยผลักดันพื้นที่รอบปริมณฑลในการประชุมบอร์ดครั้งถัดไป” นายวีรสุขกล่าว

แหล่งข่าวกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า หลังจากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล ส่งผลให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ต้องลาออกจากตำแหน่งว่า ตามขั้นตอนปกติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานต้องนำเสนอเรื่องการกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำต่อที่ประชุม ครม.จึงคาดว่าจะเป็นอำนาจของนายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานบอร์ดค่าจ้าง เป็นผู้นำเข้า ครม.และต้องรอรัฐบาลจะแต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนใหม่ หรือมอบหมายให้ผู้ใดมากำกับดูแลกระทรวง หรืออาจจะต้องรอการประชุม ครม.อีกครั้ง

นายรัชชพร พูลสวัสดิ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำโดยภาครัฐ เป็นนโยบายที่ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงาน ในมุมของผู้ประกอบการเอง เข้าใจ และเคารพหลักการดังกล่าว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตามมาคือภาระต้นทุนเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการต้องปรับตัว โดยเฉพาะการบริหารทรัพยากรบุคคลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เราจึงให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้นกับการคัดเลือก และพัฒนาแรงงานที่มีศักยภาพ พร้อมเรียนรู้ และเติบโตไปกับองค์กร

Advertisement

“เราไม่ได้มองแค่เรื่องต้นทุนแรงงาน แต่ให้ความสำคัญกับคุณค่าของแรงงานมากกว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ พนักงานที่มีทัศนคติดีมีความรับผิดชอบ และพร้อมพัฒนา จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจต่อไปได้อย่างยั่งยืน ส่วนต้นทุนแรงงานสูงขึ้น สิ่งที่ต้องตามมาคือการทำให้แรงงานต้องเพิ่มประสิทธิภาพงาน เรามองเห็นพนักงานที่ทุ่มเท และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอมีค่ามากขึ้นในระบบที่ต้นทุนแรงงานสูงขึ้น เพราะองค์กรไม่สามารถแบกต้นทุนกับคนที่ไม่พร้อมเปลี่ยนแปลงได้อีกแล้ว เราเลยให้โอกาสกับคนที่อยากเรียนรู้มากขึ้นกว่าเดิม

ด้านนายจรัญ สั่งศาล เลขาธิการหอการค้าจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เห็นด้วยกับการปรับค่าแรงขึ้นเป็น 400 บาทในต่างจังหวัดเฉพาะบางกิจการ ถือว่าเหมาะ ดีกว่าขึ้นทั้งประเทศ อาจจะควบคุมสินค้าไม่ได้ และไม่เป็นธรรม