ส.ส.ปชน. ชี้รมว.แรงงานลาออก ทำนโยบายสะดุด แนะตั้งคนใหม่ต้องมีความรู้-เข้าใจปัญหา

23.06.25 | 10:52 น.

ส.ส.ปชน.ชี้รมว.แรงงานลาออก ทำนโยบายสะดุด แนะตั้งคนใหม่ต้องมีความรู้-เข้าใจปัญหา

จากกรณีที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ได้ลาออกจากการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน หลังจากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้ประกาศถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีผลเมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมานั้น

วันนี้ (23 มิถุนายน 2568) นายเซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า จากการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้ลาออกกลางคัน ส่งผลกระทบต่อนโยบายและการดำเนินงานของหน่วยงานภายในกระทรวงอย่างแน่นอน เนื่องจากไม่มีคนที่สั่งการการดำเนินงานของกระทรวงแรงงาน เพราะรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้ดูแลและกำกับนโยบายได้ลาออกแล้ว ตัวอย่างเช่น เมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา ตนนัดหมายกับนายอารี ไกรนรา ขณะนั้นดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อลงพื้นที่พบแรงงานในบริษัทที่ จ.ชลบุรี ที่ถูกเลิกจ้างและบริษัทไม่จ่ายเงินค่าชดเชยตามกฎหมาย

“แต่เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานลาออก ทำให้นายอารีพ้นสภาพการดำรงตำแหน่งเลขาฯ ไปด้วยเช่นกัน ดังนั้น การทำงานหรือกำกับนโยบายต่างๆ ก็จะสะดุด เพราะข้าราชการในกระทรวงก็แค่ทำตามหน้าที่นั้นๆ อีกส่วนหนึ่งคือ การกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 400 บาท ในพื้นที่ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทุกประเภทกิจการ ส่วนจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 400 บาท ในกิจการประเภทโรงแรมและสถานบริการ โดยจะมีผลในวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 นั้น โดยตามปกติแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานจะเป็นผู้นำเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ในเมื่อลาออกแล้ว เรื่องนี้อาจจะต้องหยุดชะงักไป หรืออาจจะต้องถูกเลื่อนการบังคับใช้ ซึ่งก็ต้องติดตามว่า ปลัดกระทรวงแรงงาน (นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์) ในฐานประธานคณะกรรมการค่าจ้าง (บอร์ดค่าจ้าง) และเป็นผู้รับผิดชอบกระทรวงแรงงานอยู่ขณะนี้ จะดำเนินการอย่างไรต่อไป ประกอบกับ รัฐบาลที่อยู่ระหว่างการปรับ ครม. จะสามารถดำเนินการรวดเร็วมากน้อยขนาดไหน” นายเซีย กล่าว

นายเซีย ยังกล่าวถึงคุณสมบัติของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนใหม่ ว่า สำหรับสถานการณ์การเมืองโดยภาพรวม พรรคประชาชนเสนอให้มีการยุบสภา และให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยหาผู้แทนที่มีความพร้อมในด้านต่างๆ เข้ามาทำงาน ดังนั้น มองว่าในอนาคต ผู้ที่จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนใหม่ จะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้และความสามารถเกี่ยวกับเรื่องแรงงาน เข้าใจบริบทของพี่น้องผู้ใช้แรงงานเป็นอย่างดี เข้าใจเรื่องการพัฒนาฝีมือแรงงานในอนาคต และความคุ้มครองด้านแรงงาน สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญ ต้องได้มีคนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงานภายในกระทรวงแรงงาน

Advertisement

“หากเราเอาคนที่ไม่มีความรู้-ความสามารถเข้ามาทำงาน หรือหากคนที่จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แรงงานแต่ไม่เข้าใจปัญหาหรือไม่เข้าใจพี่น้องแรงงาน แน่นอนว่าการทำงานคงจะไม่ได้เท่ากับคนที่มีความรู้ความเข้าใจมากกว่า แม้แต่ปัญหาเล็กๆ ที่สามารถแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว เมื่อรัฐมนตรีไม่เข้าใจ ก็จะไม่สามารถแก้ไขปัญหานั้นได้อย่างถูกจุด” นายเซีย กล่าว

นายเซีย กล่าวต่อไปว่า ทุกวันนี้ ยังพบปัญหาของผู้ใช้แรงงานจำนวนมากที่ไม่ได้ปรากฎเป็นข่าว ยังมีตัวเลขผู้ที่ถูกเลิกจ้างโดยที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมเพิ่มขึ้นตลอดทุกเดือน รวมถึงยังมีนายจ้างบางส่วนเลือกที่จะลอยแพลูกจ้างโดยไม่ได้มีการรับผิดชอบ ถือเป็นเรื่องที่น่ากังวลมาก ซึ่งมองว่า ในภาพรวม รัฐบาลจะต้องแก้ไขปัญหาในจุดนี้ให้ได้ สร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจ และผลักดันเศรษฐกิจภายในประเทศเติบโตให้ได้