หมอชี้ ‘ปอดรั่ว’ เกิดได้กับทุกคน โดยเฉพาะผู้ชายสูงผอม แถมไร้อาการเตือน
กรณีนักแสดงสาว “ชิงชิง คริษฐา สังสะโอภาส” เปิดเผยว่ามีอาการป่วยภาวะปอดรั่วถึงร้อยละ 30 ทำให้ต้องผ่าตัดด่วนในโรงพยาบาล (รพ.) นั้น
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า อาการดังกล่าว เข้าข่ายภาวะ “โรคปอดรั่ว” สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยเฉพาะเพศชาย อายุ 20 – 30 ปี ที่มีรูปร่างผอมๆ สูงๆ เพราะเป็นช่วงที่ปอดขยายใหญ่ที่สุด ก็อาจเกิดภาวะปอดปริ รั่ว ได้ ส่วนเพศหญิงก็พบได้เช่นกัน แต่โอกาสน้อยกว่า จึงมักจะพบในผู้ที่มีโรคทางพันธุกรรมที่เกี่ยวกับปอด ส่วนในวัยสูงอายุ ก็จะพบภาวะปอดรั่วได้จากการที่มีโรคถุงลมโป่งพองอยู่เดิม ขณะเดียวกัน ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่ทำให้เกิดภาวะปอดรั่ว เช่น การสูบบุหรี่ ทั้งบุหรี่ธรรมดาและบุหรี่ไฟฟ้า การทำงานในบริเวณที่มีสารเคมี การออกแรงหนักๆ การอยู่ใกล้ๆ กับลำโพง เครื่องเสียงที่ดังมากๆ ไปจนถึงบางคนไม่ได้ทำอะไรเลย ก็เกิดภาวะปอดรั่วได้เช่นกัน โดยอัตราการพบโรคจะอยู่ที่ประมาณ 1 ใน 1,000 ถึง 1 ใน 10,000
รศ.นพ.นิธิพัฒน์ กล่าวว่า คนที่มีภาวะปอดรั่ว มักจะไม่เกิดอาการอะไรที่รุนแรง แต่จะแสดงอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก เป็นระยะ เกิดเป็นภาวะเรื้อรัง เพราะบางรายปอดมีรูรั่วไม่มาก ก็จะแสดงอาการน้อย โดยเฉพาะคนที่ร่างกายแข็งแรงดี ก็แทบจะไม่มีอาการอะไร แต่ภาวะปอดรั่วนั้น สามารถวินิจฉัยได้ด้วยการเอกซเรย์ ก็จะเห็นว่ามีรูรั่วอยู่ อย่างไรก็ตาม คนที่ไม่ได้มีอาการแน่นหน้าอกเรื้อรัง ก็ไม่จำเป็นต้องเอกซเรย์บ่อยๆ แต่ถ้ามีอาการเรื้อรัง แนะนำให้ไปพบแพทย์ เพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียด
“ถามว่าความอันตรายของภาวะปอดรั่วอยู่ตรงไหน ก็จะเสี่ยงมากขึ้นกรณีที่ผู้ป่วยอยู่ไกลจากโรงพยาบาลมากๆ ถ้าปอดรั่วมากๆ เช่น รั่ว 100% ที่ต้องรักษาด่วน ถ้าอยู่ไกลหมอ ก็อาจเสียชีวิตได้ บางคนปอดรั่ว รูเล็กๆ ลมก็จะค่อยๆ ออก อาการจะไม่มีเลย ไม่เหมือนกับคนที่มีรูรั่วใหญ่ๆ ก็จะมีอาการมาก ซึ่งการป้องกันไม่ให้เกิดภาวะปอดรั่ว สามารถทำได้ด้วยการออกกำลังกาย ไม่สูบบุหรี่ เลี่ยงการสูดฝุ่น PM2.5 เลี่ยงการอยู่ในบริเวณที่มีลำโพงดังๆ นานๆ ส่วนคนที่มีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวกเรื้อรัง ก็ให้รีบไปพบแพทย์” รศ.นพ.นิธิพัฒน์ กล่าว


