สธ.เผย 59% เห็นด้วยคุม ‘ช่อดอกกัญชา’ 41% ต้องการใช้เสรีไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ตามที่กรมการแพทย์แผนไทยฯได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บุกจับกุมผู้ประกอบการกัญชาที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา จากปฏิบัติการดังกล่าว พบร้านค้าแห่งหนึ่ง ยังไม่ได้รับใบอนุญาต แต่จำหน่ายก่อน ทราบว่ากำลังทำเรื่องขอ แต่ยังไม่ได้รับใบอนุญาต นอกนั้น มีการลงตรวจ 20 ร้าน พบปฏิบัติถูกต้อง 10 ร้าน ส่วนที่ผิดเงื่อนไข เช่น ห้ามสูบในร้าน ไม่มีการทำรายงาน นอกจากนั้น มีประเด็นผิดรูปแบบอื่นๆ เช่น เจลลีผสมกัญชา ซึ่งผิดกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นต้น
นพ.สมฤกษ์ กล่าวถึงกรณีกรมการแพทย์แผนไทยฯ ได้ยก (ร่าง) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. … และเปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ระบบกลางทางกฎหมาย LAW ระหว่างวันที่ 22 พฤษภาคม ถึง วันที่ 5 มิถุนายน 2568 และขยายเวลารับฟังความคิดเห็นถึงวันที่ 15 มิถุนายน 2568 รวมเวลา 25 วัน ว่า จากการเปิดรับฟังความคิดเห็นทั้งเว็บไซต์ระบบกลางทางกฎหมาย LAW แบบกูเกิ้ล ฟอร์ม (Google Form) มีเข้าแสดงความคิดเห็นกว่า 1.6 หมื่นคน โดยในจำนวนนี้ เห็นด้วยกว่า 9,000 คน คิดเป็นร้อยละ 59 ไม่เห็นด้วย ร้อยละ 41
นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า ร่างประกาศฉบับนี้ เน้นควบคุมเฉพาะช่อดอกกัญชา โดยกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย เพราะอยากให้ใช้อย่างเสรี เนื่องจากมองว่า เป็นสิทธิในการใช้กัญชาแต่ละบุคคล หากมีใบสั่งแพทย์ มองว่าเข้าข่ายลิดรอนสิทธิ์ นอกนั้น เป็นความกังวลเรื่องผลกระทบต่อผู้ประกอบการ ส่วนกลุ่มที่เห็นด้วย เพราะต้องการให้มีการควบคุมการใช้กัญชา เนื่องจากที่ผ่านมา มีการจำหน่าย ช่องทางเข้าถึงมาก และกังวลถึงผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน และต้องการให้นำมาใช้เฉพาะทางการแพทย์เท่านั้น
“ร่างประกาศดังกล่าวได้เสนอต่อรัฐมนตรีว่าการ สธ. เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา รอรัฐมนตรีว่าการ สธ. ลงนาม ส่วนการประกาศใช้ จะมีกรอบระยะเวลาให้ผู้ประกอบการได้ปรับตัวว่าควรมีระยะเวลาเท่าไร จึงจะเหมาะสม เช่น อาจต้องรอจัดระบบให้มีใบสั่งแพทย์” นพ.สมฤกษ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรอบระยะเวลาให้ผู้ประกอบการได้ปรับตัว มีบางส่วนเสนอ 90 วัน นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า อยู่ระหว่างพิจารณา แต่ไม่ถึงปี ทั้งนี้ ขอพิจารณาว่าต้องใช้เวลาเท่าไรในการจัดระบบให้เข้าถึงใบสั่งแพทย์ได้
เมื่อถามว่า จะมีการอนุญาตเพื่อใช้รักษากลุ่มโรคอะไรบ้าง นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า ปัจจุบัน อนุญาตให้ใช้เพื่อการรักษาใน 15 กลุ่มโรค
ต่อข้อถามร่างประกาศฉบับดังกล่าวครอบคลุมเรื่องใช้ทางการแพทย์เท่านั้นหรือไม่ นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า ร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. … อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 มีเกณฑ์กำกับการใช้กัญชา โดยให้ร้านค้าต้องทำการขออนุญาต มีกฎ เกณฑ์ กติกา ว่า ห้ามอะไรบ้าง
“ซึ่งกฎกติกาที่วางมาตั้งแต่แรก ยังไม่ได้กำกับว่า ต้องใช้ทางการแพทย์ผ่านใบสั่งแพทย์ ทำให้มีการใช้ในเชิงสันทนาการมาก จึงจำเป็นต้องมีร่างประกาศฉบับนี้ออกมา แต่หากพูดถึงร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. … ที่ร่างโดย สธ.ได้ระบุในตัว พ.ร.บ.อยู่แล้วว่า เป็นเรื่องทางการแพทย์” นพ.สมฤกษ์ กล่าว
เมื่อถามถึงกระแสสังคมบางส่วนมองว่า การผลักดันร่างประกาศฯ ควบคุมช่อดอกกัญชา เพราะจะไม่มีการผลักดันร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชงฯ นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า มีการผลักดันอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชงฯ รอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.)
“ร่างประกาศฉบับนี้ เป็นร่างที่จะนำมาใช้ควบคุมกัญชาระหว่างรอร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชงฯ และเป็นร่างประกาศกระทรวงฯ ที่ใช้มาก่อนในช่วงที่สุญญากาศ โดยปรับให้ประกาศมีผลบังคับใช้ผ่านรัฐมนตรีว่าการ สธ. อย่างไรก็ตาม การจัดทำร่างประกาศดังกล่าว ได้เชิญหน่วยงาน กลุ่มต่างๆ เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นด้วย ต้องเข้าใจว่า กัญชามีการใช้มาก คนทำผิดกฎหมายก็มาก ทั้งเปิดโดยไม่ขออนุญาต ลักลอบนำออกนอกประเทศ” นพ.สมฤกษ์ กล่าวและว่า ถ้าดูจากสถานประกอบกิจการที่ขึ้นทะเบียนขออนุญาตใช้กัญชาทั้งหมดประมาณ 1.8 หมื่นแห่ง พบว่าเป็นสถานพยาบาลเพียง 19 แห่ง เท่านั้น ทั้งนี้ ร้านที่ขออนุญาตจำหน่ายกัญชา ต้องมีการรายงานการใช้ ต้องไม่อนุญาตให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ไปใช้บริการ แต่ส่วนมากจะได้รับเรื่องร้องเรียนแบบนี้ตลอด
นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า ร่างประกาศฯ ฉบับนี้ กำหนดให้สถานประกอบการต้องมีใบสั่งแพทย์ ซึ่งร้านค้าจะจำหน่าย ต้องทำตามเงื่อนไข หากไม่ทำ ก็ผิด และถูกพักใช้ใบอนุญาต ไม่สามารถเปิดร้านได้ หากไม่ปฏิบัติตามเกณฑ์ จะถูกพักใบอนุญาต แต่หากยังลักลอบเปิด จะมีความผิด โทษจำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท โดยกรมการแพทย์แผนไทยฯ ได้ปรับแก้บทลงโทษตาม พ.ร.บ.คุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยฯ เบื้องต้นกำหนดโทษมากกว่าเดิม คือ จำคุกมากกว่า 2 ปี ปรับมากกว่า 2 แสนบาท แต่ต้องรอผ่านสภาผู้แทนราษฎร

