กรมแพทย์แผนไทยฯ แจงกติกา ‘กัญชา’ เข้มการจ่าย คุมการครอบครอง

27.06.25 | 16:26 น.
ภาพโดย Sergio จาก Pixabay

กรมแพทย์แผนไทยฯ แจงกติกา “กัญชา” เข้มการจ่าย คุมการครอบครอง

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน นพ.เทวัญ ธานีรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกับผู้ประกอบการ เรื่องแนวทางการบังคับใช้กฎหมายกัญชา เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยหลักการที่ประชุมเห็นด้วยกับการใช้กัญชาทางการแพทย์ และสนับสนุนประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (ช่อดอกกัญชา) ฉบับล่าสุด ที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการ สธ. ลงนาม สำหรับแนวทางการกำกับที่จะดำเนินการต่อไป เรื่องการขออนุญาตนั้น ขณะนี้ สธ.กำลังร่างกฎกระทรวงเกี่ยวกับการอนุญาตจำหน่ายสมุนไพรควบคุมช่อดอกกัญชา เพื่อใช้ในอนาคต โดยจะมีการประชุมกรรมการยกร่างกฎกระทรวง และเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย จากนั้น ต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา นำเวียนความเห็นถึงทุกกระทรวง ว่าเห็นชอบหรือไม่

“ถ้าไม่มี ก็เสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) หาก ครม.รับร่าง จึงส่งให้รัฐมนตรีว่าการ สธ.ลงนาม น่าจะใช้เวลาอีกหลายเดือน ในอนาคตการอนุญาต อาจจะมีข้อกำหนด อาทิ 1.จะต้องมีแพทย์ หรือบุคลากรวิชาชีพที่กำหนดตามประกาศ สธ.ล่าสุด ประจำอยู่ในร้านที่ได้รับอนุญาต 2.ต้องได้รับการยินยอมจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่เป็นที่ตั้งร้าน เนื่องจากกัญชามีกลิ่น มีควัน ซึ่งกลิ่นและควัน ถือเป็นเหตุรำคาญตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การสาธารณสุข พ.ศ.2530 เพราะประชาชน บางคนอาจจะแพ้กลิ่นได้ 3.สัญญาเช่า เนื่องจากใบอนุญาตเรื่องสมุนไพรควบคุมช่อดอกกัญชา จะมีอายุ 3 ปี หากสัญญาเช่าเป็นปีต่อปี ดังนั้น หากนำสัญญาเช่ามาเป็นหลักฐาน จะต้องมีอายุมากกว่าอายุของใบอนุญาต” นพ.เทวัญ กล่าว

รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ กล่าวด้วยว่า ส่วนการจัดบริการ ใบสั่งจ่าย กรมการแพทย์แผนไทยฯ ได้ออกแบบแล้วเสร็จ ประกอบด้วย ชื่อผู้สั่งจ่าย ที่เป็นบุคลากรวิชาชีพที่กำหนดในประกาศ, จ่ายให้ใคร มีโรคต่างๆ ระบุไว้ สมควรได้รับปริมาณเท่าไรต่อวัน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่เกิน 1 กรัม จำนวนวันที่ใช้ รวมปริมาณที่ใช้ ทั้งหมดเท่าไร และในใบสั่งจ่ายสั่งได้ไม่เกิน 30 วัน มีการลงชื่อผู้จ่ายและผู้รับใบสั่ง

“ดังนั้น คนที่จะซื้อต้องมีใบสั่งจ่ายนี้ เมื่อจะซื้อก็เอาไปแสดงที่ร้าน ถึงจะจำหน่ายให้ได้ ส่วนเรื่องรายงาน ผู้รับใบอนุญาตต้องรายงานไปยังกรมการแพทย์แผนไทยฯ บังคับส่งทุก 1 เดือน หากไม่ส่ง พักใช้ใบอนุญาต หรือรายงานเท็จ ก็พักใช้ใบอนุญาต และโดนคดีปลอมแปลงเอกสารของทางราชการด้วย เจอ 2 เด้ง ถ้ามีการรายงานเท็จ และมีแบบรายงานว่า นำช่อดอกกัญชามาจากที่ไหน เพื่อตรวจสอบย้อนกลับไปยังมาตรฐานการเพาะปลูกและการเก็บเกี่ยวด้วยเช่นกัน โดยแหล่งปลูกทุกแห่ง ต้องมีใบอนุญาตจำหน่ายและต้องเป็นเกรดทางการแพทย์ หรือ มาตรฐานอื่นที่เทียบเคียงก็สามารถดำเนินการได้ เช่น มาตรฐานโลกอียูจีเอ็มพี หรือ ออร์แกนิกไทยแลนด์ แต่ต้องมีผลวิเคราะห์ตามการผลิต และแต่ละรอบ จีเอพีของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) จะต้องมีผลวิเคราะห์เช่นเดียวกัน แปลงปลูกทุกแห่ง ต้องได้รับใบอนุญาตจำหน่ายด้วย ตอนปลูกอาจไม่ต้องไม่ขออนุญาต แต่เมื่อมีผลผลิตช่อดอกกัญชาเกิดขึ้น จะเท่ากับเป็นสมุนไพรควบคุม การเก็บเกี่ยวช่อดอกกัญชามา แปลว่าเตรียมจำหน่ายแล้ว แปลงปลูกจึงต้องขออนุญาตจำหน่ายด้วย” นพ.เทวัญ กล่าว

Advertisement

นพ.เทวัญ กล่าวถึงการตรวจจับผู้กระทำผิดว่า จะออกอย่างเข้มข้นทุกสัปดาห์ และผู้ประกอบการขอรับการสนับสนุนเรื่องการอบรมผู้ช่วยแพทย์ในเรื่องการใช้กัญชาประจำร้าน, ประเมินมาตรฐานการเพาะปลูก และการเก็บเกี่ยวที่ดีจากกรมการแพทย์แผนไทยฯ ให้มีประสิทธิภาพขึ้น และเรื่องการรับรองมาตรฐานที่เทียบเท่า และการตรวจวิเคราะห์ช่อดอกกัญชา

“ขอว่า อะไรที่เป็นมาตรฐานโลกแล้ว ให้กรมการแพทย์แผนไทยฯ รับรองด้วย จะได้ไม่ติดคอขวดอยู่ที่บางหน่วยงาน กรมการแพทย์แผนไทยฯ ก็ยินยอม นอกจากนี้ ผู้ประกอบการขอให้จัดแพทย์สนับสนุนร้านตามข้อกำหนด ซึ่งมีแพทย์ตามทะเบียนแพทยสภาประมาณ 50,000 -60,000 คน เภสัชกร หลายหมื่นคน แพทย์แผนไทย 30,000 -40,000 คน ทันตแพทย์ หมอพื้นบ้าน และแพทย์แผนจีน มีปริมาณเพียงพอรองรับออกใบสั่งจ่ายตรงนี้ได้ และการสั่งจ่ายต้องเป็นไปตามจรรยาบรรณของแต่ละวิชาชีพ ทั้งนี้ กรมการแพทย์แผนไทยฯ จะมีการจัดอบรมบุคลากรวิชาชีพเกี่ยวกับการสั่งใช้กัญชาทางการแพทย์อีกครั้งหนึ่งด้วย” นพ.เทวัญ กล่าวและว่า ประกาศ สธ.สมุนไพรควบคุม ช่อดอกกัญชา ฉบับใหม่ มีข้อแตกต่างจากเดิม 2 ข้อ คือ 1.ช่อดอกต้องมีมาตรฐานและแหล่งที่ได้รับมาตรฐาน และ 2.ต้องมีใบสั่งจ่าย เพราะฉะนั้น ร้านกัญชาทุกร้านอยู่ได้เหมือนเดิม แต่คนจะเข้าถึงได้ยากขึ้น เพราะจะต้องมีใบสั่งจ่าย ถ้าไม่มีใบสั่งจ่ายจะจ่ายไม่ได้ และการสั่งจ่ายแต่ละครั้งสำหรับผู้ป่วย จะให้สั่งจ่ายได้ตามความจำเป็นเพื่อการรักษาเฉพาะตัว ครั้งละไม่เกิน 30 วัน ซึ่งใบสั่งจ่าย ร้านทุกแห่งหลังจากได้ใบสั่งจ่าย ต้องเก็บไว้เป็นหลักฐานที่ร้านเป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อรอตรวจสอบ” นพ.เทวัญ กล่าว