ส.ก.ธนบุรี จี้ถามปม ‘ย้ายศาลาว่าการฯ’ ล่าช้า? ลั่น ‘ชัชชาติ’ โชว์นโยบาย 3 ปี ชี้ย้ายได้หน่วยงานเดียว – ผู้ว่าฯกทม. ลุกกางแผนยิบ รับล่าช้าบางจุด ยันลุยแผนหลักตามกำหนดเดิม
เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพฯ นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 1) พ.ศ. 2568 โดยมีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เข้าร่วมประชุม
โดย นาย จิรเสกข์ วัฒนมงคล ส.ก.เขตธนบุรี ได้ตั้งกระทู้ถามเรื่อง “การปรับปรุงสำนักงานเขตธนบุรีแห่งใหม่”
ในตอนหนึ่ง นายจิรเสกข์ กล่าวว่า ตนได้ตั้งกระทู้ถามเรื่องการปรับปรุงเขตธนบุรีแห่งใหม่ ขอทราบการย้ายส่วนราชการตามนโยบายของผู้ว่ากรุงเทพมหานคร เมื่อคราวประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมครั้งที่หนึ่ง เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2568 ผมได้ตั้งกระทู้ตามแผนย้ายส่วนราชการของกรุงเทพมหานคร
ด้าน นายนายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ที่ได้มีการประชุมกันหลายครั้งแล้ว ฝ่ายบริหารเองก็เห็นด้วยที่ควรจะต้องมีการย้ายสำนักงานเขตไปที่ใหม่ สำนักเทศกิจที่อยู่ตรงบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งในขณะนั้นมันก็สอดคล้องกับแผนที่กรุงเทพมหานคร อยู่ระหว่างการปรับปรุงอาคารธานีนพรัตน์ ซึ่งตอนนี้กำลังปรับปรุงอยู่ก็คาดว่าจะเสร็จภายในเดือนธันวาคม ปี พ.ศ. 2568 คือ ปลายปีนี้หลังจากที่มีการปรับปรุงอาคารธานีนพรัตน์เรียบร้อยแล้ว
“บุคลากรของสำนักที่อยู่ที่ศาลาว่าการเสาชิงช้า ก็จะย้ายมาที่อาคารธานีนพรัตน์ ในคราวเดียวกันหลังจากนั้นในส่วนของศาลาว่าการกรุงเทพมหานครที่เสาชิงช้าก็จะมีการปรับปรุงโดยได้มีการตั้งงบประมาณคปรับปรุง 2569 ก็จะแล้วเสร็จประมาณ 2570 แล้วในขณะเดียวกันตอนนี้สำนักงานเขตธนบุรี ก็ได้มีการประมาณราคาเพื่อขอปรับปรุงสำนักเทศกิจ และขอตั้งงบประมาณในปีงบประมาณ 2569 ซึ่งระยะเวลาการทำงานของสำนักเทศกิจก็ใช้เวลาประมาณหนึ่งปี ก็จะแล้วเสร็จประมา 2570 เหมือนกัน เพราะฉะนั้นตามแผนแล้วในปี 2570 ก็คาดว่าสำนักงานเขตธนบุรีจะสามารถย้ายไปอยู่ที่สำนักเทศกิจในปัจจุบันได้” นายนายจักกพันธุ์กล่าว

ต่อมา นายจิรเสกข์ วัฒนมงคล ส.ก.เขตธนบุรี ตั้งข้อสังเกตว่า ตามที่ท่านว่าได้งบย้ายไปที่สำนักเทศกิจ ตามงบตามร่างปี 2569 ท่านไม่ได้ตั้งงบไปนับตั้งแต่ท่านผู้ว่ากรุงเทพมหานคร แถลงนโยบายเมื่อคราวรับตำแหน่งจนบัดนี้เป็นเวลา 3 ปีแล้ว นโยบายย้ายส่วนราชการ กทม. มีเพียงหน่วยงานเดียวที่ได้ย้ายมา คือ สำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร อยากทราบว่าท่านมีนโยบายนี้หรือไม่ และขอทราบความคืบหน้าการดำเนินงาน
ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า นโยบายนี้ก็ยังดำเนินการอยู่ ก็อยู่ดำเนินการปรับปรุง เพราะว่ามันต้องเตรียมพื้นที่ที่จะรองรับหน่วยงานที่ย้ายมา กระบวนการปรับปรุงนี้ก็ดำเนินการอยู่ ถ้าเราไปเห็นว่าตึกสูงนี้ก็มีการแก้ไขปรับปรุงห้องต่างๆ อยู่ แล้วก็จะทยอยย้ายเข้ามา

“ผมว่าอันนี้ก็ยังเดินหน้าต่อ ส่วนแผนที่จะปรับปรุงอาคารศาลาว่าการเป็นโครงการใหญ่ที่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก จริงๆ แล้วเรามีแบบหมดแล้ว แต่จะรอให้เป็นสมัยถัดไปของผู้บริหารแล้ว ก็ทางสภาทั่วไปว่า เป็นโครงการใหญ่ต้องย้ายออกไปลงทุนเยอะ แต่ว่าตอนนี้เราเตรียมเรื่องสถานที่ที่จะรองรับคนในการย้ายก่อน เพราะกระบวนการย้ายดำเนินการอยู่ แต่แบบอย่างที่ท่านจักรพันธ์ได้อธิบายไปเมื่อคราวที่แล้วมีกระบวนการที่ต้องเกี่ยวเนื่องกัน
ทั้งในแง่ของย้ายคนออกจากสำนักงานสภาพอากาศเดิมแล้วเทศกิจเข้ามาก็ปรับปรุงที่ศาลาธนบุรีเดิมก็มีขบวนการที่อาจจะมีล่าช้าในบ้างจุดบ้าง แต่ว่าแผนหลักก็จะดำเนินการตามเดิม ซึ่งเราก็เชื่อว่าสำนักเทศกิจเป็นสถานที่ที่เหมาะสมแล้ว ก็สมศักดิ์ศรีในการเป็นสำนักงานเขตธนบุรีว่าเคยเป็น “คารวะการเดินธนบุรี” กล่าวมารายละเอียดของการดำเนินการอาจจะให้ขอรบกวนท่านรองจักรพันธ์ อธิบายขั้นตอนว่ามีอุปสรรคหรือว่ามีความล่าช้าในด้านใด” นายชัชชาติชี้

ต่อมา นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเสริมว่า ฝ่ายบริหารก็ยังยืนยันตามมติเดิม สำนักงานเขตธนบุรีในอนาคตก็จะย้ายไปอยู่ที่สำนักเทศกิจ ส่วนสำนักเทศกิจก็จะย้ายมาที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานครเสาชิงช้า ตามแผนในขณะนี้สำนักการโยธาอยู่ระหว่างการปรับปรุงอาคารธานีนพรัตน์ ซึ่งตามกำหนดการกับสัญญาจะเสร็จเดือนธันวาคมปีนี้
หลังจากนั้นหน่วยงานที่อยู่ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานครเสาชิงช้าก็จะย้ายมาที่อาคารธานีนพรัตน์ ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ส่วนรายที่2 อันนี้คือภาพที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงอาคารธานีนพรัตน์ ขณะเดียวกันแผนของการปรับปรุงศาลาว่าการกรุงเทพมหานครที่เสาชิงช้าในขณะนี้ สำนักการโยธาอยู่ระหว่างการศึกษาออกแบบซึ่งก็จะได้ตัวประมาณราคากับแบบนี้ภายในเดือนกรกฎาคม 2568 ซึ่งในขณะเดียวกันสำนักการโยธาก็วางแผนว่าลองขออนุญาต
ในขณะเดียวกันการปรับปรุงศาลาว่าการกรุงเทพมหานครเสาชิงช้าตามแผนจะเริ่มในเดือนมีนาคม 2569 และเสร็จประมาณเดือนกันยายน 2570 คำถามก็คือว่า ในขณะนี้ก็ยอมรับว่าสำนักการโยธาอยู่ระหว่างการทำแบบและประมาณราคารายละเอียดอยู่ ซึ่งคาดว่าจะเสร็จภายในเดือน กรกฎาคม เพราะฉะนั้นถ้าเกิดในกรณีสำนักการโยธามีความพร้อมที่จะของบประมาณก็สามารถที่จะเสนอโครงการเพื่อจะแปรญัตติได้ในงบประมาณ 2569 ในช่วงเดือนกรกฎาคม
หลังจากที่หน่วยงานในศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ที่จะเริ่มปรับปรุงแล้วทำการย้ายมาที่สำนักเทศกิจต่อไป ซึ่งก็คาดว่าตามแผนที่ได้มีการหารือกันเบื้องต้นสำนักงานเขตธนบุรีจะสามารถเริ่มปรับปรุงอาคารได้ประมาณเดือน ตุลาคม 2570 ประเด็นก็คือว่า 2570 ตุลาคม เป็นช่วงของปีงบประมาณปี 70 พอดีเพราะฉะนั้นถ้าเกิดในกรณีสำนักงานเขตธนบุรีจะเริ่มการปรับปรุงเดือนตุลาคม 2570 ก็จะต้องหางบประมาณมาก่อน ซึ่งก็น่าจะเป็นงบประมาณ ปี พ.ศ. 2569 เรื่องนี้ก็เรียนว่าได้บอกให้ทางสำนักการโยธาสำนักงบประมาณและสำนักงานเขตธนบุรีได้ไปหารือกันเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณ ถ้ามีความพร้อมทั้ง 2 หน่วยงานคือสำนักการโยธา แล้วก็สำนักงานเขตธนบุรี ท่านก็สามารถที่จะทำเรื่องเพื่อขอแปรญัตติงบประมาณมาในเดือน กรกฎาคม ของงบประมาณ 2569 ต่อไป

ด้าน นายจิรเสกข์ วัฒนมงคล ส.ก.เขตธนบุรี ตั้งคำถามว่า ข้อบัญญัติงบประมาณปี 2569 นั้น ทางสำนักงานเขตก็ได้ส่งเรื่องตั้งงบประมาณไปแล้ว แต่ต่อมาทางโครงการบอกให้เป็นโครงการต่อเนื่อง ต่อมาสำนักงบฯประสานไปให้ลดเนื้องานลงมา ส่วนเงินงบประมาณจนสุดท้ายโครงการดังกล่าวก็ไม่ได้รับ การตั้งงบประมาณ ไม่ทราบว่าทางผู้บริหารจะให้ได้อย่างไร
ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า คงไปดูอัพเดทตัวโปรแกรมอีกที คือสำนักงานเขตธนบุรีเองคงต้องดูความพร้อมด้านสถานที่ทั้งฝ่ายไปด้วยว่าพร้อมหรือเปล่า ถ้าเราสามารถพัฒนารายละเอียดเพิ่มเติมได้เสนอเป็นส่วนของแปรญัตติไปของปีนี้ จะพยายามเร่งรัดเรื่องนี้ให้
จากนั้น นายจิรเสกข์ วัฒนมงคล ส.ก.เขตธนบุรี ฝากข้อสังเกตต่อว่า ท่านทราบหรือไม่เพียงแค่ท่านมีนโยบายย้าย ส่วนราชการมันมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของพี่น้อง ข้าราชการ และลูกจ้างของ กทม. บางคนต้องวางแผนซื้อบ้าน การเดินทาง การศึกษาของลูกรอนโยบายของท่านไว้แล้ว แต่การดำเนินการล่าช้า อยากทราบปัญหาอุปสรรคและแนวทางแก้ไข และที่สำคัญอยากให้ท่านให้ความชัดเจนตามนโยบาย
ต่อมา นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปัจจัยเรื่องการย้ายเพราะว่าคนส่วนใหญ่ก็ไม่อยากย้ายที่ ทั้งในแง่ของความคุ้นชินต่างๆ แล้วก็ความไม่สะดวกในการเดินทาง ต่างๆ แล้วก็รวมทั้งโรงเรียนลูก ซึ่งจริงๆ ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่อาจจะทำให้เกิดข้อกังวล แต่ก็อยากชี้แจงว่าจริงๆ แล้วมันก็เป็นประโยชน์แก่ภาพรวมเป็นหลักฐานว่า ในแง่ของการสื่อสารคงต้องดูเรื่องประโยชน์ของประชาชน แล้วก็ของกรุงเทพมหานครเป็นหลัก
“ส่วนข้าราชการเองก็พยายามต้องบรรเทาเรื่องความไม่สะดวกให้เขา เช่นต้องจัดรถรับสต่างๆ ผมว่าหัวใจสำคัญเลยที่ต้องดำเนินการ คือ การจัดเตรียมพื้นที่ให้เรียบร้อยก่อน เพราะเรื่องนี้อยู่ในแผนอยู่แล้ว เกิดจัดเตรียมพื้นที่เรียบร้อย มันสามารถขยับขยายได้ชัดเจนแล้วก็คือถ้าเกิดตอนนี้
ผมชัดเจนว่า เราเตรียมพื้นที่ที่ศาลาว่าการ 2 ให้ชัดเจน เรื่องสถานที่ก็คงเป็นปัจจัยหนึ่งแต่เชื่อว่าเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม อีกหน่อยก็คงต้องมีความพร้อมด้านกายภาพด้วย เพราะว่าการที่เราย้ายคนไปก็ต้องให้เขามีสถานที่ทำงานที่เหมาะสม เพราะปัจจุบันเองการปรับปรุงแก้ไขก็ยังไม่แล้วเสร็จ” นายชัชชาติกล่าวว่า

