ชัชชาติ เคยถูกแก๊งคอลโทรหลอก บอกเป็นรองฯจักกพันธุ์ ทั้งที่นั่งอยู่ข้างๆ เฮียล้าน เสนอสำรวจตึกต้องสงสัย

2.07.25 | 20:08 น.

ชัชชาติ เผย เคยถูกแก๊งคอลโทรหลอกเป็นรองฯจักกพันธุ์ ทั้งที่นั่งอยู่ข้างๆ เฮียล้าน เสนอสำรวจตึก หวั่นใช้สุมกำลังหลอกเหยื่อ

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกทม.2 ดินแดง นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยที่3 ครั้งที่ 1 ประจำปี 2568 โดยมีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม นายวิศณุ ทรัพย์สมพล น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯกทม. นางวันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกทม. สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร เสนอญัตติขอให้กทม. สำรวจอาคารที่สุ่มเสี่ยงเป็นแหล่งก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศแก๊งคอลเซ็นเตอร์และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ โดยขอให้มีการสำรวจอาคารที่สุ่มเสี่ยงเป็นแหล่งของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เพราะปัจจุบันปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างมาก จะเห็นว่ากลุ่มอาชีพนี้ มักเช่าอาคารหรือสำนักงานในกรุงเทพฯ เพื่อใช้เป็นแหล่งล่อเหยื่อ หรืออาจเป็นฐานปลอมแปลง โดยมีประชาชนจำนวนมากถูกหลอกลวงให้สูญเสียทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนตัว

นายสุทธิชัย กล่าวต่อว่า ปัญหาอาชญากรรมทางออนไลน์ เริ่มระบาดหนักตั้งแต่ช่วงปี 2565 ถึง 2567 คนไทยตกเป็นเหยื่อมากกว่า 575,500 คดี สร้างความเสียหายมากกว่า 65,715 ล้านบาท หรือเฉลี่ยวันละ 80 ล้านบาท คนกรุงเทพฯกว่า 80% เคยได้รับสายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และ 50% ได้รับความเสียหาย จากสถิติและคดีทั่วประเทศพบว่าลดลง แต่ใน กทม. ยังคงเป็นฐานการเงินและเครือข่าย โดยในปี 2567 ถึงต้นปี 2568 มีผู้เสียหายมากกว่าหมื่นราย เดือนมิ.ย.68 มีข่าวชาวออสเตรเลีย 5 คนเช่าบ้านหรูย่านพุทธมณฑลทำธุรกิจหลอกลวงนักลงทุนผ่านการโทรจากกรุงเทพฯ

นายสุทธิชัย กล่าวว่า ขอชื่นชมรัฐบาลที่ดำเนินมาตรการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต่างชาติ ทั้งในประเทศและนอกประเทศ จนทำให้ช่วงนี้เริ่มลดลงมาก และยังสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปราบปรามอย่างจริงจัง และออกพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่2) พ.ศ. 2568 มีข้อกำหนดต่างๆ รวมถึงตัดอินเตอร์เน็ตประเทศเพื่อนบ้าน เอาจริงเอาจังตามชายแดน ทำให้ปัญหาลดลงไปมาก

Advertisement

จึงเสนอให้ใช้บุคคลากร โดยฝ่ายจัดเก็บรายได้ใน 50 เขต เก็บภาษีโรงเรือนที่ดินและสิ่งก่อสร้าง และฝ่ายเทศกิจ คอยสังเกตว่าอาคารต่างๆ มีความสุ่มเสี่ยงน่าจะเป็นแก๊งมิจฉาชีพมิจฉาชีพหรือไม่ โดยใช้สายตาและสามัญสำนึก เช่น การใช้ไฟจำนวนมากขึ้นหรือไม่ เชื่อว่าในอาคารสูงส่วนใหญ่จะมีแก๊งคอลเซ็นเตอร์อาศัยอยู่ เมื่อตรวจพบเห็นข้อสงสัยก็รายงานถึงผู้บังคับบัญชาตามลำดับ อีกทั้งประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กสทช. หน่วยงานข่าวกรอง และเปิดช่องทางรับแจ้งเบาะแสจากประชาชน ส่งเสริมการให้ความรู้เกี่ยวกับอาชญากรรมไซเบอร์

ทั้งนี้ส.ก. ได้อภิปรายอย่างกว้างขวาง และสนับสนุนให้จัดการแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างจริงจังและต่อเนื่อง

ด้านนายชัชชาติ กล่าวว่า เคยเป็นหนึ่งที่โดนโทรศัพท์เข้ามาอ้างชื่อรองผู้ว่าจักกพันธุ์ ทั้งที่เจ้าตัวนั่งอยู่ข้างๆ เชื่อว่าทุกคนมีโอกาสเจอได้เช่นกัน จึงถือเป็นญัตติที่สำคัญและ กทม. จะนำไปดำเนินการ โดยจะเป็นหนึ่งเรื่องที่จะประสานขอความร่วมมือกับรัฐบาลเพราะเรามีอำนาจจำกัด

ส่วนเรื่องการสังเกตจะมีการสั่งการให้ฝ่ายรายได้ ฝ่ายเทศกิจ และพนักงานกวาดถนนต้องสังเกตว่าพื้นที่ไหนมีคนเข้าออกพลุกพล่านผิดปกติในเวลาที่อาจจะไม่เป็นปกติ โดยเฉพาะชาวต่างชาติ ต้องให้มีการสังเกตและรายงานมากขึ้น

อีกทั้งให้ข้อมูลความรู้กับประชาชนโดยเฉพาะในโรงเรียน แม้จะเราอาจกำจัดเชื้อโรคหรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไม่หมด แต่เราสามารถเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับคนของเราได้ โดยให้ความรู้ทางโรงเรียน และกระจายไปถึงครอบครัว ดูแลชุมชนต่างๆอาจจะใช้อาสาต่างๆช่วยดูแล และใช้ Traffy fondue รับแจ้งเหตุ ซึ่งขณะนี้ประชาชนเริ่มใช้อย่างคล่องมือ โดยจะครบ 1 ล้านคนในเดือนนี้ ถือเป็นประวัติที่น่าภาคภูมิใจของกทม. ที่สามารถมีเครื่องมือที่ให้ประชาชนแจ้งปัญหาได้ หากประชาชนประสบปัญหาเรื่องคอลเซ็นเตอร์ หรือมีเบอร์ต่างๆ ก็ให้แจ้งผ่านมาเพื่อนำข้อมูลไปประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสืบแหล่งต่างๆ ตนจะรับข้อคิดเห็นไปและดำเนินการปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมและจะมาเรียนทางสภากทม. ต่อไป